''ชาวอิรัก'' ฉลองใหญ่ทั่วประเทศ''สหรัฐฯ'' ถอนกำลังทหารทั้งหมด l TNN World l 1 Oct 2026 - YouTube
ซุนหนี่ กับ ชีอะห์ จะฟัดกันเองอีกไหม
''ชาวอิรัก'' ฉลองใหญ่ทั่วประเทศ''สหรัฐฯ'' ถอนกำลังทหารทั้งหมด l TNN World l 1 Oct 2026 - YouTube
ซุนหนี่ กับ ชีอะห์ จะฟัดกันเองอีกไหม
เผยชีวิต "สาธุฮินดู" ผู้บำเพ็ญตบะยืนยาวนาน 12 ปี
ยอมสละชีวิตทางโลกเพื่อความภักดีต่อพระศิวะ
มถุรา, อินเดีย — เรื่องราวของ "เฑาลัต
คิริ จี มหาราช" (Dowlath Giri Ji Maharaj) นักบวชหรือสาธุ
(Sadhu) วัยกลางคนในเมืองมถุรา รัฐอุตตรประเทศ
ประเทศอินเดีย กำลังเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและผู้คนทั่วโลก
หลังจากมีการเปิดเผยวิถีชีวิตการบำเพ็ญตบะขั้นรุนแรงด้วยการ
"ยืนต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี โดยไม่เคยนั่งหรือนอนราบเลย"
เฑาลัต คิริ
อดีตนักศึกษาผู้ยอมละทิ้งการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและอนาคตทางโลก
ได้หันเข้าสู่เส้นทางสายจิตวิญญาณ
โดยเลือกปฏิบัติธรรมตามแนวทางโบราณของฮินดูที่เรียกว่า "ขะเฑศวรี" (Khadeshwari)
หรือที่รู้จักกันในนาม "นักบวชผู้ไม่ยอมนั่ง"
เพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างสูงสุดต่อองค์พระมหาเทพ (พระศิวะ)
ด้วยความเชื่อว่าการทรมานร่างกายเพื่อละกิเลสและความสบายทางโลก
จะช่วยให้เขาได้เข้าถึงนิมิตหรือการรับรู้ถึงองค์เทพเจ้า
ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เฑาลัต คิริ
ใช้ชีวิตในท่ายืนตลอด 24 ชั่วโมง แม้กระทั่งในเวลานอนหลับ
เขาจะใช้วิธีดัดแปลงราวไม้หรือผูกผ้าเป็น "เปลญวนพยุงตัว"
ไว้ใต้รักแร้และหน้าอก เพื่อทิ้งน้ำหนักตัวลงไปและหลับตาพักผ่อนในท่ายืน
ส่วนการขับถ่ายจะทำในท่าย่อตัวโดยมีราวพยุง
และไม่ยอมให้ร่างกายส่วนสะโพกหรือหลังสัมผัสพื้นเลย
การยืนต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต
ทำให้ขาและเท้าของเขามีอาการบวมโตอย่างหนัก (สภาวะ Edema) จนผิวหนังตึงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ทำให้ในทุกๆ วัน บรรดาลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสที่แวะเวียนมายังอาศรม
จะต้องช่วยกันนำน้ำมัน สมุนไพร
และน้ำยาฆ่าเชื้อมานวดชะโลมและทำความสะอาดบาดแผลที่ขาเพื่อประคองอาการ
แม้ว่าจนถึงปัจจุบัน เฑาลัต คิริ
จะเปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับนิมิตหรือเห็นภาพองค์พระศิวะตามที่หวังไว้
แต่เขายังคงยืนยันที่จะปฏิบัติบำเพ็ญตบะเช่นนี้ต่อไปด้วยความศรัทธาที่ยังคงแน่วแน่ไม่เสื่อมคลาย
💥 จะปฏิเสธควรใช้ข้ออ้างอื่นๆ
💢 เคยมีเคสตัวอย่าง
> หลังจากออกจากมหาลัยสงฆ์ถึงเวลาแล้วที่จะออกเดินทางตามที่ตั้งใจไว้และจะไม่กลับมา
อีกแล้ว
โดยเริ่มจากกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อสร้างบ้านให้พ่อก่อนและเพื่อทดสอบตัวเอง
เพราะถ้าผ่านที่บ้านมาได้ก็สามารถไปอยู่ทุกหนแห่งได้สบาย
และก็บังเอิญพระที่มาจำพรรษา
ในถ้ำราชคฤห์ออกพรรษาก็ย้ายออกพอดีเลยอยู่คนเดียวถือโอกาสทดสอบตัวเองเรื่องความ
กลัว
อยู่ภาวนาในถ้ำเป็นเวลาเดือนกว่าเรื่องการปฏิบัติ ความกลัวก็ไม่มีปัญหาเพราะอยู่
ไปๆก็ได้ผีนี้แหละเป็นเพื่อนทำให้หายกลัวไปเลย
แต่มีปัญหาเรื่องอาหารการฉันตอนเช้าไป
บิณฑบาตใส่แต่ทางบ้านกับบ้านญาติอีกสองหลังบ้านอื่นไม่ใส่และที่บ้านใส่ก็เพราะบอกให้
ใส่ทุกๆวันจะได้กับข้าวมาสามถุงก็ฉันอยู่แค่นี้อยู่ไปๆ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเรื่องอาหารการฉัน
