เปิด ‘ร่างข้อตกลง 14 ข้อ’ สหรัฐ-อิหร่าน ฉบับเปอร์เซีย
.
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนว เทวนิยม กับ อเทวนิยม
ศาสนาในโลกนี้ จึงมี ๒ ศาสนา คือ
ศาสนาที่นับถือเทพเจ้า เรียกว่า “เทวนิยม” ประเภทหนึ่ง ศาสนาที่ไม่นับถือเทพเจ้าเป็นหลัก
เรียกว่า “ธรรมนิยม” หรือ
“สัจจนิยม” หรือ "อเทวนิยม" ศาสนาในโลกนี้ ส่วนมากมีพวกเทวนิยม เช่น
ศาสนาคริสต์
ที่มีพระผู้เป็นเจ้า พระเยซู
อ้างตัวว่าเป็นพระบุตรของบิดา
มาจากสรวงสวรรค์ พระนบีโมฮัมหมัด
ก็อ้างตัวเป็น โปรเฟส หรือเป็นผู้แทนของพระผู้เป็นเจ้า มาสั่งสอนประชาชน
พวกชาวฮินดูทั้งหลาย เขียนคัมภีร์พระเวท ก็บอกว่าเอาจากพระโอษฐ์ของพระผู้เป็นเจ้า
พระพรหมเป็นผู้สั่งมาให้เขียนอย่างนี้
ให้ว่าอย่างนี้
แล้วคนที่เขียนนั้น
ต้องเป็นพราหมณ์ คนอื่นไม่ได้
พราหมณ์มีหน้าที่รับเอาพระเวทมาจากพระพรหม พราหมณ์เป็นผู้สอน คนอื่นสอนไม่ได้ เพราะคนฮินดูเขาแบ่งเป็น ๔
ชั้น เรียกว่า กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร
กษัตริย์ มีหน้าที่รบป้องกันบ้านเมือง
ป้องกันศาสนา
พราหมณ์ มีหน้าที่สอนศีลธรรมแก่ประชาชน แล้วก็พวก
พราหมณ์ นั้น เกิดจากปากของพระผู้เป็นเจ้า
เอาเปรียบ เกิดจากปากเลย
ความจริง วรรณะ ๔ นี้ ไม่ใช่ให้ถือให้เกลียดกัน เดิมทีไม่ได้เกลียดกันดอก เขาแบ่งงานกัน.
แต่ว่าต่อมามันเกิดกิเลสขึ้น
อะไรๆเอากิเลสเข้าใส่แล้วมันยุ่งทั้งนั้นน่ะแหละ ทำให้เกิดปัญหาถือชั้นวรรณะกัน กินร่วมกันไม่ได้ ภาชนะอันหนึ่ง
ถ้าพวกศูทรมาแตะต้อง พวกพราหมณ์ พวกกษัตริย์ พวกแพศย์ กินไม่ได้
อาหารตั้งอยู่
ถ้าอาหารบริบูรณ์ดี
พวกศูทรเดินมามีเงาทับ มันเททิ้งหมดเลย
แต่ถ้าอาหารขาดแคลนมันก็ไม่เทเหมือนกัน
มันถือไม่เข้าเรื่อง
นี่เป็นเรื่องวรรณะ
พระพุทธเจ้าบอกว่า คนไม่ได้ประเสริฐเพราะวรรณะ
ไม่ได้เลวเพราะวรรณะ คนประเสริฐเพราะการกระทำ เลวก็เพราะการกระทำ
ไม่ใช่ดีเลวเพราะชาติเกิด แต่ดีเลวเพราะการกระทำ.
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ จะเกิดเป็นอะไรก็ตาม
ถ้าทำดีแล้วเป็นต้องดีทั้งนั้น
(แล้วยกตัวอย่าง) คนชั้นศูทร แต่เขาประพฤติดี ประพฤติชอบ
แม้แต่กษัตริย์ก็ยังให้เกียรติ
กษัตริย์ถ้าประพฤติไม่ดีก็เป็นที่ดูหมิ่นแก่คนทั้งหลาย ไม่ใช่อยู่ที่การเกิดหรือวรรณะ แต่อยู่ที่กรรมดีคือการกระทำ พระพุทธเจ้าสอนไว้อย่างนั้น พวกพราหมณ์เขาถือว่า พระพรหมเป็นผู้สร้าง.
