.
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เรื่องไร้สาระของคนสาระlaw
‘คุณสมบัติ’ เคลื่อนไหวแล้ว! แจงปมสัมพันธ์ 20 ปีก่อน แต่ ‘ถามหน้าไมค์-ตอบหลังไมค์’
นายสมบัติระบุด้วยว่า แม้ครั้งแรกที่พบกันอีกครั้งอาจจำ Pornnapa ไม่ได้เนื่องจากอีกฝ่ายป่วย แต่ครั้งล่าสุดที่พบกันได้กล่าวขอโทษที่จำไม่ได้และสอบถามถึงอาการเจ็บป่วย พร้อมระบุว่า หากได้พบกันอีกก็ยังยินดีที่จะพูดคุยกันเช่นเดิม ก่อนลงท้ายข้อความว่า “รักษาสุขภาพครับ”
ภายหลังได้รับคำชี้แจงดังกล่าว Pornnapa
ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอบคุณที่ชี้แจงมา….
ถึงแม้จะถามหน้าไมค์ตอบหลังไมค์ก็เถอะ… ถ้าเรื่องจะเจอกันอีก
หวานเจี๊ยบคงทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว…
เพราะไม่อาจจะคดโกงต่อความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว…
ขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียนให้กับชีวิต… และขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิด…
ขออย่าให้ใครต้องมาเจอแบบนี้อีกเลย”
ปิดม่านราชอาณาจักรลาว
23 สิงหาคม 1975
‘ลาวแตก’ ขบวนการปะเทดลาวยึดเวียงจันทน์
ปิดฉากราชอาณาจักรลาว
วันที่ 23
สิงหาคม 1975 กองกำลังปะเทดลาวเคลื่อนสู่นครหลวงเวียงจันทน์
และเข้าควบคุมกลไกบริหารของเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดอำนาจของรัฐบาลฝ่ายราชอาณาจักรในทางปฏิบัติ
ก่อนลาวจะยกเลิกระบอบกษัตริย์และสถาปนา ‘สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว’
ในอีกกว่า 3 เดือนต่อมา
สำหรับคนไทย
เหตุการณ์ดังกล่าวมักถูกจดจำด้วยคำสั้นๆ ว่า ‘ลาวแตก’
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น ลาวไม่ได้เป็นเพียงประเทศเล็กๆ
ที่ถูกขนาบด้วยเพื่อนบ้านขนาดใหญ่
แต่ยังเป็นสมรภูมิระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์กับฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา
ฝ่ายหนึ่งคือรัฐบาลราชอาณาจักรลาวและกองกำลังม้งภายใต้การนำของ
นายพลวังเปา ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆ จากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA)
ส่วนอีกฝ่ายคือขบวนการปะเทดลาว นำโดย
เจ้าสุภานุวงศ์ และไกสอน พมวิหาน ที่มีเวียดนามเหนือให้ความช่วยเหลือ
แม้ลาวจะประกาศสถานะเป็นกลาง
แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นสนามรบที่เชื่อมโยงกับสงครามเวียดนามโดยตรง
โดยเฉพาะพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางโฮจิมินห์ (Ho
Chi Minh Trail) ที่เวียดนามเหนือใช้ลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ลงสู่เวียดนามใต้
สหรัฐฯ
จึงเปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดในลาวอย่างหนักระหว่างปี 1964-1973 จนลาวกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
ทว่าแม้จะทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาล สหรัฐฯ
ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการขยายอิทธิพลของปะเทดลาวได้
เดือนกุมภาพันธ์
1973 รัฐบาลราชอาณาจักรลาวกับขบวนการปะเทดลาวลงนามข้อตกลงหยุดยิงที่เวียงจันทน์
และตั้งรัฐบาลผสมขึ้นในปีถัดมา
แต่ดุลอำนาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะทั่วอินโดจีน
วันที่ 17
เมษายน 1975 เขมรแดงยึดกรุงพนมเปญ
ตามด้วยการล่มสลายของไซ่ง่อนในวันที่ 30 เมษายนปีเดียวกัน
เมื่อกองทัพเวียดนามเหนือเข้าควบคุมเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ความสำเร็จทั้ง 2
แห่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลลาวสูญเสียทั้งแรงสนับสนุนและความเชื่อมั่นว่าจะต้านทานขบวนการปะเทดลาวต่อไปได้
เดือนพฤษภาคม 1975
ขบวนการปะเทดลาวเริ่มเข้าควบคุมเมืองสำคัญหลายแห่ง
ขณะที่นายทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนที่เคยร่วมงานกับสหรัฐฯ
ทยอยหลบหนีข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่ประเทศไทย
ฐานที่มั่นล่องแจ้ง
