“สวัสดีครับ ผมนายวันฮาซัน (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี อยู่ จ.ยะลา ผมยอมมอบตัวเพราะเป็นห่วงลูก คิดถึงเมีย ผมเคยถูกปลูกฝังว่า คนมลายูกับคนสยามต้องแบ่งแยกกัน ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน และผมก็พยายามจะออกจากขบวนการมาหลายครั้ง แต่เพื่อนผมที่ชื่อรีสวัน รั้งไว้ไม่ให้ออก ให้อยู่กับเขาตลอด ซึ่งตั้งแต่ที่ผมเข้าร่วมอยู่กับขบวนการ BRN พวกเขาไม่เคยให้ความช่วยเหลืออะไรเลย”
“ก่อนที่ผมจะไปอยู่บ้านหลังที่มีการปะทะ ผมอยู่อีกที่หนึ่ง 3 คน มีอีลียัส รีสวัน และก็ผม ซึ่งเป็นบ้านเครือญาติของอีลียัส...(ข้ามข้อความบางส่วน)...มีรถยนต์มารับตรงบ้านที่ผมอยู่ มารับ 3 คน มี อีลียัส รีสวัน และผมได้ขึ้นรถยนต์จากพื้นที่นั้นออกไปยังบ้านหลังที่มีการปะทะ และมีอีลียัสเป็นคนติดต่อรถยนต์ในการเคลื่อนย้ายไปอยู่บ้านหลังที่มีการปะทะประมาณ 4 วัน”
“ในแต่ละวันก็โทรคุยกับผู้หญิง ส่วนอีลียัสก็คุยวีดีโอคอลจีบผู้หญิงของเขาอยู่ตลอดเวลา เท่าที่รู้คือเวลารีสวันคุยกับผู้หญิงคนไหน ก็จะส่งของมาให้และได้เห็นของที่ถูกส่งมาทุกครั้ง ส่วนอีลียัสก็มีของที่ส่งมาบ้างเล็กน้อย...(ข้ามข้อความบางส่วน)...ตั้งแต่ที่ผมเข้าร่วมขบวนการฯ ผมโดนหลอกมาโดยตลอด”
“สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกเพื่อนๆ ที่ยังหลบหนีให้ออกมามอบตัว เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่รัฐให้โอกาสพวกเรา กลับตัวกลับใจมาเป็นคนดี ที่มีข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เป็นความจริง ผมอยู่ที่นี่ผมรู้สึกสบายใจ เพราะเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐไม่ได้กดดันผม ไม่ได้ทำร้ายร่างกายผมเลย ใช้คำพูดพูดดีๆ ในการพูดคุยสอบถามในแต่ละวัน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทางหน่วยงานของรัฐที่มอบโอกาสให้ผมอีกครั้ง ผมขอขอบคุณมากๆ ครับ”
เนื้อหาที่ นายวันฮาซัน กล่าวว่าคนในขบวนการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยโยงกับกลุ่มคนที่เขารู้จัก โดยนายวันฮาซัน คือคนที่ยอมออกมามอบตัว หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมและเจรจาให้มอบตัว ทำให้นายวันฮาซัน ไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุปะทะกับเพื่อน เปอมูดอ BRN อีก 2 ราย ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 พ.ค.64 ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา
“ก่อนที่ผมจะไปอยู่บ้านหลังที่มีการปะทะ ผมอยู่อีกที่หนึ่ง 3 คน มีอีลียัส รีสวัน และก็ผม ซึ่งเป็นบ้านเครือญาติของอีลียัส...(ข้ามข้อความบางส่วน)...มีรถยนต์มารับตรงบ้านที่ผมอยู่ มารับ 3 คน มี อีลียัส รีสวัน และผมได้ขึ้นรถยนต์จากพื้นที่นั้นออกไปยังบ้านหลังที่มีการปะทะ และมีอีลียัสเป็นคนติดต่อรถยนต์ในการเคลื่อนย้ายไปอยู่บ้านหลังที่มีการปะทะประมาณ 4 วัน”
“ในแต่ละวันก็โทรคุยกับผู้หญิง ส่วนอีลียัสก็คุยวีดีโอคอลจีบผู้หญิงของเขาอยู่ตลอดเวลา เท่าที่รู้คือเวลารีสวันคุยกับผู้หญิงคนไหน ก็จะส่งของมาให้และได้เห็นของที่ถูกส่งมาทุกครั้ง ส่วนอีลียัสก็มีของที่ส่งมาบ้างเล็กน้อย...(ข้ามข้อความบางส่วน)...ตั้งแต่ที่ผมเข้าร่วมขบวนการฯ ผมโดนหลอกมาโดยตลอด”
“สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกเพื่อนๆ ที่ยังหลบหนีให้ออกมามอบตัว เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่รัฐให้โอกาสพวกเรา กลับตัวกลับใจมาเป็นคนดี ที่มีข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เป็นความจริง ผมอยู่ที่นี่ผมรู้สึกสบายใจ เพราะเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐไม่ได้กดดันผม ไม่ได้ทำร้ายร่างกายผมเลย ใช้คำพูดพูดดีๆ ในการพูดคุยสอบถามในแต่ละวัน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทางหน่วยงานของรัฐที่มอบโอกาสให้ผมอีกครั้ง ผมขอขอบคุณมากๆ ครับ”
เนื้อหาที่ นายวันฮาซัน กล่าวว่าคนในขบวนการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยโยงกับกลุ่มคนที่เขารู้จัก โดยนายวันฮาซัน คือคนที่ยอมออกมามอบตัว หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมและเจรจาให้มอบตัว ทำให้นายวันฮาซัน ไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุปะทะกับเพื่อน เปอมูดอ BRN อีก 2 ราย ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 พ.ค.64 ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา
BRN ขบวนการปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี คือใคร
BRN ย่อมาจาก BARISAN REVOLOSION NASIONAL MALAYA PATANI ซึ่งเป็นภาษามาลายู แปลว่า ขบวนการปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี ในบริบทของความขัดแย้งในชายแดนใต้ของประเทศไทย BRN เป็นชื่อของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดน. ก่อตั้งเมื่อ 13 มีนาคม พ.ศ. 2503 โดย อุสตาซ อับดุลการิม ฮัสซัน
บีอาร์เอ็น มีความเข้มแข็งมากในการรบแบบกองโจร พ.ศ. 2511 ได้จัดตั้งหน่วยทหารลาดตระเวนขนาดเล็กใช้ชื่อว่า RKK (Runda Kumpulan Kecil) ซึ่งเป็นคำในภาษามลายู แปลว่า "หน่วยรบลาดตระเวนขนาดเล็ก" ซึ่งได้รับการฝึกฝนด้านยุทธวิธี การใช้อาวุธ และการรบแบบกองโจร
แนวคิดกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น คือการปลุกระดมสร้างสำนึกมวลชน อ้างอิงประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี เคยเป็นอิสระ แต่โดนสยามทำการรุกราน และยึดครองดินแดนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยาม และ ชาติพันธุ์ ชาวมลายู อัตลักษณ์ของความเป็นชาวมุสลิม โดนรัฐกดขี่ข่มเหง ไม่ให้ความเป็นธรรมต่อชาวมุสลิมในพื้นที่
บีอาร์เอ็นจะชักชวนเยาวชนเข้าร่วมขบวนการ โดย อุซตาส (ครูสอนศาสนา) บางคนที่อยู่ในขบวนการเยาวชนให้การเคารพนับถือเชื่อฟัง โดยจะคัดเลือกนักเรียนใน ปอเนาะ หรือโรงเรียนสอนศาสนา ที่เรียบร้อย เคร่งศาสนา ปลูกฟังความคิด ประวัติศาสาตร์ มาตุภูมิ ชาติพันธุ์ ชาวมลายู จนเยาวชน เกิดความคับแค้น หลงเข้าร่วมขบวนการสาบานตน (พิธีการซุมเปาะ) โดย ปกปิดไม่ให้ใครได้รับรู้แม้กระทั้ง ผู้ปกครอง
จากนั้น จะมีครูฝึก มาฝึกร่างกาย ยุทธวิธี การประกอบวัตถุระเบิด ปลูกฝังจิตสำนึกเกลียดชังตลอดระยะเวลา ให้เกลียดชัง เจ้าหน้าที่ และคนไทยที่เข้ามายึดครองครองดินแดนปัตตานี การทำสงครามญิฮัด อ้างถึงศาสนาโดยการบิดเบือนหลักคำสอนจากศาสนาอิสลาม การฝึกจะมีครูฝึก เข้ามาสอนให้ผู้ร่วมขบวนการ ในเวลากลางคืน บางครั้งใช้พื้นที่ อาคารภายในโรงเรียน ภายในปอเนาะ หรือบริเวณป่าในหมู่บ้านในยามค่ำคืน
มีการจัดตั้งมวลชนในหมู่บ้าน ให้การสนับสนุน และ ก่อการประท้วง เมื่อฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ จับกุม แกนนำขบวนการ หรือ ฝ่ายปฏิบัติการทางทหาร โดยจะนำเด็ก สตรี มาประท้วง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น