.
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ว่า เรารับทราบเรื่องมาอยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง
เบื้องต้นทราบว่าในสมัยก่อนเวลาพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะมีเพียงรหัสลับ เพื่อให้รู้ว่าบัตรนี้ไปอยู่ที่หน่วยใด เขตใด จะไม่รู้ว่าใครลงคะแนน แต่การมีบาร์โค้ดเพิ่มนี้ เท่าที่ตรวจสอบดูถ้าสามารถระบุได้ว่ามาจากต้นขั้วบัตรอะไร แล้วเวลาไปลงคะแนนประชาชนจะต้องลงชื่อในต้นขั้ว ซึ่งจะรู้ได้ว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนให้ใคร ลงคะแนนให้พรรคใด
โดยเรากำลังประชุมปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวาน เพราะถ้าเป็นแบบนี้แล้วก็จะไม่เป็นความลับ ซึ่งเป็นเรื่องจะต้องร้องว่ากฤษฎีกาการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ผ่านมาจะมี 2 เรื่องที่สั่งให้เป็นโมฆะ คือ ข้อแรก การไม่เป็นความลับ สามารถรู้ได้ และข้อสอง คือเลือกตั้งไม่พร้อมกัน และถ้ามีข้อมูลเพียงพอก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เมื่อถามว่าสามารถร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า จากการศึกษาการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่สามารถวินิจฉัยได้เองว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ มีหน้าที่เพียงแค่สั่งเลือกตั้งใหม่ และนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา
ฝ่ายกฎหมาย พท. เร่งรวมหลักฐาน ปมบาร์โค้ด เล็งชงศาลรธน. ชี้ขาด เลือกตั้งโมฆะ
วิโรจน์ จี้ กกต.สแกนบาร์โค้ดโชว์ เป็นรหัสเฉพาะ-โยงต้นขั้วไหม แค่นี้ก็รู้ทำผิดกม.หรือไม่
ผิดรัฐธรรมนูญ 100% พรสันต์ จี้กกต.แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่อไม่สุจริตและเที่ยงธรรม
เผยชื่อบริษัท รับงานพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 2569 ตามประกาศของ กกต. หลังแชร์ว่อน "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง ตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร
เผยชื่อบริษัท รับงานพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 2569 ตามประกาศ กกต.
อดีต กกต. ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถ้าเป็น tracking เข้าข่ายผิด รธน.
- ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. อธิบายว่า มันมีไว้บอกว่าบัตรถูกพิมพ์ล็อตไหน มาจากหน่วยใด แจกจ่ายอย่างไร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้นและยืนยันว่าไม่มีใครรู้ได้ว่าบัตรนั้นเป็นของหน่วยไหนจริงๆ
สิ่งที่คนรู้สึกไม่ใช่ความกลัวว่าใครจะรู้ว่าเลือกพรรคอะไร แต่คือความอึดอัดกับกระบวนการที่ “อธิบายได้ แต่ตรวจสอบไม่ได้”
มองจากนอกโลก
สุนีตา วิลเลียมส์: 9 เดือนที่ติดอยู่บนอวกาศสอนอะไรเธอเกี่ยวกับโลกของเรา - BBC News ไทย
"เมื่อคุณมองจากบนนั้นลงมายังโลก การโต้เถียงและการต่อสู้กันดูเหมือนว่าเป็นเรื่องประหลาดไปเลย"
สำหรับ สุนีตา วิลเลียมส์ หรือ "สุนี" นักบินอวกาศนาซาซึ่งโลดแล่นอยู่ในอาชีพนี้มายาวนานเกือบสามทศวรรษ มุมมองจากอวกาศที่เธอได้สัมผัสได้ทิ้งความประทับใจอย่างฝังลึกซึ่งหล่อหลอมมุมมองของเธอที่มีต่อมนุษยชาติ เทคโนโลยี และสถานที่ที่เรียกว่า บ้าน
การร่วมภารกิจอวกาศระยะยาวทั้งสิ้น 3 ครั้งบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station-ISS)
วิลเลียมส์วัย 60 ปีในปัจจุบัน ใช้เวลาอยู่บนอวกาศมากกว่า 600 วันในการร่วมภารกิจอวกาศระยะยาว 3 ครั้งบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station-ISS) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในการเดินอวกาศของนักบินอวกาศหญิง
เธอกล่าวว่า จากห้วงอวกาศ เรื่องของเขตแดน และความขัดแย้งกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญใด ๆ
"เมื่อคุณมองกลับมายังดาวเคราะห์ของเรา คุณจะรู้ได้เลยว่าเราทุกคนอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งหมด" เธอกล่าว "บนผืนน้ำเดียวกัน ท้องฟ้าเดียวกัน แผ่นดินผืนเดียวกัน"
วิลเลียมส์กล่าวว่า มุมมองนี้ช่วยเน้นย้ำคุณค่าของการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
"บางทีเราอาจจะจำเป็นต้องมีชั่วขณะหนึ่ง ออกไปที่บางแห่งในธรรมชาติ และฟังเสียงของกันละกัน เพราะเป็นไปได้ว่าทุก ๆ ต่างก็มีข้อดีในตัวเอง"
วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รับจ้างตาย
