วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชีวิตผู้นำ



 มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของ รีซอลจู ก่อนแต่งงาน แต่รายงานจากหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ระบุว่า เธอเคยศึกษาวิชาขับร้องในประเทศจีน และเคยเดินทางไปยังเกาหลีใต้ในปี 2005 ในฐานะสมาชิกของทีมเชียร์ลีดเดอร์เกาหลีเหนือ


รีซอลจู เป็นที่รู้จักในด้านรสนิยมด้านแฟชั่นแบบตะวันตก เธอมักจะถือกระเป๋าหรูจากแบรนด์ดังอย่าง Dior และ Chanel ความชื่นชอบสินค้าหรูหราของเธอทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในระดับนานาชาติ เนื่องจากประชาชนในเกาหลีเหนือต้องเผชิญกับอาหาร, ภัยแล้ง และความยากจนอย่างหนักมานานหลายทศวรรษ


 ความลับของ "รีซอลจู" ศรีภรรยาของ "คิมจองอึน" แห่งเกาหลีเหนือ (ภาพ)



ผังล้มจ้าว

 

























วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

แนว เทวนิยม กับ อเทวนิยม


  ศาสนาในโลกนี้  จึงมี ๒ ศาสนา คือ ศาสนาที่นับถือเทพเจ้า เรียกว่า   “เทวนิยม”  ประเภทหนึ่ง  ศาสนาที่ไม่นับถือเทพเจ้าเป็นหลัก  เรียกว่า  “ธรรมนิยม”  หรือ  “สัจจนิยม”  หรือ  "อเทวนิยม"  ศาสนาในโลกนี้  ส่วนมากมีพวกเทวนิยม  เช่น  ศาสนาคริสต์  ที่มีพระผู้เป็นเจ้า  พระเยซู อ้างตัวว่าเป็นพระบุตรของบิดา  มาจากสรวงสวรรค์   พระนบีโมฮัมหมัด ก็อ้างตัวเป็น โปรเฟส หรือเป็นผู้แทนของพระผู้เป็นเจ้า  มาสั่งสอนประชาชน

 

  








 

 พวกชาวฮินดูทั้งหลาย   เขียนคัมภีร์พระเวท  ก็บอกว่าเอาจากพระโอษฐ์ของพระผู้เป็นเจ้า พระพรหมเป็นผู้สั่งมาให้เขียนอย่างนี้   ให้ว่าอย่างนี้  แล้วคนที่เขียนนั้น  ต้องเป็นพราหมณ์ คนอื่นไม่ได้   พราหมณ์มีหน้าที่รับเอาพระเวทมาจากพระพรหม   พราหมณ์เป็นผู้สอน   คนอื่นสอนไม่ได้ เพราะคนฮินดูเขาแบ่งเป็น ๔ ชั้น เรียกว่า กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร

 

กษัตริย์  มีหน้าที่รบป้องกันบ้านเมือง ป้องกันศาสนา

พราหมณ์  มีหน้าที่สอนศีลธรรมแก่ประชาชน  แล้วก็พวก

 แพศย์  มีหน้าที่ค้าขาย

 พวกศูทร  เป็นกรรมกร

 

พราหมณ์ นั้น  เกิดจากปากของพระผู้เป็นเจ้า เอาเปรียบ เกิดจากปากเลย

 กษัตริย์  ออกมาจากแขนมีหน้าที่รบข้าศึก

 พวกแพศย์ คือพ่อค้าเกิดจากท้องของพระผู้เป็นเจ้า

 พวกศูทร แย่หน่อย เกิดจากหน้าแข้งของพระผู้เป็นเจ้า  เกิดคนละที่ละแห่ง  ก็เลยแบ่งเป็นวรรณะ ๔

 

ความจริง วรรณะ ๔ นี้ ไม่ใช่ให้ถือให้เกลียดกัน  เดิมทีไม่ได้เกลียดกันดอก  เขาแบ่งงานกัน.