เด็กนักเรียน พากันคว่ำบาตรอาหารกลางวันในโรงเรียน
เพียงเพราะแม่ครัวคนใหม่ เป็นชนชั้นจัณฑาล 🇮🇳
"จัณฑาล ไม่ใช่วรรณะ แต่จัณฑาล คือชนชั้น"
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง
ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรขัณฑ์ ได้จ้างแม่ครัวคนใหม่มา เพื่อทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน
โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Champawat
ซึ่งได้มีการจ้างหญิงดาลิต ( Dalit แปลว่า จัณฑาล
) ในหมู่บ้านคนหนึ่งมาเป็นแม่ครัวของโรงเรียน เธอมีชื่อว่า สุนิตา เทวี
โดยสุนิตามีหน้าที่ เตรียมอาหารให้แก่เด็กนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2
“ตั้งแต่วันแรกที่เธอเริ่มงาน
ไม่มีนักเรียนคนไหน ที่ปฏิเสธอาหารกลางวันของโรงเรียนเลย แต่พอวันถัดมา เด็กนักเรียนที่มีชนชั้นสูงกว่าเธอราว 66 คน ก็เตรียมอาหารใส่ปิ่นโตมาจากบ้านเอง" ครูใหญ่กล่าว
แต่งานนี้มีเสียงของผู้ปกครองอีกหลายท่าน
ที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของเด็ก ๆ ในครั้งนี้ “เรามองว่า หญิงดาลิตทุกคน ก็ควรได้รับโอกาสที่ดี ๆ ฉันมองว่า นอกจากเธอจะมาเป็นแม่ครัวแล้ว เธอยังสมควรได้รับอาหาร ขนมปัง และเนยดี ๆ สำหรับทานอีกด้วย" ผู้ปกครองอีกท่านกล่าว
เมื่อเรื่องนี้ถูกพูดออกไปในวงกว้าง จึงลุกลามไปถึงกระทรวงการศึกษาธิการอีกด้วย ทำให้ทางหน่วยงานของภาครัฐ จำเป็นจะต้องลงมาตรวจสอบ
เพื่อหาคนต้นคิด และสรุปข้อขัดแย้งนี้
“เพราะการกีดกัน หรือคว่ำบาตรอาหารกลางวันที่ชนชั้นจัณฑาลทำนั้น ในทางกฎหมายถือว่าเป็นความผิด หรือ เป็นการละเมิดกฏหมายสิทธินะ เพราะมันสามารถสร้างความรุนแรงและอันตราย ให้แก่สังคมได้" Harshbardhan อดีตประธานเทศบาลท้องถิ่นรัฐ กล่าว
“พวกเราอยู่ในยุคสมัยใหม่แล้ว การโต้เถียงเรื่องพวกนี้ มีแต่จะทำลายความรักความสามัคคีให้หมดไป สำหรับผมนั้น กรณีนี้ควรต้องมีผู้ที่ได้รับโทษ และต้องไต่สวนให้ถึงระดับการไต่สวนสูงสุดด้วย"
เรื่องนี้ อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น การแบ่งแยกด้วยเรื่องชนชั้นและวรรณะ ของทางอินเดียนั้น
ถือว่าในทางกฎหมายเป็นความผิดที่รุนแรงมาก
การกล่าวเหยียด การดูถูก การประเมินค่าราคาคนด้วยทัศนคติดั้งเดิม ของคนเพียงกลุ่มเดิม ๆ นั้น
มันไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนความเจริญของบ้านเมืองได้จริง ๆ ค่ะ
และมีแต่จะเป็นการบ่อนทำลายความสามัคคี ของสังคมลงไปด้วย
การศึกษาที่ว่าสำคัญนั้น ยังไม่สู้การอบรมสั่งสอน และการให้ความรักความอบอุ่น ของพ่อแม่เลยนะคะ
การสอนให้ลูกมองอะไรให้กว้าง และ ลึกหลายมิติ นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากจริง ๆ
ยุคใหม่ สมัยใหม่แล้ว ชุดความคิด
ก็ต้องปรับเปลี่ยน และ ต้องเริ่มยอมรับสิ่งที่เป็นไปมากขึ้นด้วยค่ะ
สังคมของอินเดียนั้นใหญ่และกว้างมาก และแน่นอน ความซับซ้อนนี้ มีมาหลายพันปี