คนยาสั่งปิดเอเจนซี่เถื่อนกว่า 600 แห่ง หลังพบพลเมืองถูกส่งไปสมรภูมิยูเครน
รัฐบาลเคนยาประกาศเตรียมเข้าหารือกับรัฐบาลรัสเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อคัดค้านการนำพลเมืองเคนยาไปใช้ในการสู้รบในสมรภูมิยูเครน
โดยมูซาเลีย มูดาวาดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเคนยา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้และเป็นกระบวนการที่ทำอย่างลับๆ" ซึ่งบ่อนทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน
รายงานระบุว่า รัฐบาลเคนยาประเมินว่า มีพลเมืองเคนยาประมาณ 200 คน ถูกหลอกลวงผ่านขบวนการจัดหางานนอกระบบให้ไปรบให้กับรัสเซีย ขณะนี้เคนยาได้สั่งปิดบริษัทจัดหางานผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 600 แห่ง และได้ช่วยเหลือพลเมืองที่ผ่านสมรภูมิกลับประเทศมาแล้ว 27 ราย
ซึ่งทั้งหมดต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตใจและเข้ากระบวนการ "ถอนรากถอนโคนทางความคิด" หลังจากต้องเผชิญกับภาวะสะเทือนขวัญจากการสู้รบ
เกาหลีเหนือก็ส่งไปช่วยช่วยรบ
อิหร่าน
อังกฤษ
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย
เท่ากับบอกว่า วัดนี้มีผลประโยชน์
ศึกวัดพระพุทธบาทสี่รอยเดือด‼️ ชาวบ้านบุกกรุงร้อง สว. จี้สอบเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเจ้าอาวาสมิชอบ
•
โวยตั้งพระนอกวัด ไม่ถามชุมชน ไร้ประชาคม ผิดกฎมหาเถรสมาคม เจ้าคณะจังหวัดฯ อ้างความเหมาะสม
📌ล่าสุดชาวบ้านบุกกรุง ร้องสว.ช่วย จี้สอบความโปร่งใส วอนพระผู้ใหญ่เมตตาด้วย
วันก่อนเจ้าคณะจังหวัดเรียกพระประชุมลับหาทางออก ยังไร้ข้อสรุป ล่าสุดชาวบ้าน บุกกรุงชี้แจงคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา จริยธรรม คุณธรรม สว. เตรียมร้องต่อเจ้าคณะภาค 7 เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ฐานพระผู้ใหญ่ ใช้อำนาจโดยมิชอบตามกฎมหาเถรสมาคม
ดราม่าความขัดแย้งภายในวัดพระพุทธบาทสี่รอย ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงร้อนแรงและยืดเยื้อมานานหลายปี หลังคำสั่งแต่งตั้งพระมหาพร้อมพงษ์ ปภัสสรจิตโต, ดร. (ป.ธ.3) พระจากนอกพื้นที่ เข้าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทสี่รอยอย่างเป็นทางการ แทนพระครูพุทธบทเจติยารักษ์ หรือ “ครูบาพรชัย ปิยวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาส ส่งผลให้ชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนัก โดยยืนยันต้องการให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในพื้นที่ เป็นที่เคารพศรัทธาของชุมชน ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และเห็นว่าการแต่งตั้งควรผ่านกระบวนการประชาคม รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านก่อน เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของพุทธศาสนิกชนเจ้าของศรัทธาวัดอย่างแท้จริง พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้อง โปร่งใส และความชอบธรรมของคำสั่งแต่งตั้ง
ความขัดแย้งเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เมื่อครูบาพรชัย ปิยวัณโณ ตกเป็นข่าวอื้อฉาวจากกรณีขับรถกระบะลงจากดอยไปพักค้างคืนที่แฟลตแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อนเกิดเหตุถอยรถชนรถเก๋ง รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านหลายคันจนได้รับความเสียหาย ต่อมาคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่งผลให้ครูบาพรชัยตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส อย่างไรก็ตาม ยังคงพำนักอยู่ภายในกุฏิภายในวัดพระพุทธบาทสี่รอยจนถึงปัจจุบัน
ภายหลังการลาออก พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส และเมตตาให้ครูบาพรชัยอยู่ในสถานะพระลูกวัด ก่อนจะมีการแต่งตั้งพระมหาพร้อมพงษ์ ปภัสสรจิตโต, ดร. ให้ดำรงตำแหน่งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสจนครบพรรษา และต่อมาในช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทสี่รอยอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นไปตามความเห็นชอบของคณะสงฆ์ระดับตำบลและอำเภอ (มีกระแสข่าวว่า เป็นคำสั่งจากพระผู้ใหญ่)