 วรรณะ ๔ ของพราหมณ์:  กษัตริย์  มีหน้าที่ทำงานนักรบปกครองบ้านเมือง

 พราหมณ์  มีหน้าที่  จัดการทางศึกษาเล่าเรียน

 พวกแพศย์  มีหน้าที่  ค้าขายทางเศรษฐกิจ

 พวกศูทร   มีหน้าที่  กรรมกรใช้แรงงาน  เขาแบ่งงานกันทำ

 

แต่ว่าต่อมามันเกิดกิเลสขึ้น  อะไรๆเอากิเลสเข้าใส่แล้วมันยุ่งทั้งนั้นน่ะแหละ  ทำให้เกิดปัญหาถือชั้นวรรณะกัน  กินร่วมกันไม่ได้  ภาชนะอันหนึ่ง  ถ้าพวกศูทรมาแตะต้อง  พวกพราหมณ์  พวกกษัตริย์  พวกแพศย์ กินไม่ได้   อาหารตั้งอยู่  ถ้าอาหารบริบูรณ์ดี  พวกศูทรเดินมามีเงาทับ  มันเททิ้งหมดเลย   แต่ถ้าอาหารขาดแคลนมันก็ไม่เทเหมือนกัน  มันถือไม่เข้าเรื่อง  นี่เป็นเรื่องวรรณะ

 

พระพุทธเจ้าบอกว่า  คนไม่ได้ประเสริฐเพราะวรรณะ ไม่ได้เลวเพราะวรรณะ คนประเสริฐเพราะการกระทำ เลวก็เพราะการกระทำ ไม่ใช่ดีเลวเพราะชาติเกิด แต่ดีเลวเพราะการกระทำ.  คนเราเลือกเกิดไม่ได้ จะเกิดเป็นอะไรก็ตาม ถ้าทำดีแล้วเป็นต้องดีทั้งนั้น  (แล้วยกตัวอย่าง) คนชั้นศูทร แต่เขาประพฤติดี ประพฤติชอบ แม้แต่กษัตริย์ก็ยังให้เกียรติ  กษัตริย์ถ้าประพฤติไม่ดีก็เป็นที่ดูหมิ่นแก่คนทั้งหลาย   ไม่ใช่อยู่ที่การเกิดหรือวรรณะ   แต่อยู่ที่กรรมดีคือการกระทำ  พระพุทธเจ้าสอนไว้อย่างนั้น  พวกพราหมณ์เขาถือว่า พระพรหมเป็นผู้สร้าง.

 

 


 Facebook


 เด็กนักเรียน  พากันคว่ำบาตรอาหารกลางวันในโรงเรียน เพียงเพราะแม่ครัวคนใหม่ เป็นชนชั้นจัณฑาล 🇮🇳

 

"จัณฑาล ไม่ใช่วรรณะ  แต่จัณฑาล คือชนชั้น"

 

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรขัณฑ์   ได้จ้างแม่ครัวคนใหม่มา  เพื่อทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน

 

โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Champawat ซึ่งได้มีการจ้างหญิงดาลิต ( Dalit แปลว่า จัณฑาล ) ในหมู่บ้านคนหนึ่งมาเป็นแม่ครัวของโรงเรียน  เธอมีชื่อว่า สุนิตา เทวี โดยสุนิตามีหน้าที่ เตรียมอาหารให้แก่เด็กนักเรียน  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2

 

“ตั้งแต่วันแรกที่เธอเริ่มงาน ไม่มีนักเรียนคนไหน ที่ปฏิเสธอาหารกลางวันของโรงเรียนเลย แต่พอวันถัดมา  เด็กนักเรียนที่มีชนชั้นสูงกว่าเธอราว 66 คน ก็เตรียมอาหารใส่ปิ่นโตมาจากบ้านเอง"  ครูใหญ่กล่าว

 “ ผมงงมากจริง ๆ ว่าอะไรทำให้เด็ก ๆ กลายเป็นแบบนี้ไปได้  มันเหนือความเข้าใจของผมไปมาก “

 โดยครั้งนี้  ผู้ปกครองนักเรียนที่แบนอาหารกลางวัน ได้กล่าวว่า  ก่อนมีการเลือกแม่ครัวคนใหม่เข้ามา  ทางผู้ปกครองได้มีการเลือก  แม่ครัวอีกคนหนึ่งไว้แล้ว แต่ครูใหญ่และคณะกรรมการบริหาร ได้เลือกสุนิตาแทน

 “ฉันมองว่า  เนื่องจากโรงเรียนนี้มีจำนวนนักเรียนที่มีชนชั้นสูงจำนวนมาก  ดังนั้น  ก็ควรจะเลือกแม่ครัวที่มีชนชั้นสูงด้วยเช่นกัน"   หนึ่งในผู้ปกครองให้สัมภาษณ์

 