(Long Cheng) ของนายพลวังเปาถูกอพยพ
เจ้าหน้าที่ CIA นำผู้นำม้งและครอบครัวส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่ทางอากาศ
แต่ประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องเดินเท้าผ่านภูเขาและป่า
ก่อนเสี่ยงชีวิตข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทย หลายคนเสียชีวิตระหว่างทางจากการสู้รบ
ความอดอยาก โรคภัย และการจมน้ำ
กระทั่งวันที่ 23
สิงหาคม 1975 ขบวนการปะเทดลาวเข้าควบคุมนครเวียงจันทน์โดยแทบไม่มีการต่อสู้ครั้งใหญ่
คณะกรรมการปฏิวัติเข้าควบคุมหน่วยงานบริหารของเมือง
ขณะที่กองทัพและรัฐบาลราชอาณาจักรไม่เหลือกำลังมากพอจะต่อต้าน
เหตุการณ์วันนี้จึงถือเป็นชัยชนะเด็ดขาดของปะเทดลาว และเป็นจุดจบของสงครามกลางเมืองลาวในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม
วันที่ 23 สิงหาคมยังไม่ใช่วันสิ้นสุดราชอาณาจักรลาวอย่างเป็นทางการ
เพราะรัฐบาลผสมและสถาบันกษัตริย์ยังคงดำรงอยู่ในเชิงรูปแบบอีกระยะหนึ่ง
จนถึงวันที่ 2
ธันวาคม 1975 พระเจ้าศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งลาว
จึงสละราชสมบัติ ขณะที่เจ้าสุวรรณภูมา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ที่ประชุมผู้แทนประชาชนจึงประกาศยกเลิกระบอบกษัตริย์และสถาปนา สปป.ลาว
โดยมีเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานประเทศ และไกสอนเป็นนายกฯ
‘ลาวแตก’
ถือเป็นบทสุดท้ายของสงครามลับที่มหาอำนาจเข้ามาใช้ลาวเป็นสนามประลองกำลัง
และเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตพลัดถิ่นสำหรับชาวลาวและชาวม้งหลายแสนคน
ซึ่งผลกระทบยังคงส่งต่อมาถึงปัจจุบัน
The Momentum - 23 สิงหาคม 1975 ‘ลาวแตก’... | Facebook
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เปิดวอร์
สงครามน้ำลายระหว่างตุรกีและอิสราเอลดูจะระอุคุกรุ่นขึ้น
เมื่อ เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี
ประกาศระงับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และประณาม เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐอิสราเอล
เป็นผู้ก่อเหตุล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในสงครามกาซา พร้อมระบุว่าเนทันยาฮูจะต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจาก
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำนาซีเยอรมนี
ผู้บงการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการเสียดสีว่าเนทันยาฮูผู้มีเชื้อสายยิว
ทำตัวเช่นเดียวกับฮิตเลอร์ซึ่งก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติ
ฝั่งคู่กรณีก็มีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงไม่แพ้กัน
เพราะ อิสราเอล คาตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอล แถลงผ่านบัญชี X
ในวันต่อมาว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ควรจะขับไล่ตุรกีพ้นจากการเป็นสมาชิก
และบอกอีกว่าประธานาธิบดีแอร์โดอันก็คงมีจุดจบไม่ต่างจาก ซัดดัม ฮุสเซน
อดีตผู้นำเผด็จการอิรัก ซึ่งส่งกองทัพบุกประเทศคูเวต
และถูกสหรัฐอเมริกานำกำลังทหารของประเทศพันธมิตรกว่า 40 ชาติเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยคูเวตช่วงปี
1990-1991 นำไปสู่ความล่มสลายของรัฐบาลซัดดัม
และสุดท้ายก็ถูกประชาชนโค่นล้ม ไล่ล่า จับกุม
ก่อนจะถูกตัดสินประหารชีวิตในฐานะอาชญากรสงคราม
อยู่กันอย่างหวาดระแวง
วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สงครามมันโหดร้าย
แต่มนุษย์ผู้กระหายอำนาจก็ไม่เคยจำ ใช้ชีวิตผู้ด้อยโอกาสเป็นสะพานไต่ไปสู่อำนาจ
-
มุมมองจากทหารไทยเชื้อสายอเมริกันที่ร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน https://www.youtube.com/watch?v=3m5LbFg3X4M 👳ศาสนาอิสลามเกิดในดินแดนที่เป็นป...
-
"การตัดสินใจทียากที่สุดของชีวิต "เปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา" 💢กระทู้นี้ตั้งใจพิมพ์มาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและที่ม...