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ชาวบ้านหมู่ 6 ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายมนตรี สุขสบาย ผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งต่อพระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดเชตวัน ถนนท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยย้ำว่าชุมชนไม่ยอมรับพระจากนอกพื้นที่ ต้องการพระในพื้นที่เป็นเจ้าอาวาส และเห็นว่าการแต่งตั้งควรจัดให้มีประชาคมหมู่บ้าน รับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้านก่อนออกคำสั่งใดๆ
พระเทพมังคลาจารย์ได้ชี้แจงต่อชาวบ้านว่า การแก้ไขปัญหาในลักษณะเดียวกันเคยประสบผลสำเร็จมาแล้ว โดยยึดประโยชน์ของพระพุทธศาสนาและส่วนรวมเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าการแต่งตั้งเจ้าอาวาสคำนึงถึงความเหมาะสม การบริหารจัดการเงินวัดภายหลังมีเจ้าอาวาสเป็นไปอย่างโปร่งใส เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำเข้าบัญชีสามารถตรวจสอบได้ หากต้องการให้มีการทบทวนคำสั่งแต่งตั้ง จำเป็นต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนถึงความบกพร่องของผู้เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำชี้แจงดังกล่าว กลุ่มชาวบ้านยังคงยืนกรานไม่ยอมรับ และได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อพระธรรมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบ
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. ตัวแทนชาวบ้านวัดพระพุทธบาทสี่รอย ได้นำเรื่องเข้ายื่นร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ของรัฐสภา เพื่อคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาส และขอให้ตรวจสอบกระบวนการแต่งตั้ง รวมถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าการแต่งตั้งผู้รักษาการในช่วงแรกอาจไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีการแจ้งให้คณะสงฆ์ภายในวัดรับทราบ ไม่มีการทำประชาคมชุมชน อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกใบอนุโมทนาบัตรในช่วงที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์จากวัด
ด้านประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหาทางยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ต่อมาผู้สื่อข่าวตรวจสอบเอกสารจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569 พบว่ามีหนังสือนิมนต์พระภิกษุในวัดพระพุทธบาทสี่รอย จำนวน 3–4 รูป เข้าร่วมประชุมหารือกรณีการแต่งตั้งเจ้าอาวาส ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 15.00 น. ณ สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ วัดสวนดอก พระอารามหลวง
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันประชุม ตัวแทนชาวบ้านผู้ร้องเรียนจำนวนหนึ่งเดินทางมาขอเข้าร่วมรับฟัง แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากคณะสงฆ์ มีการปิดล็อกห้องประชุมไม่ให้ประชาชนและญาติโยมเข้าร่วม ขณะที่ภายในมีรายงานว่ามีการเจรจาในหลายประเด็น โดยเฉพาะข้อเสนอให้พระภิกษุในวัดมีส่วนร่วมบริหารจัดการร่วมกับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน แต่สุดท้ายยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน และไม่มีการแจ้งผลต่อชาวบ้านอย่างเป็นทางการ
ตัวแทนชาวบ้านยืนยันว่า หากผลการพิจารณาออกมาไม่เป็นธรรม จะยกระดับการร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ และเตรียมนัดชุมนุมใหญ่หน้าวัดพระพุทธบาทสี่รอยต่อไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า กรณีดังกล่าวถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา จริยธรรม คุณธรรม วุฒิสภา โดยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ต้อนรับตัวแทนชาวบ้านบ้านพระพุทธบาทสี่รอย นำโดยนายมนตรี สุขสบาย ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง
ที่ประชุมมีมติจะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อหาข้อยุติภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และเตรียมนำผลสรุปเข้าพบพระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 7
ชาวบ้านเสนอให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคมเร่งพิจารณาและมีคำสั่งให้ตรวจสอบกรณีเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทสี่รอยโดยมิชอบตามกฎมหาเถรสมาคม พร้อมขอให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว และแต่งตั้งพระสงฆ์ในพื้นที่ที่ประชาชนเคารพศรัทธาขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน
