พูดได้ยินกับหูว่า คนสอนลัทธิอิลาม สอนให้มุสลิมเป็นศัตรูกับคนพุทธคนไทย ฟังดู
https://www.facebook.com/100078647655260/videos/3314597652116260
"อย่าไปใช้ คำว่า พี่น้องชาวพุทธ พี่น้องชาวไทย ..."
คนมุสลิมพูดเองนะพูดภาษาไทยด้วยไม่ต้องแปล คนๆเดียวกัน
ถ้าฉุกคิดสักนิดว่า พระเจ้าอะไรสุดแท้แต่ สร้างมนุษย์มา นั่นก็แปลว่า คนทั้งโลกเป็นพี่น้องกัน พระเจ้าสร้างมาทั้งหมด (พระเจ้ามีองค์เดียว) แล้วทำไม ยังแยกว่า ฉันเป็นมุสลิม นั่นเป็นคนพุทธ นั่นคนคริสต์ หักหลังพระเจ้าไหม เทพระอัลลอฮ์หรอ คิดดีๆ
ประเด็นต่อมา เรื่องเมีย ใครมีเมียเยอะกว่ากันระหว่างศาสดาโลก (นั่งแกะอยู่ตั้งนานฟังๆก็นึกขำ) ฟังกับอ่านดู
https://www.facebook.com/100059174712493/videos/679204990150859
...เยอะสุด จริง นบีมูฮำหมัดภรรยาเยอะที่สุด ในบรรดาศาสดาโลกที่มีชื่อสำคัญๆ
พระพุทธเจ้ามีกี่คน ? มีคนเดียวแล้วก็ทิ้งกันไป นะครับ เพราะว่าตอนหลังออกบวช
พระเยซูตามความเชื่อของคริสเตียนมีไหม ? ไม่มี
แต่นบีมูฮำหมัดมีกี่คน ? มีกี่คน ? รวมทั้งหมดเลย มี ๑๒ คน เยอะไหม ? เยอะ พุทธก็ตำหนิ พระนี่เขียนหนังสือตำหนิ มีเมียเยอะมียังไง แบบไหน
นบีไม่ใช่ประเภทที่ไปเดินอยู่ตามสยาม เจอคนนี้แล้วก็ชี้ ชอบ ไม่ใช่ อิสลามอะไรไม่บาป ก็คือไม่บาป อย่าเอาทัศนคติแบบพุทธเข้ามามีอิทธิพลในวิถีของมุสลิม นะครับ
อัลเลาะห์เป็นผู้สร้างมนุษย์มา อัลเลาะห์พอใจที่มนุษย์เสพในความงามของสิ่งที่พระองค์สร้าง นี่คือคติของอิสลาม อัลเลาะห์เป็นผู้สร้างมนุษย์มาให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ... อัลเลาะห์พอใจที่มนุษย์ใช้สอยสิ่งที่พระองค์สร้าง และพอใจในสิ่งที่พระองค์สร้าง นี่เป้าหมายของพระอัลเลาะห์ ให้มันอยู่ในกรอบ อัลเลาะห์สร้างสัตว์มา อัลเลาะห์พอใจที่บ่าวของพระองค์ได้กินสัตว์ ได้กินอาหารที่พระองค์ประทานลงมา ไม่ใช่ว่าไปถือคติว่า ไม่ได้เรา ...
https://www.facebook.com/100076938234678/videos/355477979856681
“นครของเราชื่อว่ากบิลพัสดุ์ พระราชา
พุทธบิดา พระนามว่าสุทโธทนะ พระมารดา
ผู้ชนนี มีพระนามว่ามายาเทวี เราครองอาคาริยวิสัยอยู่ ๒๙ พรรษา มีปราสาทเลิศ ๓ หลัง
ชื่อว่า สุจันทะ โกกนุท
และโกญจะ
พร้อมด้วยสตรีสี่หมื่นนาง เฝ้าแหนอลังการ ยอดนารีมีนามว่า ยโสธรา โอรสนามว่า ราหุล
“เราเห็นนิมิต ๔ ประการ
จึงออกบวชอัศวราชยาน
ได้บำเพ็ญเพียรประพฤติทุกรกิริยาอยู่
๖ พรรษา เราประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพราณสี
“เราคือพระสัมพุทธเจ้า นามว่าโคตมะ
เป็นสรณะของสรรพสัตว์ ฯลฯ อายุของเราในยุคสมัยบัดนี้ น้อยเพียงชั่วร้อยปี ถึงจะดำรงอยู่เพียงเท่านั้น
เราก็ช่วยหมู่ชนให้ข้ามพันวัฏฏะไปได้จำนวนมากมาย
และได้ตั้งคบเพลิงธรรมไว้ปลุกประชาชนภายหลังให้เกิดปัญญาตื่นขึ้นมาตรัสรู้ต่อไป
“ไม่นานเลย
เราพร้อมทั้งหมู่สาวก
ก็จักปรินิพพาน เหมือนไฟดับไป เพราะสิ้นเชื้อ เรือนกายร่างนี้ที่ทรงซึ่งคุณสมบัติ วิจิตรด้วยวรลักษณ์ทั้ง ๓๒ ประการ มีเดชหาที่เทียบเทียมมิได้ กับทั้งทศพลและประดาฤทธิ์ ฉายประภาฉัพพรรณรังสี สว่างไสวทั่วทศทิศ ดุจดังดวงอาทิตย์ศตรังสี ก็จักลับดับหาย สังขารทั้งหมดทั้งหลายไร้แก่นสาร ล้วนว่างเปล่าดังนี้แหละหนอ” (ขุ.พุทฺธ.๓๓/๒๖/๕๓๓)
สุดท้ายลูกเมียบวชหมด
"โองการกำราบเมีย"
โองการนี้ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน
ออกมาจัดการเมียนบีมูฯ หลังจากเมีย 2 คน (อาอิชะห์+ฮัฟเซาะห์)
ไม่พอใจที่มูฮำหมัดเอาเมียทาสคนใหม่มานอนในบ้าน (หลังจากที่มีเมียเดิมเป็นโหลแล้ว)
จึงร่วมกันแข็งข้อจนเขาต้องหนีเมียไปอยู่ถ้ำเป็นเดือน
โองการนี้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ
"คำสอน" ในคัมภีร์ที่สาวกต้องท่องจำ และหลายคนนำมาใช้กำราบเมียตัวเองต่อ
เมื่อต้องการเอาเมียเพิ่ม โดยเมียเดิมไม่ยินยอมพร้อมใจ
แต่ถ้าเมีย(คนที่เริ่มเก่า)ของมูฮำหมัดไม่โวย
ก็คงไม่มี "โองการ[กำราบเมีย]"
มาขู่ว่าจะให้เขาหย่าพวกเธอและจะหาเมียใหม่ที่หัวอ่อนกว่าพวกเธอ 2 คน
แต่ก็ยังมีคนงมงายพอที่จะเชื่อว่าพระเจ้าจะมานั่งเฝ้าดูผัวเมียทะเลาะกันแล้วออกโองการส่วนตั๊วส่วนตัวแบบนี้ (รวมทั้งก่อนหน้านี้ก็มีโองการมาตอบสาวที่ตั้งแง่ตอนที่มูฮำหมัดขอนางแต่งงานด้วย
จนนางสามารถเอามาคุยทับเมียคนอื่นว่านางเป็นเมียที่อัลเลาะห์เลือกให้!)
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3251821021516434&set=a.869221086443118


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น