อาจต้องใช้เวลาสักนิด แต่เชื่อว่าไม่นาน ต้องดีขึ้นแน่นอนค่า
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ชีวิตเพื่อพระเจ้า
ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน ดูลาล กิริ จี
มหาราช ชายชาวอินเดียตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อกลายมาเป็นนักบวชฮินดู
พร้อมกับสาบานตนว่าจะไม่นั่งหรือนอนอีกเลย
เขามีความเชื่อว่า
หากแสดงความศรัทธาอย่างสูงสุดด้วยการยืนไปตลอดชีวิต
จะทำให้เขาได้พบกับมหาเทพพระศิวะในที่สุด
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือ
เขาสามารถยืนมาตลอดติดต่อกันแม้แต่เวลานอนก็ยังนอนในท่ายืนโดยอาศัยโครงสร้างช่วยพยุงเอาไว้
ในภาพที่เห็นนี้
อาสาสมัครคนหนึ่งได้ทายาและน้ำยากำจัดเชื้อที่บนเท้าที่บวมเป่งอย่างหนัก
โดยเกิดจากการยืนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 12 ปี
แต่จนถึงตอนนี้
ดูลาลก็ยังไม่เคยได้พบเจอมหาเทพที่เขาตามหา
เผยชีวิต "สาธุฮินดู"
ผู้บำเพ็ญตบะยืนยาวนาน 12 ปี
ยอมสละชีวิตทางโลกเพื่อความภักดีต่อพระศิวะ
มถุรา, อินเดีย — เรื่องราวของ "เฑาลัต
คิริ จี มหาราช" (Dowlath
Giri Ji Maharaj) นักบวชหรือสาธุ (Sadhu) วัยกลางคนในเมืองมถุรา
รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย กำลังเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและผู้คนทั่วโลก
หลังจากมีการเปิดเผยวิถีชีวิตการบำเพ็ญตบะขั้นรุนแรงด้วยการ
"ยืนต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี โดยไม่เคยนั่งหรือนอนราบเลย"
เฑาลัต คิริ
อดีตนักศึกษาผู้ยอมละทิ้งการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและอนาคตทางโลก ได้หันเข้าสู่เส้นทางสายจิตวิญญาณ
โดยเลือกปฏิบัติธรรมตามแนวทางโบราณของฮินดูที่เรียกว่า "ขะเฑศวรี" (Khadeshwari)
หรือที่รู้จักกันในนาม "นักบวชผู้ไม่ยอมนั่ง"
เพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างสูงสุดต่อองค์พระมหาเทพ (พระศิวะ)
ด้วยความเชื่อว่าการทรมานร่างกายเพื่อละกิเลสและความสบายทางโลก
จะช่วยให้เขาได้เข้าถึงนิมิตหรือการรับรู้ถึงองค์เทพเจ้า
ตลอดระยะเวลา 12
ปีที่ผ่านมา เฑาลัต คิริ ใช้ชีวิตในท่ายืนตลอด 24
ชั่วโมง แม้กระทั่งในเวลานอนหลับ เขาจะใช้วิธีดัดแปลงราวไม้หรือผูกผ้าเป็น
"เปลญวนพยุงตัว" ไว้ใต้รักแร้และหน้าอก เพื่อทิ้งน้ำหนักตัวลงไปและหลับตาพักผ่อนในท่ายืน
ส่วนการขับถ่ายจะทำในท่าย่อตัวโดยมีราวพยุง
และไม่ยอมให้ร่างกายส่วนสะโพกหรือหลังสัมผัสพื้นเลย
การยืนต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต
ทำให้ขาและเท้าของเขามีอาการบวมโตอย่างหนัก (สภาวะ Edema) จนผิวหนังตึงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ทำให้ในทุกๆ วัน บรรดาลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสที่แวะเวียนมายังอาศรม
