วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เรื่องไร้สาระของคนสาระlaw

 

‘คุณสมบัติ’ เคลื่อนไหวแล้ว! แจงปมสัมพันธ์ 20 ปีก่อน แต่ ‘ถามหน้าไมค์-ตอบหลังไมค์’


นายสมบัติระบุด้วยว่า แม้ครั้งแรกที่พบกันอีกครั้งอาจจำ Pornnapa ไม่ได้เนื่องจากอีกฝ่ายป่วย แต่ครั้งล่าสุดที่พบกันได้กล่าวขอโทษที่จำไม่ได้และสอบถามถึงอาการเจ็บป่วย พร้อมระบุว่า หากได้พบกันอีกก็ยังยินดีที่จะพูดคุยกันเช่นเดิม ก่อนลงท้ายข้อความว่า “รักษาสุขภาพครับ”

ภายหลังได้รับคำชี้แจงดังกล่าว Pornnapa ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอบคุณที่ชี้แจงมา…. ถึงแม้จะถามหน้าไมค์ตอบหลังไมค์ก็เถอะ… ถ้าเรื่องจะเจอกันอีก หวานเจี๊ยบคงทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว… เพราะไม่อาจจะคดโกงต่อความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว… ขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียนให้กับชีวิต… และขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิด… ขออย่าให้ใครต้องมาเจอแบบนี้อีกเลย”




 













ปิดม่านราชอาณาจักรลาว






23 สิงหาคม 1975

ลาวแตก’  ขบวนการปะเทดลาวยึดเวียงจันทน์

ปิดฉากราชอาณาจักรลาว

 

วันที่ 23 สิงหาคม 1975 กองกำลังปะเทดลาวเคลื่อนสู่นครหลวงเวียงจันทน์ และเข้าควบคุมกลไกบริหารของเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จ เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดอำนาจของรัฐบาลฝ่ายราชอาณาจักรในทางปฏิบัติ ก่อนลาวจะยกเลิกระบอบกษัตริย์และสถาปนา ‘สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว’ ในอีกกว่า 3 เดือนต่อมา

 

สำหรับคนไทย เหตุการณ์ดังกล่าวมักถูกจดจำด้วยคำสั้นๆ ว่า ‘ลาวแตก’ เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น ลาวไม่ได้เป็นเพียงประเทศเล็กๆ ที่ถูกขนาบด้วยเพื่อนบ้านขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นสมรภูมิระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์กับฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา

 

ฝ่ายหนึ่งคือรัฐบาลราชอาณาจักรลาวและกองกำลังม้งภายใต้การนำของ นายพลวังเปา ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆ จากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ส่วนอีกฝ่ายคือขบวนการปะเทดลาว นำโดย เจ้าสุภานุวงศ์ และไกสอน พมวิหาน ที่มีเวียดนามเหนือให้ความช่วยเหลือ

 

แม้ลาวจะประกาศสถานะเป็นกลาง แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นสนามรบที่เชื่อมโยงกับสงครามเวียดนามโดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Trail) ที่เวียดนามเหนือใช้ลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ลงสู่เวียดนามใต้

 

สหรัฐฯ จึงเปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดในลาวอย่างหนักระหว่างปี 1964-1973 จนลาวกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ทว่าแม้จะทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาล สหรัฐฯ ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการขยายอิทธิพลของปะเทดลาวได้

 

เดือนกุมภาพันธ์ 1973 รัฐบาลราชอาณาจักรลาวกับขบวนการปะเทดลาวลงนามข้อตกลงหยุดยิงที่เวียงจันทน์ และตั้งรัฐบาลผสมขึ้นในปีถัดมา แต่ดุลอำนาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะทั่วอินโดจีน

 

วันที่ 17 เมษายน 1975 เขมรแดงยึดกรุงพนมเปญ ตามด้วยการล่มสลายของไซ่ง่อนในวันที่ 30 เมษายนปีเดียวกัน เมื่อกองทัพเวียดนามเหนือเข้าควบคุมเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ความสำเร็จทั้ง 2 แห่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลลาวสูญเสียทั้งแรงสนับสนุนและความเชื่อมั่นว่าจะต้านทานขบวนการปะเทดลาวต่อไปได้

 

เดือนพฤษภาคม 1975 ขบวนการปะเทดลาวเริ่มเข้าควบคุมเมืองสำคัญหลายแห่ง ขณะที่นายทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนที่เคยร่วมงานกับสหรัฐฯ ทยอยหลบหนีข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่ประเทศไทย

 

ฐานที่มั่นล่องแจ้ง (Long Cheng) ของนายพลวังเปาถูกอพยพ เจ้าหน้าที่ CIA นำผู้นำม้งและครอบครัวส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่ทางอากาศ แต่ประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องเดินเท้าผ่านภูเขาและป่า ก่อนเสี่ยงชีวิตข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทย หลายคนเสียชีวิตระหว่างทางจากการสู้รบ ความอดอยาก โรคภัย และการจมน้ำ

 

