วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

 เลาฟั้ง แฉ ทำถนนป่าแม่ยวมเกมการเมือง ผลประโยชน์มหาศาล เรื่องแดงจับชาวบ้านรับเคราะห์แทน


เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เปิดประเด็นตัดถนนใหม่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (แม่ฮ่องสอน) เป็นเรื่องใหญ่โต แต่มันคือเกมการเมืองเพื่อกระชับอำนาจและผลประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อปกป้องคุ้มครองป่าตามที่อ้างแต่อย่างใด

ปัญหาเรื่องตัดถนนใหม่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นข่าวดังมาได้หลายวันแล้ว ถึงผมจะเงียบ แต่ก็เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด และคุยกับแหล่งข่าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ประเด็นถูกเปิดมาในเชิงตั้งข้อสงสัยว่า “ตัดถนนและทำไม้ใหญ่โตขนาดนี้ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่รู้เรื่อง” แต่ล่าสุดก็ได้ข้อสรุปได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับ รับรู้กันทุกฝ่าย เพราะเส้นทางนี้มีร่องรอยถนนเดิมที่คนใช้อยู่แล้ว และมีบันทึกการประชุมร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ฯ เพื่อทำถนนแล้ว มีการร้องเรียนและดำเนินการภายในตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว … แล้วทำไมถึงกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตหลังจากผ่านไปแล้ว 2 เดือนล่ะ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจภาพใหญ่ของเรื่อง 3 ประเด็นนี้ก่อน

ประเด็นแรก คือ พื้นที่เกิดเหตุเป็นใจกลางของผืนป่าไม้สักที่มีคุณภาพดีที่สุด ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา มีธรรมเนียมที่คนมีสีในพื้นที่ (บางกลุ่ม) ต้องส่งไม้สักเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นบรรณาการ (ในฐานะคนแม่ฮ่องสอนผมรู้สึกเจ็บปวดกับธรรมเนียมพวกนี้ พวกเราไม่มีสิทธิ์จะแตะต้องไม้มีค่าในบ้านเรา แต่กลับให้คนจากที่อื่นมากอบโกยไปดื้อๆ)


ประเด็นที่สอง อยู่ติดกับชายแดนพม่า ย่อมมีผลประโยชน์สารพัดอย่าง รวมทั้งรับส่วยขนแร่ที่นำเข้ามาจากฝั่งเมียนมาร์ ทั้งแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และการขนยาเสพติด

ประเด็นที่สาม คือ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร คือคนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมต.กระทรวงทรัพย์ฯ แต่หัวหน้าส่วนราชการที่สำคัญ 4 คน คือคนที่ไต่เต้าและเติบโตตามสายงานมาก่อนหน้าที่นายสุชาติ ชมกลิ่น จะเข้ามาเป็น รมต. กระทรวงทรัพย์ฯ คนแรกคืออธิบดีกรมอุทยานฯ และอีก 3 คนอยู่ในพื้นที่ คือ ผอ.สำนัก 16, หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สาละวิน, และหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา

เรื่องราวครั้งนี้ มีประเด็นข้อสงสัย 2 เรื่องที่ซ้อนกันอยู่

ข้อสงสัยแรกคือ ผลประโยชน์จากการคุมเส้นทาง แม้ถนนเส้นใหม่จะใกล้กว่า สะดวกกว่า แต่ถนนเส้นเดิมมีกลุ่มอำนาจเดิมได้รับผลประโยชน์อยู่ หากเส้นทางใหม่เปิดได้ ผลประโยชน์จากเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มอำนาจใหม่ กลุ่มเดิมย่อมไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ส่วนที่อ้างว่าเส้นทางใหม่นี้สามารถหลบเลี่ยงด่านตรวจได้นั้น เหลวไหลสิ้นดี เพราะคนขนของผิดกฎหมาย เขาไม่ได้แอบขนกันหรอกครับ เขาทำเป็นขบวนการ เคลียร์ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางแล้ว