แต่งานนี้มีเสียงของผู้ปกครองอีกหลายท่าน ที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของเด็ก ๆ ในครั้งนี้  “เรามองว่า หญิงดาลิตทุกคน  ก็ควรได้รับโอกาสที่ดี ๆ ฉันมองว่า นอกจากเธอจะมาเป็นแม่ครัวแล้ว  เธอยังสมควรได้รับอาหาร ขนมปัง และเนยดี ๆ สำหรับทานอีกด้วย"  ผู้ปกครองอีกท่านกล่าว

 

เมื่อเรื่องนี้ถูกพูดออกไปในวงกว้าง  จึงลุกลามไปถึงกระทรวงการศึกษาธิการอีกด้วย ทำให้ทางหน่วยงานของภาครัฐ จำเป็นจะต้องลงมาตรวจสอบ เพื่อหาคนต้นคิด และสรุปข้อขัดแย้งนี้

“เพราะการกีดกัน หรือคว่ำบาตรอาหารกลางวันที่ชนชั้นจัณฑาลทำนั้น ในทางกฎหมายถือว่าเป็นความผิด  หรือ เป็นการละเมิดกฏหมายสิทธินะ  เพราะมันสามารถสร้างความรุนแรงและอันตราย ให้แก่สังคมได้"  Harshbardhan  อดีตประธานเทศบาลท้องถิ่นรัฐ กล่าว

 

“พวกเราอยู่ในยุคสมัยใหม่แล้ว  การโต้เถียงเรื่องพวกนี้  มีแต่จะทำลายความรักความสามัคคีให้หมดไป  สำหรับผมนั้น  กรณีนี้ควรต้องมีผู้ที่ได้รับโทษ และต้องไต่สวนให้ถึงระดับการไต่สวนสูงสุดด้วย"

 

เรื่องนี้ อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น การแบ่งแยกด้วยเรื่องชนชั้นและวรรณะ ของทางอินเดียนั้น ถือว่าในทางกฎหมายเป็นความผิดที่รุนแรงมาก

 

การกล่าวเหยียด  การดูถูก  การประเมินค่าราคาคนด้วยทัศนคติดั้งเดิม ของคนเพียงกลุ่มเดิม ๆ นั้น มันไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนความเจริญของบ้านเมืองได้จริง ๆ ค่ะ และมีแต่จะเป็นการบ่อนทำลายความสามัคคี ของสังคมลงไปด้วย

 

การศึกษาที่ว่าสำคัญนั้น ยังไม่สู้การอบรมสั่งสอน และการให้ความรักความอบอุ่น ของพ่อแม่เลยนะคะ การสอนให้ลูกมองอะไรให้กว้าง และ ลึกหลายมิติ นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากจริง ๆ

 

ยุคใหม่ สมัยใหม่แล้ว ชุดความคิด ก็ต้องปรับเปลี่ยน และ ต้องเริ่มยอมรับสิ่งที่เป็นไปมากขึ้นด้วยค่ะ สังคมของอินเดียนั้นใหญ่และกว้างมาก และแน่นอน  ความซับซ้อนนี้ มีมาหลายพันปี อาจต้องใช้เวลาสักนิด  แต่เชื่อว่าไม่นาน  ต้องดีขึ้นแน่นอนค่า

 



 







วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชีวิตเพื่อพระเจ้า

 




























ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน ดูลาล กิริ จี มหาราช ชายชาวอินเดียตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อกลายมาเป็นนักบวชฮินดู พร้อมกับสาบานตนว่าจะไม่นั่งหรือนอนอีกเลย

เขามีความเชื่อว่า หากแสดงความศรัทธาอย่างสูงสุดด้วยการยืนไปตลอดชีวิต จะทำให้เขาได้พบกับมหาเทพพระศิวะในที่สุด

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือ เขาสามารถยืนมาตลอดติดต่อกันแม้แต่เวลานอนก็ยังนอนในท่ายืนโดยอาศัยโครงสร้างช่วยพยุงเอาไว้

ในภาพที่เห็นนี้ อาสาสมัครคนหนึ่งได้ทายาและน้ำยากำจัดเชื้อที่บนเท้าที่บวมเป่งอย่างหนัก โดยเกิดจากการยืนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 12 ปี

แต่จนถึงตอนนี้ ดูลาลก็ยังไม่เคยได้พบเจอมหาเทพที่เขาตามหา

 

 