นอกจากนี้ ยังหยิบยกกรณีเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งปลดเจ้าอาวาสวัดป่างิ้วและเจ้าคณะตำบลมะขุนหวาน จากกรณีทุจริตจ้างพระไปสอบบาลีสนามหลวงเปรียญธรรม 5 ประโยค แล้วให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความเป็นธรรม
ชาวบ้านระบุอีกว่า ได้ยื่นหนังสือคัดค้านมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 แต่กลับถูกเพิกเฉย และการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2541 ที่กำหนดให้เจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอร่วมกันพิจารณาเสนอชื่อ รวมถึงกำหนดว่าผู้จะเป็นเจ้าอาวาสต้องเป็นผู้ได้รับความเคารพศรัทธาจากบรรพชิตและคฤหัสถ์ในถิ่นนั้น
ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวว่าการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกรณีวัดพระพุทธบาทสี่รอย แต่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ตัวแทนชาวบ้านและคณะอนุกรรมาธิการฯ เตรียมลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อเข้าพบเจ้าคณะภาค 7 ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อผลักดันให้เกิดการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมต่อไป
เทามานาน
(10 ก.พ. 2569) ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชายังคงดุเดือดต่อเนื่อง ล่าสุด กรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา (GDI) เปิดเผยตัวเลขการเนรเทศชาวต่างชาติในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (8-9 ก.พ.) รวมสูงถึง 740 คน โดยมีนัยสำคัญอยู่ที่การประสานงานระดับสูงกับมหาอำนาจ
จีนกดดัน-ร่วมมือปราบปราม จุดเปลี่ยนสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้คือ "ความร่วมมือกับสถานทูตจีน" อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจับกุมชาวจีน 312 คน ที่พัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Online Scams) ซึ่งทางการจีนถึงกับส่ง "เครื่องบินเหมาลำพิเศษ" มารับตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนทันที สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดของปักกิ่งที่ต้องการปราบปรามทุนสีเทาในต่างแดน
แรงบีบจากสหรัฐฯ และเวทีโลก นอกจากจีนแล้ว แถลงการณ์ยังระบุถึงเป้าหมายเพื่อ "ความปลอดภัยระดับโลก" (Global Safety) ซึ่งเป็นสัญญาณตอบรับต่อแรงกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งมอบเงินช่วยเหลือด้านการกู้ระเบิดและจับตาสถานการณ์ค้ามนุษย์ในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด รัฐบาลพนมเปญจึงต้องเร่งทำผลงาน "Big Cleaning" เพื่อลบข้อครหาว่าเป็นสวรรค์ของอาชญากรไซเบอร์
ในจำนวน 740 คนนี้ มีชาวต่างชาติจาก 10 ประเทศ นอกจากชาวจี ยังมีการกวาดล้างชาวต่างชาติอีก 428 คน จาก 10 สัญชาติ ได้แก่ ไทย, อินเดีย, ปากีสถาน, พม่า, อินโดนีเซีย, เกาหลี, ฟิลิปปินส์, เนปาล และไลบีเรีย โดยถูกตั้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตรวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดถูกผลักดันออกนอกประเทศตามระเบียบ
นโยบายปราบปรามเข้มข้น พล.ต.อ. ซก เวาสนา (Sok Veasna) อธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา ระบุว่าปฏิบัติการนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลฮุน มาเนต และกระทรวงมหาดไทย เพื่อขจัดภาพลักษณ์แหล่งซ่อนตัวของอาชญากรไซเบอร์ และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับตัวการใหญ่โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกมาทำงานให้เดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย
ปธน.หญิง
คิม จู-แอ: ใครคือบุตรสาวคิม จอง-อึน ผู้อาจขึ้นแท่น "ว่าที่" ผู้นำหญิงคนใหม่ของเกาหลีเหนือ - BBC News ไทย
-
เชื่อพระเจ้าแล้วจะพ้นทุกข์คือตายแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์อยู่นิรันดร์ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ ก็ต้องทุกข์ร่ำไป เพราะว่าพระเจ้าสร้างทุกข...
-
ให้ไทยเปิดก่อน แล้วจะไปฟ้องโลกว่าถูกรังแก เข้ามาช่วยด้วย เขมรป่วนปราสาทตาควาย คล้องผ้าขาวม้ามีรูปธงชาติกัมพูชา เปิดด่านส่งอดีตรองเสนาธิกา...
-
เขมร ต่ำ ไทยสูง ในที่นี้หมายถึง แนวเถือกเขาสันปันน้ำ คือสิ่งบอกชัดเจนว่าเป็นสิ่งขวางกั้นระหว่างกัน ตอนนี้เขาพระวิหาร กัมพูชาปล่อยทิ้ง ไม่ด...