ข้อสงสัยที่สอง คือ นายใหญ่ต้องการเขี่ยคนเก่าออก เพื่อส่งคนของตนเองหรือคนที่ยอมสวามิภักดิ์มาอยู่แทนหรือเปล่า หากดูตามบท เริ่มจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ลงพื้นที่ไปเก็บรายละเอียด (ย้ำว่าละเอียดยิบ) มีทั้งรูปและคลิปวิดีโอ มีการสัมภาษณ์ชาวบ้านด้วย แล้วทยอยเปิดสู่สาธารณะโดยมีเนื้อหาโจมตีอธิบดีกรมอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แล้วนายสุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะ รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ ก็เข้ามาสั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเส้นเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปลายปีที่แล้ว

ตอนนี้ก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วว่า เป้าหมายที่นายชัยวัฒน์และ รมต.สุชาติ ต้องการเล่นงานคือ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ คนปัจจุบัน โดยกล่าวหาในทำนองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (แต่หากดูโครงสร้างอำนาจหน้าที่แล้ว หากอธิบดีผิด คนที่มีอำนาจสูงสุดคือ รมต. ก็ต้องโดนด้วยนะครับ งานนี้ผมก็เชียร์ให้ชัยวัฒน์เล่นให้ถึงที่สุด)

ก่อนหน้านี้ เวลาเกิดปัญหาแบบนี้ในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน สิ่งที่จะตามมาคือ

1.จะมีคนข้างบนมาตบทรัพย์ จนท.ในพื้นที่ที่ถูกกล่าวหาเพื่อแลกกับการยุติเรื่อง แล้วสักพักเรื่องก็เงียบหายไป คดีหลุดลอย คนทำผิดก็แค่ถูกดองสักพักแล้วก็เติบโตต่อไป ส่วนครั้งนี้จะมีหรือไม่ก็ต้องรอดูต่อไป

2.จะมีการจับชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องเป็นแพะ หรือจับลูกน้องปลายแถวสักคน แล้วก็ประโคมข่าวว่ามีการจับกุมดำเนินคดีนายทุนและชาวบ้านที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว เช่น เคสทุ่งป่าคา สายส่งไฟฟ้าแม่เงา

การที่คนกุมอำนาจสูงสุดในกระทรวงทรัพย์ฯ ลงมาเล่นเกมกระชับอำนาจเช่นนี้ ก็ยิ่งชวนน่าสงสัยว่าพวกคุณต้องการจะทำอะไร เพราะมีผลประโยชน์มหาศาลตามที่กล่าวมาข้างต้นกองรออยู่

ผมก็ขอเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ทั้งหลายว่า พวกคุณจะเล่นกันเองยังไงก็เป็นเรื่องของพวกคุณ ชาวบ้านทั่วไปไม่เกี่ยว ครั้งนี้อย่ามาหารังแกกันอีก ซึ่งตอนนี้เท่าที่เช็ก ถนนที่ถูกปิดเป็นส่วนที่ชาวบ้านยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นหลัก จึงยังไม่กระทบคนในพื้นที่มาก ยังไม่มีการค้นหรือปิดล้อมจับกุมชาวบ้านทั่วไป มีแต่ไปยึดไม้ที่วัดแต่ถูกชาวบ้านลุกฮือมาต้าน







วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

'ผู้นำยุโรป-รูบิโอ' เห็นตรงกัน "ระเบียบโลกเก่าหลังยุค WWII" ไม่มีอีกต่อไปแล้ว | ประชาไท

เหล่าผู้นำยุโรปและมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เห็นพ้องกันว่า ระเบียบโลกหลังปี 1945 นั้น "ไม่มีอีกต่อไปแล้ว" เรื่องนี้มีการพูดถึงในที่ประชุมด้านความมั่นคงที่มิวนิค เยอรมนี เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่า สหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้นำระเบียบโลกในแบบเดิมอีกต่อไป แต่ยุโรปจะต้อง "ก้าวไปเป็นมหาอำนาจเชิงภูมิรัฐศาสตร์" เพื่อที่จะต่อกรกับการรุกรานโดยรัสเซีย

ในที่ประชุมด้านความมั่นคงที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีการพูดถึงจุดสิ้นสุดยุคสมัยที่สหรัฐฯ จะนับเป็น "ผู้นำระเบียบโลก" หลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองคือหลังปี 1945 นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเด็น ที่ทั้งผู้แทนจากสหรัฐฯ และพันธมิตรนาโตมีความเห็นตรงกันในที่ประชุม