เผยชีวิต "สาธุฮินดู" ผู้บำเพ็ญตบะยืนยาวนาน 12 ปี ยอมสละชีวิตทางโลกเพื่อความภักดีต่อพระศิวะ

 

มถุรา, อินเดีย — เรื่องราวของ "เฑาลัต คิริ จี มหาราช"  (Dowlath Giri Ji Maharaj) นักบวชหรือสาธุ (Sadhu) วัยกลางคนในเมืองมถุรา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย กำลังเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและผู้คนทั่วโลก หลังจากมีการเปิดเผยวิถีชีวิตการบำเพ็ญตบะขั้นรุนแรงด้วยการ "ยืนต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี โดยไม่เคยนั่งหรือนอนราบเลย"

 

เฑาลัต คิริ อดีตนักศึกษาผู้ยอมละทิ้งการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและอนาคตทางโลก ได้หันเข้าสู่เส้นทางสายจิตวิญญาณ โดยเลือกปฏิบัติธรรมตามแนวทางโบราณของฮินดูที่เรียกว่า "ขะเฑศวรี" (Khadeshwari) หรือที่รู้จักกันในนาม "นักบวชผู้ไม่ยอมนั่ง" เพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างสูงสุดต่อองค์พระมหาเทพ (พระศิวะ) ด้วยความเชื่อว่าการทรมานร่างกายเพื่อละกิเลสและความสบายทางโลก จะช่วยให้เขาได้เข้าถึงนิมิตหรือการรับรู้ถึงองค์เทพเจ้า

 

ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เฑาลัต คิริ ใช้ชีวิตในท่ายืนตลอด 24 ชั่วโมง แม้กระทั่งในเวลานอนหลับ เขาจะใช้วิธีดัดแปลงราวไม้หรือผูกผ้าเป็น "เปลญวนพยุงตัว" ไว้ใต้รักแร้และหน้าอก เพื่อทิ้งน้ำหนักตัวลงไปและหลับตาพักผ่อนในท่ายืน ส่วนการขับถ่ายจะทำในท่าย่อตัวโดยมีราวพยุง และไม่ยอมให้ร่างกายส่วนสะโพกหรือหลังสัมผัสพื้นเลย

 

การยืนต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้ขาและเท้าของเขามีอาการบวมโตอย่างหนัก (สภาวะ Edema) จนผิวหนังตึงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้ในทุกๆ วัน บรรดาลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสที่แวะเวียนมายังอาศรม จะต้องช่วยกันนำน้ำมัน สมุนไพร และน้ำยาฆ่าเชื้อมานวดชะโลมและทำความสะอาดบาดแผลที่ขาเพื่อประคองอาการ

 

แม้ว่าจนถึงปัจจุบัน เฑาลัต คิริ จะเปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับนิมิตหรือเห็นภาพองค์พระศิวะตามที่หวังไว้ แต่เขายังคงยืนยันที่จะปฏิบัติบำเพ็ญตบะเช่นนี้ต่อไปด้วยความศรัทธาที่ยังคงแน่วแน่ไม่เสื่อมคลาย

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02YFuc8anTPUDhcANRx29dGAKhL9xMrKpEXnY9NQ4dMpTS7Zqj9DSCrq5qCxwk9oFKl&id=100093435602334&rdid=g1VsiXXjBAOFqqYu#



วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จิตตั้งมั่น

 

ซิโมน ไบล์ส” จากหนูน้อยยากจน/เด็กบ้านแตก สู่เจ้าแม่โอลิมปิกยิมนาสติก เธอทำสมาธิจิตตั้งมั่น  ความวิตกที่บั่นทอนความรู้สึกก็จางหายไป  แล้วเดินเข้าแข่งขัน แล้วคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

ซิโมน ไบล์ส นำเทคนิคการทำกรรมฐานลมหายใจมาใช้ที่ข้างเวทีการแข่งขัน เพื่อฟื้นสมาธิให้กลับมาตั้งมั่นเป็นปกติ นั้น เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันรายการรวมอุปกรณ์หญิงเดี่ยว (4 อุปกรณ์) ณ มหกรรมโอลิมปิกส์ปารีส 2024

 

 


ชีวิตผู้นำ

  มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของ รีซอลจู ก่อนแต่งงาน แต่รายงานจากหน่วย ข่าว กรองเกาหลีใต้ระบุว่า เธอเคยศึกษาวิชาขับร้องในประเทศจีน แ...