หลังจากออกจากมหาลัยสงฆ์ ถึงเวลาแล้วที่จะออกเดินทางตามที่ตั่งใจไว้ และจะไม่กลับมาอีกแล้ว โดยเริ่มจากกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อสร้างบ้านให้พ่อก่อน และเพื่อทดสอบตัวเอง เพราะถ้าผ่านที่บ้านมาได้ก็สามารถไปอยู่ทุกหนแห่งได้สบาย และก็บังเอิญพระที่มาจำพรรษาในถ้ำราชคฤห์ออกพรรษาก็ย้ายออกพอดีเลยอยู่คนเดียวถือโอกาสทดสอบตัวเองเรื่องความกลัว อยู่ภาวนาในถ้ำเป็นเวลาเดือนกว่าเรื่องการปฏิบัติ ความกลัวก็ไม่มีปัญหาเพราะอยู่ไปๆก็ได้ผีนี้แหละเป็นเพื่อนทำให้หายกลัวไปเลย แต่มีปัญหาเรื่องอาหารการฉันตอนเช้าไปบิณฑบาทใส่แต่ทางบ้านกับบ้านญาติอีกสองหลังบ้านอื่นไม่ใส่และที่บ้านใส่ก็เพราะบอกให้ใส่ทุกๆวันจะได้กับข้าวมาสามถุงก็ฉันอยู่แค่นี้อยู่ไปๆรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเรื่องอาหารการฉันเพราะเหมือนไปบังคับให้เขามาใส่บาตรอยู่ได้เดือนกว่า
ก็เลยเดินทางไปดอยอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ตอนอยู่ดอยอ่างขางได้เจอเหตุการณ์หนึ่งทำให้ตกใจมาก คือ ถูกคนอิสลามทำร้าย
เรื่องมีอยู่ว่า มีพระจะไปซื้อของฝากญาติทางบ้าน ก็ชวนเราไปเป็นเพื่อน ตรงด้านหน้าสถานีเกษตรหลวง บังเอิญร้านที่ซื้อเป็นร้านอิสลาม เราก็ยืนอยู่หน้าร้านรอพระเพื่อน ปรากฎว่ามีคนอยู่ขั้นบนโยนกระสอบลงมาโดนเราเต็มๆ แต่ดีข้างในไม่ใช่ของแข็ง ก็เลยไม่เป็นไรมาก
ด้วยความตกใจก็เลยรีบเดินกลับ คนรอบๆ เขาก็เห็นนะ แต่ไม่มีใครกล้าว่าอะไร
อยู่ดอยอ่างขางหนึ่งเดือน ก็เลยเดินทางไปดอยปุย มาอยู่ดอยปุยได้เจอเอกสารเล่มหนึ่ง จริงๆแล้วก็เคยอ่านนานแล้ว เป็นเอกสารที่หลุดออกมา เกี่ยวกับแผนการยึดครองประเทศไทยของศาสนาอิสลาม ในเอกสารเขียนถึงดอยอ่างขางและดอยปุย แล้วก็เป็นอย่างที่เขียนไว้จริงๆคือเขาสำเร็จแล้ว คือตรงไหนเป็นแหละท่องเที่ยว ย่านเศรษฐกิฐ การค้าเขาจะส่งคนของเขาลงไปให้แต่งงานกับคนในเพื้นที่แล้วค้าขายเพื่อเงินจะได้อยู่ในกลุ่มคนของเขา
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ร้านขายของฝากในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจะมีร้านของคนอิสลามเกือบครึ่งหนึ่ง แล้วมีร้านอาหารใหญ่โตตั้งอยู่หน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หรืออย่างดอยปุย
ร้านขายของฝากในหมู่บ้านม้ง รวมถึงหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ ก็เหมือนกัน จากที่สังเกตุ ตอนเช้าไปบิณบาตร ร้านที่เป็นคนอิสลามเขาจะเปิดร้านก่อนคนพุทธ คือเปิดแต่เช้ามืดพอตอนเช้าพระไปบิณฑบาตร นักท่องเที่ยวก็จะไปซื้อของจากร้านอิสลามมาใส่บาตร อย่างหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขางกับหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ประจำเลยจะได้แต่อาหารอิสลาม ก็คงไม่แปลกที่มีข่าวว่าจะมีการสร้างโรงงานผลิตอาหารฮาลาลที่ดอยหล่อ และช่วงที่อยู่ดอยปุยก็เจออีกเหตุการณ์หนึ่ง คือตอนเช้าเราจะลงไปบิณฑบาตรในหมู่บ้านม้ง
มียายคนหนึ่ง แกจะพาหลานสองคนมารอใส่บาตตรงจุดจำหน่วยตั๋ว เพื่อเข้าชมดอกฝิ่นเป็นประจำทุก ๆ วันไม่เคยขาด ดูแล้วก็คงจะมีฐานะอยากจน แต่มีศรัทธามาใส่บาตรทุกวัน เรายังรู้สึกปลื้มเลย แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ในขณะกำลังเดินบิณฑบาต ปรากฎว่ามีคนอิสลามประมาณร้อยกว่าคนเหมารถแดงขึ้นมาถึงแล้ว ก็แบ่งกันแยกย้ายเดินสำรวจดูหมู่บ้าน จะว่ามาเที่ยว ทำไมมาแต่เข้ามืด ร้านค้ายังไม่เปิดเลย พอเดินบิณฑบาตรมาถึงยายที่ว่า ปรากฎว่ามีคนอิสลามล้อมอยู่ประมาณ 10 คน พอเห็นพระเดินมา ก็เปิดทางให้ยายใส่บาตร พอใส่เสร็จก็มาล้อมยายอีก และจากวันนั้น ยายคนนี้ไม่มาใส่บาตรอีกเลย ก็แปลกใจเหมือนกัน
จริงๆแล้วก็เจออะไรมาเยอะ แต่ไม่อยากเอามาเล่าๆก็เฉพาะบางส่วน จากเหตุการณ์ที่พบเจอกับความคิด ว่าออกจากมหาลัยสงฆ์แล้วจะไม่กลับมาอีก เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น ขนาดหนีจากเมืองมาอยู่ตามป่าเขากลับมาต้องมาเจออะไรแบบนี้ ยอมรับว่ารู้สึกกลัวขึ้นมา ถ้ายังมาอยู่แบบนี้ต่อไปในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อย่างที่ว่า พระก็เหมือนกับเต่าไม่มีกระดองใครสาดอะไรมาก็โดนเต็มๆ ก็เลยตัดสินใจกลับจำพรรษาที่วัดในสังกัดเพื่อมาตั่งหลักใหม่
ที่เคยเล่าว่ามีคนอิสลามมาสำรวจดูหมู่บ้านม้งตอนพระบิณบาต จริงๆแล้วมีข้อมูล คือเขามาสำรวจดูว่าบ้านใหนใส่บาตรเขาจะยื่นข้อเสนอเพื่อให้เลิกใส่เพื่อให้พระอยู่ไม่ได้. เช่นกับยายที่พาหลานมาใส่บาตร เขาเห็นว่ามีเด็กด้วยกลัวเด็กจะซึมซับ เห็นแล้วสงสารยายบางวันแกยังอุตส่าห์มาแอบดักใส่บาตร
ชาวเขามีประเพณีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทุกคนที่เกิดก็ซึมซับในประเพณีวัฒนธรรม โดยเพราะด้านความเชื่อ ถึงบางคนนับถือพุทธก็จริง แต่ยังขาดความเข้าใจประเพณีพุทธ เพราะไม่ได้ปลุกฝังมาแต่บรรพบุรุษซึ่งต่างจากชาวคริสในสกลนคร ถึงจะนับถือคริสก็จริงแต่พวกเขานับถือพุทธมาก่อน คุ้นเคยกับประเพณีพุทธมาตั่งแต่บรรพบุรุษ แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นคริสต์ภายหลัง เมื่อเปลี่ยนมานับถือคริสต์ก็จริงสิ่งที่ถูกฝัง สิ่งที่คุ้นเคยก็ยังอยู่จึงไม่แปลกที่พวกเขายังมาใส่บาตร หรือบางคนที่ใส่บาตรมีญาติพี่น้องที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นคริสต์มาบวชอยู่ก็มี ที่มหาลัยสงฆ์ก็มีพระเพื่อนที่มาจากสกลนครก็เล่าให้ฟัง เขามาบวชแต่ญาติทางบ้านเปลี่ยนไปนับถือศริสต์แต่ก็ยังใส่บาตรอยู่ และที่สำคัญคือชาวคริสต์ในสกลนครนั้นถูกซื้อตัวไป เรื่องการปฏิบัติจึงไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าอิสลามไม่เหมือนคริสต์นะ คริสต์ยังเข้ากันได้ แต่อิสลามเขาไม่เอาใครนะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น