นายกรัฐมนตรีเยอมรนี ฟริดริช เมิร์ซ กล่าวถึงเรื่องนี้ในสุนทรพจน์เปิดประชุม พร้อมทั้งย้ำเตือนเหล่าผู้นำสหรัฐฯ ว่า ประเทศของพวกเขาได้ใช้อำนาจอย่างถึงขีดสุดแล้วในการปฏิบัติการคนเดียวโดยไม่พึ่งพาฝ่ายใด เมิร์ซมองว่าในตอนนี้ตำแหน่งผู้นำโลกของสหรัฐฯ กำลังหลุดลอยไป

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงเมื่อปี 1945 ด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายอักษะนำโดยเยอรมนีและญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็มีการพยายามจัดระเบียบโลกใหม่โดยอาศัยสถาบันนานาชาติ เช่น การก่อตั้งสหประชาชาติ ในขณะที่สหรัฐฯ ได้เป็นผู้นำด้านความมั่นคงในจัดตั้งพันธมิตรร่วมกันกับยุโรปเป็น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต

แต่อย่างที่เมิร์ซได้เตือนไว้คือ ตำแหน่งแห่งที่ความเป็นผู้นำโลกในแบบ "ระเบียบโลกเก่า" ของสหรัฐฯ นั้น กำลังสูญหายไปในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลต่อเรื่องเสรีภาพในยุโรป ในยุคสมัยที่มหาอำนาจพากันละเลยกฎเกณฑ์นานาชาติ เช่น การที่รัสเซียรุกรานยูเครน และการที่รัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ใช้นโยบายเชิงต่อต้านความร่วมมือกันระดับนานาชาติ อย่างเช่น นโยบายกำแพงภาษี ไม่ให้ความร่วมมือแก้ปัญหาโลกร้อน และการทำสงครามวัฒนธรรม โดยที่เมิร์ซได้วิพากษ์วิจารณ์ทั้งสองมหาอำนาจในเรื่องนี้


กว่าจะเป็น รธน. ฉบับ ๖๐

 


“เคราะห์กรรมมาถึงตัวเราอีกแล้วหรือนี่”
“บันทึกไว้กันลืม”กว่าจะเป็นรธน.ฉบับ’60

ใน “บันทึกไว้กันลืม” ที่ นายมีชัย เขียนไว้ในหนังสือ “ความในใจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560″ บันทึกความทรงจำ ของ 21 กรรมการกรธ. ยอมรับแต่ย่อหน้าแรกๆ ว่า มีส่วนเป็นผู้การันตี อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่า มีบารมีพอที่จะเป็นผู้ทำหน้าที่นี้ หลังจากอ้างเรื่องอายุ ปฏิเสธการรับตำแหน่ง

แต่พอเกิดเหตุหักกันเองสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่เห็นชอบ ร่างฉบับบวรศักดิ์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีคือ “ใบสั่ง” จากผู้มีอำนาจ

จนเกิดวลีอมตะที่ว่า “เขาอยากอยู่ยาว” จึงทำให้ต้องมีชุดใหม่มารับไม้ต่อ

“เคราะห์กรรมมาถึงตัวเราอีกแล้วหรือนี่” เป็นประโยคแรกที่ นายมีชัย ระบุว่า แวบขึ้นมาในใจทันที เมื่อมีผู้ใหญ่ของคสช.โทรมาบอกว่า อยากให้รับหน้าที่เป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ รับไม้ต่อจากชุดอ.บววรศักดิ์

“ผมได้ตอบผู้ใหญ่ท่านนั้นไปว่า ผมขอคุยกับนายกฯ ก่อน และเมื่อนายกฯ กลับจากต่างประเทศ ก็เชิญผมไปพบเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558 พร้อมกับบอกว่า ขอให้ไปช่วยเป็นประธาน กรธ. ผมถามท่านว่ามีความจำเป็นขนาดไหนที่ผมจะต้องไปทำ ท่านตอบว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจหลีกเลี่ยง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เมื่อท่านตอบเช่นนั้น ผมก็หมดทางเลี่ยง ในฐานะคนไทยผมจะปฏิเสธได้อย่างไร ที่มีความรู้เป็นตัวเป็นตนอยู่ทุกวันนี้ก็ได้อาศัยทุนรัฐบาลไปเล่าเรียนมา บุญคุณนั้น ผูกพันอยู่ชั่วชีวิตที่จะต้องทดแทนต่อแผ่นดิน”