เพราะเหมือนไปบังคับให้เขามาใส่บาตรอยู่ได้เดือนกว่าก็เลยเดินทางไปดอยอ่างขาง
อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
ตอนอยู่ดอยอ่างขางได้เจอเหตุการณ์หนึ่งทำให้ตกใจมาก คือ ถูกคน
อิสลามทำร้าย
เรื่องมีอยู่ว่ามีพระจะไปซื้อของฝากญาติทางบ้านก็ชวนเราไปเป็นเพื่อนตรงด้าน
หน้าสถานีเกษตรหลวง
บังเอิญร้านที่ซื้อเป็นร้านอิสลามเราก็ยื่นอยู่หน้าร้านรอพระเพื่อนปรากฎ
ว่ามีคนอยู่ขั้นบนโยนกระสอบลงมาโดนเราเต็มๆแต่ดีข้างในไม่ใช่ของแข็งก็เลยไม่เป็นไรมาก
ด้วยความตกใจก็เลยรีบเดินกลับ
คนรอบๆเขาก็เห็นนะแต่ไม่มีใครกล้าว่าอะไร
อยู่ดอยอ่างขางหนึ่งเดือนก็เลยเดินทางไปดอยปุย มาอยู่ดอยปุยได้เจอเอกสารเล่มหนึ่งจริงๆแล้วก็เคยอ่านนานแล้วเป็นเอกสารที่หลุดออกมาเกี่ยวกับแผนการยึดครองประเทศไทยของศาสนาอิสลามในเอกสารเขียนถึงดอยอ่างขางและดอยปุยแล้วก็เป็นอย่างที่เขียนไว้จริงๆคือเขาสำเร็จแล้ว
คือตรงไหนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ย่านเศรษกิฐ
การค้าเขาจะส่งคนของเขาลงไปให้แต่งงานกับคนในพื้นที่แล้วค้าขายเพื่อเงินจะได้อยู่ในกลุ่มคนของเขา
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าร้านขายของฝากในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจะมีร้านของคนอิสลาม
เกือบครึ่งหนึ่งแล้วมีร้านอาหารใหญ่โตตั่งอยู่หน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขางหรืออย่างดอยปุย
ร้านขายของฝากในหมู่บ้านมุ้งรวมถึงหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์
ก็เหมือนกัน จากที่สังเกตุ
ตอนเช้าไปบิณบาตร
ร้านที่เป็นคนอิสลามเขาจะเปิดร้านก่อนคนพุทธคือเปิดแต่เช้ามืดพอตอนเช้า
พระไปบิณฑบาตนักท่องเที่ยวก็จะไปซื้อของจากร้านอิสลามมาใส่บาตร
อย่างหน้าสถานี
เกษตรหลวงอ่างขางกับหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ประจำเลยจะได้แต่อาหารอิสลาม
ก็คง
ไม่แปลกที่มีข่าวว่าจะมีการสร้างโรงงานผลิตอาหารฮาลานที่ดอยหล่อ
และช่วงที่อยู่ดอยปุยก็เจออีกเหตุการณ์หนึ่ง
คือตอนเช้าเราจะลงไปบิณฑบาตในหมู่บ้านม้ง
มียายคนหนึ่งแกจะพาหลานสองคนมารอใส่บาตรตรงจุดจำหน่วยตั๋วเพื่อเข้าชมดอกฝิ่นเป็น
ประจำทุกๆ วันไม่เคยขาด ดูแล้วก็คงจะมีฐานะอยากจนแต่มีศรัทธามาใส่บาตรทุกวัน เรายังรู้สึก
ปลื้มเลย แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ในขณะกำลังเดินบิณฑบาต ปรากฎว่ามีคนอิสลามประมาณร้อยกว่าคนเหมารถแดงขึ้นมาถึงแล้วก็แบ่งกันแยกย้ายเดินสำรวจดูหมู่บ้านจะว่ามาเที่ยวทำไม
มาแต่เข้ามืดร้านค้ายังไม่เปิดเลย
พอเดินบิณฑบาตรมาถึงยายที่ว่าปรากฎว่ามีคนอิสลาม
ล้อมอยู่ประมาณ10คนพอเห็นพระเดินมาก็เปิดทางให้ยายใส่บาตรพอใส่เสร็จก็มาล้อมยาย
อีกและจากวันนั้นยายคนนี้ไม่มาใส่บาตรอีกเลยก็แปลกใจเหมือนกัน
จริงๆแล้วก็เจออะไรมาเยอะแต่ไม่อยากเอามาเล่าก็เฉพราะบางส่วน
จากเหตุการที่พบเจอกับความ
คิดว่าออกจากมหาลัยสงฆ์แล้วจะไม่กลับมาอีกเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น
ขนาดหนีจากเมืองมาอยู่ตาม
ป่าเขากลับมาต้องมาเจออะไรแบบนี้ยอมรับว่ารู้สึกกลัวขึ้นมา
ถ้ายังมาอยู่แบบนี้ต่อไปในวันข้าง
หน้าจะเป็นอย่างไร
อย่างที่ว่าพระก็เหมือนกับเต่าไม่มีกระดอใครสาดอะไรมาก็โดนเต็มๆ
ก็เลยตัดสินใจกลับจำพรรษาที่วัดในสังกัดเพื่อมาตั่งหลักใหม่
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=49704&start=60
กลับบ้าน ''ชาวอิรัก'' ฉลองใหญ่ทั่วประเทศ''สหรัฐฯ'' ถอนกำลังทหารทั้งหมด l TNN World l 1 Oct 2026 - YouTube ...