จะต้องช่วยกันนำน้ำมัน สมุนไพร
และน้ำยาฆ่าเชื้อมานวดชะโลมและทำความสะอาดบาดแผลที่ขาเพื่อประคองอาการ
แม้ว่าจนถึงปัจจุบัน เฑาลัต คิริ
จะเปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับนิมิตหรือเห็นภาพองค์พระศิวะตามที่หวังไว้
แต่เขายังคงยืนยันที่จะปฏิบัติบำเพ็ญตบะเช่นนี้ต่อไปด้วยความศรัทธาที่ยังคงแน่วแน่ไม่เสื่อมคลาย
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
จิตตั้งมั่น
“ซิโมน ไบล์ส” จากหนูน้อยยากจน/เด็กบ้านแตก สู่เจ้าแม่โอลิมปิกยิมนาสติก เธอทำสมาธิจิตตั้งมั่น ความวิตกที่บั่นทอนความรู้สึกก็จางหายไป แล้วเดินเข้าแข่งขัน แล้วคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ
ซิโมน ไบล์ส
นำเทคนิคการทำกรรมฐานลมหายใจมาใช้ที่ข้างเวทีการแข่งขัน
เพื่อฟื้นสมาธิให้กลับมาตั้งมั่นเป็นปกติ นั้น
เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันรายการรวมอุปกรณ์หญิงเดี่ยว (4 อุปกรณ์)
ณ มหกรรมโอลิมปิกส์ปารีส 2024
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
"ทาง" ชารีอะห์
กษัตริย์ของมาเลเซียที่บังคับให้ประชาชนหันมานับถือศาสนาอิสลาม - Pantip
บุคคลในหัวข้อของเจ้าของกระทู้ยกมานั้น
เป็นสุลต่านแห่งรัฐมะละกา
ส่วนประเทศมาเลเซียเพิ่งเกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สองหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษซึ่งได้รวมเอาดินแดนของรัฐทางเหนือซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของสยามเข้าไปด้วย
แต่ประวัติศาสตร์ของมาเลเซียเขามักจะนับตั้งแต่การเกิดขึ้นของรัฐสุลต่านมะละกา
เมื่อไหร่ก็ตามที่ มุสลิม มีอำนาจทางการเมือง
การญิฮาด ก็จะตามมา
เมื่อ "รัฐสุลต่าน" เกิดขึ้น ณ ที่ใด
สุลต่านองค์นั้น ย่อมบังคับใช้กฎหมายชาริอะห์ในการปกครองดินแดนของตนเอง
ผู้อยู่ใต้การปกครองที่ไม่นับถือศาสนาอิสลาม หรือ กาเฟร นั้น
ถือว่าเป็นผู้ละเมิดกฎหมายชาริอะห์ ย่อมถูกลงโทษ ตามกฎหมายชาริอะห์
อิสลามที่เข้ามาให้เอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้น
เป็น นิกายสุหนี่ มัซฮับ ซาฟีอี มาจากอินเดียตอนใต้ ซึ่งให้ผู้ปกครองมุสลิม
สามารถทำ ญิฮาด กับผู้ที่ไม่นับถือศาสนาอิสลามได้เลย
สามารถนำเอาอัลกรุอ่าน ซูเราะห์ อัต-เตาบะฮฺ
มาบังคับใช้ได้ทันที เพราะเป็นผู้ได้รับชัยชนะทางการทหารและกุมอำนาจทางการเมืองแล้ว
กาเฟรผู้อยู่ใต้การปกครอง จึงมีทางเลือกแค่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม
อพยพหนีไปอยู่ที่อื่น หรือ ตาย เท่านั้น
ดินแดนแห่งใดก็ตาม เมื่อกลายเป็น รัฐสุลต่าน
ซึ่งปกครองด้วยกฎหมายชาริอะห์ ก็จะเกิดการบังคับให้นับถือศาสนาอิสลามตามมา
ตามประวัติศาสตร์ อิสลาม
เข้ามาในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพ่อค้ามุสลิม มีการสร้างชุมชน และ หมู่บ้าน
ตามชายฝั่งทะเลตามเส้นทางการค้า