ถือเป็นการตอบรับ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ ขอร้อง พร้อมๆ “ตีกรอบ” ให้นายมีชัยไว้ 5 เรื่อง นอกเหนือไปบัญญัติ 10 ประการ ที่ถูกระบุไว้ใน มาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ดังนี้

1.สากลยอมรับ แต่ต้องเป็นไทย
2. กลไกปฏิรูปและปรองดอง
3. ป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ
4. ปราบโกง
และ 5.กลไกการมีประชาชนมีส่วนร่วม


“มีชัย ฤชุพันธุ์” บันทึกไว้กันลืม กว่าจะเป็นรธน.ฉบับ’60 “เคราะห์กรรมมาถึงตัวเราอีกแล้วหรือนี่” - มติชนสุดสัปดาห์


Facebook







รวยสะให้เข็ด











ผสมกันแล้ว



ความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ลงตัวแล้ว โดยรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ด้วยคะแนนเสียง 193 เสียง และมีพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดรวม 33 เสียง เว้นไว้ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง ที่จะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลมีเสียงทั้งหมด 300 เสียง


การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง รวมทั้งหมด 200 เสียง








300 - 74 = 226
   
 


อนุทิน ออกโรงเบรกกระแสข่าวลือเรื่องปิดดีลตั้งรัฐบาล! ลั่นวาจาแบบนักมวยตัวจริงว่า "ระฆังยังไม่นับหนึ่ง" (รอ กกต. รับรองผล) แล้วจะรีบปิดดีลไปทำไม? ตอนนี้ขอแค่ทำตัวนิ่งๆ สยบความเคลื่อนไหว

แต่ที่ทำเอาคนฟังสะดุ้งคือประโยคตบท้ายว่า "รออีกไม่นาน... โป้งเดียวจอด"











บอร์ดสันติภาพกาซา

 

“ทรัมป์” ประชุมบอร์ดสันติภาพกาซาครั้งแรกที่ดีซี. มอบ 10 พันล้านดอลลาร์ “ไทย” ร่วมฐานะสังเกตการณ์ "ฮุน มาเน็ต" ยืนหลังคนใกล้ชิดทรัมป์ "สตีฟ วิตคอฟฟ์" นั่งเป็นสมาชิกบอร์ด


Facebook



เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงวันพฤหัสบดี(19 ก.พ)ในการประชุมบอร์ดสันติภาพกาซาครั้งที่ 1 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศสหรัฐฯประเดิมมอบ 10 พันล้านดอลลาร์ อ้างมีไม่กี่ประเทศยอมลงนามเสนอมอบกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ มีเกือบ 50 ประเทศเข้าร่วมทั้งในฐานะสมาชิกเต็มรวม อิสราเอล อียิปต์ เซอร์ไพรซ์มี “กัมพูชา”ร่วม และชาติผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่เป็นตะวันตก EU อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวม “ไทย”

บีบีซีของอังกฤษรายงานวันนี้(20 ก.พ)ว่า สมาชิกไม่กี่ประเทศของบอร์ดสันติภาพกาซาเสนอให้กว่า 7 พันล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการบรรเทาทุกข์เขตฉนวนกาซา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เผยในการประชุมบอร์ดครั้งแรก อย่างไรก็ตามพบว่ามีพันธมิตรชาติตะวันตกของสหรัฐฯเป็นจำนวนมากปฎิเสธเข้าร่วม วิตกว่าองค์กรใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสอาจจะถูกใช้เพื่อแทนที่องค์การสหประชาชาติที่ตั้งขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ

อ้างอิงจาก CNN ของสหรัฐฯ ในการแถลงที่ยืดยาวพบว่าทรัมป์ได้ประกาศต่อหน้าผู้ที่เข้าร่วมว่ามี 9 ชาติเสนอมอบกว่า 7 พันล้านดอลลาร์เพื่อบรรเทาทุกข์กาซา และมีจำนวนประเทศราวหยิบมือเสนอจะส่งกำลังทหารเข้าร่วมในส่วนหนึ่งของกองกำลังเสถียรภาพ นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯยังประกาศจะมอบเงิน 10 พันล้านดอลลาร์ให้บอร์ดสันติภาพกาซาที่เขาจะนั่งเป็นประธานด้วยตัวเอง