กระทั่งวันที่ 23 สิงหาคม 1975 ขบวนการปะเทดลาวเข้าควบคุมนครเวียงจันทน์โดยแทบไม่มีการต่อสู้ครั้งใหญ่ คณะกรรมการปฏิวัติเข้าควบคุมหน่วยงานบริหารของเมือง ขณะที่กองทัพและรัฐบาลราชอาณาจักรไม่เหลือกำลังมากพอจะต่อต้าน เหตุการณ์วันนี้จึงถือเป็นชัยชนะเด็ดขาดของปะเทดลาว และเป็นจุดจบของสงครามกลางเมืองลาวในทางปฏิบัติ

 

อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 สิงหาคมยังไม่ใช่วันสิ้นสุดราชอาณาจักรลาวอย่างเป็นทางการ เพราะรัฐบาลผสมและสถาบันกษัตริย์ยังคงดำรงอยู่ในเชิงรูปแบบอีกระยะหนึ่ง

 

จนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 1975 พระเจ้าศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งลาว จึงสละราชสมบัติ ขณะที่เจ้าสุวรรณภูมา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมผู้แทนประชาชนจึงประกาศยกเลิกระบอบกษัตริย์และสถาปนา สปป.ลาว โดยมีเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานประเทศ และไกสอนเป็นนายกฯ

 

ลาวแตก’ ถือเป็นบทสุดท้ายของสงครามลับที่มหาอำนาจเข้ามาใช้ลาวเป็นสนามประลองกำลัง และเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตพลัดถิ่นสำหรับชาวลาวและชาวม้งหลายแสนคน ซึ่งผลกระทบยังคงส่งต่อมาถึงปัจจุบัน

 

  The Momentum - 23 สิงหาคม 1975 ‘ลาวแตก’... | Facebook 








วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เปิดวอร์











สงครามน้ำลายระหว่างตุรกีและอิสราเอลดูจะระอุคุกรุ่นขึ้น เมื่อ เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ประกาศระงับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และประณาม เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐอิสราเอล เป็นผู้ก่อเหตุล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในสงครามกาซา พร้อมระบุว่าเนทันยาฮูจะต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจาก อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำนาซีเยอรมนี ผู้บงการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการเสียดสีว่าเนทันยาฮูผู้มีเชื้อสายยิว ทำตัวเช่นเดียวกับฮิตเลอร์ซึ่งก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติ


 ท่าทีของผู้นำตุรกีเกิดขึ้นที่เมืองริเซ บ้านเกิดของเขาเอง โดยเป็นการกล่าวอย่างเร้าอารมณ์ต่อผู้สนับสนุนพรรครัฐบาล AK (Justice and Development Party) ของตุรกีที่มาฟังการปราศรัย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2024 ซึ่งแอร์โดอันระบุเป็นนัยๆ ด้วยว่าตุรกีต้องแข็งแกร่งให้มาก เพื่อที่อิสราเอลจะได้ไม่กล้าก่อเหตุกับชาวปาเลสไตน์ พร้อมยกตัวอย่างกรณีลิเบีย ส่งกำลังทหารไปยังประเทศลิเบียและดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทั้งสองเหตุการณ์

 

ฝั่งคู่กรณีก็มีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงไม่แพ้กัน เพราะ อิสราเอล คาตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอล แถลงผ่านบัญชี X ในวันต่อมาว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ควรจะขับไล่ตุรกีพ้นจากการเป็นสมาชิก และบอกอีกว่าประธานาธิบดีแอร์โดอันก็คงมีจุดจบไม่ต่างจาก ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำเผด็จการอิรัก ซึ่งส่งกองทัพบุกประเทศคูเวต และถูกสหรัฐอเมริกานำกำลังทหารของประเทศพันธมิตรกว่า 40 ชาติเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยคูเวตช่วงปี 1990-1991 นำไปสู่ความล่มสลายของรัฐบาลซัดดัม และสุดท้ายก็ถูกประชาชนโค่นล้ม ไล่ล่า จับกุม ก่อนจะถูกตัดสินประหารชีวิตในฐานะอาชญากรสงคราม

 

  เปิดเบื้องหลัง เหตุผลจริงที่อิสราเอลโจมตีซีเรีย—ทำไมทุกคนควรต้องกังวล! - YouTube


 อยู่กันอย่างหวาดระแวง






วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สงครามมันโหดร้าย


แต่มนุษย์ผู้กระหายอำนาจก็ไม่เคยจำ  ใช้ชีวิตผู้ด้อยโอกาสเป็นสะพานไต่ไปสู่อำนาจ


 







 












คนที่ตุยก็ตุยกันไป ที่จับไปยังมีชีวิตอยู่ก็เอาไปแลกกัน  แต่ของรัสเซียไม่ออกสื่อ  เพราะกลัว ปชช.รู้ว่าตุยไปแล้ว    






  เบื้องหลังความกล้า! แพทย์กองพล Rubizh สู้สุดใจช่วยพลเรือนใกล้แนวหน้า l Update from Ukraine


เป็นพระประสงค์

 



5 ปีใต้เงาตาลีบัน: อัฟกานิสถาน "เกิดใหม่" หรือ "ตายทั้งเป็น" | ทันโลก DAILY | 18 ส.ค. 69











ไทยเทา