และทำการค้าขายกับโลกมุสลิมที่รุ่งเรืองทางฟากตะวันตก
จนสามารถสะสมความมั่งคั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
พร้อม ๆ กับการเพิ่มประชากรมุสลิม และสามารถยึดอำนาจทางการเมือง และการทหาร
ในดินแดนแห่งนั้นได้ จนกระทั่งสามารถตั้งตัวเป็นผู้ปกครอง เป็น สูลต่าน
ได้ในที่สุด
บางครั้ง ราชา หรือ ผู้นำ
ในดินแดนแห่งนั้นต้องการค้าขายกับโลกมุสลิม ก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม
เปลี่ยนการปกครองดินแดนของตนเองเป็น "รัฐสุลต่าน"
แล้วปกครองด้วยกฎหมายชาริอะห์
ซึ่งก็มีการบังคับใช้กฎหมายอิสลามกับคนผู้อยู่ภายใต้ปกครองตนเอง
จนจำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลามด้วย
การบังคับคนท้องถิ่นให้นับถือศาสนาอิสลามนั้น
เกิดขึ้นที่เกาะสุมาตรา ตอนบน ซึ่งตอนแรกพ่อค้ามุสลิมใช้เป็นที่จอดพักเรือค้าขาย
แต่งงานกับหญิงท้องถิ่น และอำนาจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความมั่งคั่ง กระทั่ง
ราชาหรือผู้นำ ในดินแดนแห่งนี้ได้เปลี่ยนศาสนาไปเป็นอิสลาม
และตั้งรัฐสุลต่านแห่งแรกปกครองดินแดนแห่งนี้ในคริสศตวรรษที่ 13 เรียกชื่อว่า
รัฐสุลต่าน Samudera - Pasai ปัจจุบันคือ
จังหวัดอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ไม่ว่าเศษฐกิจและการเมืองของรัฐสุลต่าน Samudera
- Pasai ขึ้นอยู่กับต่างชาติที่เป็นมุสลิมทั้งสิ้น
กฎหมายชาริอะห์ มัซฮับ ซาฟิอี
ที่บังคับใช้ในอินเดีย และถูกถ่ายทอดมายัง รัฐสุลต่าน Samudera - Pasai บังคับให้คนท้องถิ่นต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม
เมื่อถูกต่อต้าน มุสลิมก็สามารถทำสงครามศาสนา หรือ ญิฮาด ได้ตามอัลกรุอ่าน
ซูเราะห์ อัต-เตาบะฮฺ ดังนั้นเมื่อถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14
มุสลิมก็สามารถควบคุมดินแดนทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราไว้ได้
ปรเมศวร ที่ต่อมาเป็น
สุลต่านองค์แรกของรัฐสุลต่านแห่งมะละกา ซึ่งก่อตั้งในต้นศตวรรษที่ 15
ก็แต่งงานกับหญิงมุสลิมลูกครึ่งอาหรับ จากรัฐสุลต่าน Samudera - Pasai นี่เอง
มะละกา
ในขณะนั้นเป็นเมืองท่าที่ทำการค้ากับอินเดียที่เป็นมุสลิม
และมีทหารที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก ทหารมุสลิมเหล่านี้เองเป็นผู้เสนอให้
ปรเมศวร แต่งงานกับหญิงมุสลิม เพื่อให้เขาได้รับการสนับสนุนจากเหล่าทหารมุสลิม และ
มีเครือข่ายการค้าขายกับมุสลิม ทำให้ ปรเมศวร เปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม
วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข้อตกลง ๑๔ ข้อ
เปิด ‘ร่างข้อตกลง 14 ข้อ’ สหรัฐ-อิหร่าน ฉบับเปอร์เซีย
-
มุมมองจากทหารไทยเชื้อสายอเมริกันที่ร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน https://www.youtube.com/watch?v=3m5LbFg3X4M 👳ศาสนาอิสลามเกิดในดินแดนที่เป็นป...


.png)