9 ชาติดังกล่าวได้แก่ คาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน ยูเออี โมร็อกโก บาห์เรน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย อุซเบกิสถาน และคูเวต

ส่วนสหประชาชาติจะมอบเงินสนับสนุนความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม 2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนฟุตบอลโลกฟีฟ่าจะทำโครงการมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลในเขตฉนวนกาซา

ขณะที่เอพีเปิดเผยว่าบอร์ดสันติภาพกาซาเปิดการประชุมครั้งที่ 1 ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพฤหัสบดี(19)โดยมีผู้แทนเข้าร่วมเกือบ 50 ชาติประกอบไปด้วย 27 ประเทศเข้าประชุมในฐานะสมาชิกได้แก่ อาร์เจนตินา ฮังการี อิสราเอล อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต จอร์แดน กาตาร์ ตุรกี อินโดนีเซีย เวียดนาม และเซอร์ไพรซ์มี “กัมพูชา”รวมในนั้นเป็นต้น

โดยภาพที่รายงานจากเอพีพบว่าในการถ่ายรูปหมู่ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ยืนข้างหลังคนใกล้ชิดทรัมป์ ทูตพิเศษสหรัฐฯด้านตะวันออกกลาง สตีฟ วิตคอฟฟ์ และไม่ห่างจากรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี.แวนซ์

ส่วนชาติผู้สังเกตการณ์นอกเหนือจาก สหภาพยุโรปแล้วยังมีชาติยุโรปตะวันตกหลายชาติร่วมได้แก่ อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ อิตาลี ฟินแลนด์ เยอรมัน ออสเตรีย อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมี “ไทย” รวมอยู่ในนั้นเป็นต้น

ทั้งนี้เฟสที่ 2 ของแผนสันติภาพ 20 ข้อของทำเนียบขาวรวม ปลดอาวุธฮามาส และบูรณะเขตฉนวนกาซา

ภายในที่ประชุม ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อผู้เข้าร่วมว่า “ดูเหมือนฮามาสจะยอมปลดอาวุธ” ชาวกาซาต่างกล่าวว่า กลุ่มฮามาสได้ขยายการควบคุมไปทั่วเขตฉนวน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เปิดเผยในวันพฤหัสบดี(19)ว่า อิสราเอลได้เห็นชอบร่วมกับพันธมิตรของเรา สหรัฐฯ ว่าจะไม่มีการบูรณะกาซาก่อนการทำให้กาซาเป็น “เขตปลอดทหาร”

มาถึงทุกวันนี้กลุ่มฮามาสนั้นต่อสาธารณะจะยอมวางอาวุธก็ต่อเมื่ออิสราเอลถอนกำลังออกไปจากเขตกาซาแล้ว

อ้างอิงจากการประเมินของกระทรวงสาธารณสุขกาซาพบว่า สงครามกาซาที่เริ่มมาตั้งแต่การบุกโจมตีข้ามแดน 7 ต.ค นั้นและบานปลายกลายเป็นสงครามได้คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปไม่ต่ำกว่า 72,000 คนล่าสุด สหประชาชาติประเมินว่าความเสียหายในเขตฉนวนกาซาอยู่ที่ 70 พันล้านดอลลาร์



ฮุน มาเนต ถึงวอชิงตัน จับตาร่วมวง คกก.สันติภาพ ชี้เป็นโอกาสให้เห็น กัมพูชา รักสันติ-เสริมอำนาจต่อรอง

Facebook



วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ผีผลักพี่น้องเอ้ยหัวชนเสา




- สนธิล้ม ปานเทพ บอกเหมือนมีอะไรผลักข้างหลัง เผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดจากบ้านพระอาทิตย์ในเช้าวันที่เกิดเหตุ สนธิยืนยันว่าไม่ได้สะดุดบันได

Facebook

Facebook

Facebook

เปิดวงจรปิดนาที สนธิ ล้มจนต้องเย็บ 20 เข็ม เจ้าตัวยันไม่ได้สะดุดบันได














  เลาฟั้ง แฉ ทำถนนป่าแม่ยวมเกมการเมือง ผลประโยชน์มหาศาล เรื่องแดงจับชาวบ้านรับเคราะห์แทน เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเ...