การแห่ศพตะโกน "อัลลอฮุอักบัร และ ...merdeka" มีแบบอย่างจากท่านนบีและบรรดาสะลัฟบรรพชนคนดีในยุคแรกหรือไม่ ?
#ตอบ ไม่มีแบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ และบรรดาสะลัฟศอและห์ (บรรพชนคนดีในยุคแรก) ในการกระทำดังกล่าวครับ
การส่งเสียงตะโกนไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวยกย่องสรรเสริญอัลลอฮ์ หรือคำขวัญทางการเมืองในขณะเดินตามศพ (ญะนาซะฮ์) ถือเป็นการขัดแย้งกับซุนนะห์ (แนวทางปฏิบัติ) ของท่านนบีอย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
1. ซุนนะห์ที่แท้จริงในการเดินตามศพคือ "ความเงียบและการสำรวม"
ตามแนวทางของท่านนบีและบรรดาศอฮาบะฮ์ การส่งศพไปยังกุโบร์ (สุสาน) ต้องเป็นไปอย่างสงบ สำรวม และใช้ช่วงเวลานั้นเพื่อใคร่ครวญถึงความตายและชีวิตหลังความตาย (อาคิเราะฮ์)
นักวิชาการทั้ง 4 มัซฮับ โดยเฉพาะมัซฮับชาฟิอีย์ ซึ่งเป็นที่ยึดถืออย่างแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ของไทยเห็นพ้องตรงกันว่าการส่งเสียงดังในขณะเดินตามศพเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ (มักรูฮ์)
ท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ (ปราชญ์คนสำคัญของมัซฮับชาฟิอีย์) ได้ระบุไว้ในหนังสือ อัลมัจญ์มูอฺ ว่า สิ่งที่ถูกต้อง (ซุนนะห์) คือผู้ที่เดินตามศพจะต้องเงียบ สงบ ไม่ส่งเสียงดัง แม้กระทั่งการทำซิกิร (กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์) หรืออ่านอัลกุรอานเสียงดังก็ตาม
ท่านกอยส์ บิน อับบาด (หนึ่งในตาบิอีน) ได้กล่าวความว่า "บรรดาศอฮาบะฮ์ของท่านร่อซูลุลลอฮ์ ﷺ รังเกียจการส่งเสียงดังใน 3 สถานการณ์ คือ ขณะอยู่กับศพ, ขณะออกศึก และขณะซิกรุลลอฮ์"
2. การตะโกน "อัลลอฮุอักบัร" ในขบวนศพ
แม้คำว่า "อัลลอฮุอักบัร" (อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่) จะเป็นคำกล่าวที่ดีเยี่ยมและเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮ์ แต่การนำมาตะโกนเสียงดังในขบวนศพนั้น ไม่ใช่สถานที่และเวลาที่ท่านนบีได้ทำเป็นแบบอย่างไว้ บรรดาสะลัฟจะเดินตามศพด้วยความสงบนิ่งและขอดุอาอ์ให้ผู้ตายในใจและเสียงเบาเท่านั้น
3. การตะโกน "... Merdeka" (... เอกราช)
คำกล่าวนี้เป็นคำขวัญทางการเมืองและแนวคิดชาตินิยมอย่างชัดเจน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนาหรือหลักการจัดการศพในอิสลามแต่อย่างใด
ในยุคของนบีและสะลัฟไม่มีการใช้ขบวนศพเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงออกหรือปลุกระดมทางการเมือง
การนำเรื่องการเมืองหรือการเรียกร้องดินแดนมาปะปนกับพิธีศพ จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคหลังตามบริบทความขัดแย้งของพื้นที่ ไม่ใช่หลักการทางศาสนา
การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากบริบททางการเมืองและอารมณ์ร่วมของมวลชนในพื้นที่ ซึ่งผิดแปลกไปจากหลักการที่แท้จริงของอิสลามที่เน้นความสงบ สำรวม และการขอดุอาอ์ให้แก่ผู้ล่วงลับครับ
- มุสลิมะห์ (ผู้หญิง) ก็จะบล็อคหรือดูพื้นที่รอบนอกให้ เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปในพื้นที่แห่ศพ
ญาติและชาวบ้านกว่าร้อยร่วมพิธีศพ นายนัสรูเลาะห์ สามะ สมาชิกกลุ่มแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ถูกวิสามัญจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ปิดล้อมปะทะพื้นที่หมู่ที่ ซอยดีดี 2 บ้านเปาะยานิ หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวานที่ผ่านมา
โดยญาติและชาวบ้านแห่ศพเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยเชื่อว่า นายนัสเลาะห์ สามะ ได้เสียสละชีวิตตายเพื่อศาสนา (ซาฮีด) ที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยตลอดเส้นทางมีการตะโกนพระนามพระเจ้า “อัลลอฮุอักบัร” และ Pattani Medeka (เอกราชปาตานี) ตลอดเส้นทาง
ญาติและชาวบ้านกว่าร้อยร่วมพิธีศพ นายนัสรูเลาะห์ สามะ สมาชิกกลุ่มแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ถูกวิสามัญจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ปิดล้อมปะทะพื้นที่หมู่ที่ ซอยดีดี 2 บ้านเปาะยานิ หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวานที่ผ่านมา
โดยญาติและชาวบ้านแห่ศพเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยเชื่อว่า นายนัสเลาะห์ สามะ ได้เสียสละชีวิตตายเพื่อศาสนา (ซาฮีด) ที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยตลอดเส้นทางมีการตะโกนพระนามพระเจ้า “อัลลอฮุอักบัร” และ Pattani Medeka (เอกราชปาตานี) ตลอดเส้นทาง
- การที่มุสลิมถูกถามว่า “นิกายอะไร” แล้วรู้สึกลำบากใจ หรือบางคนตอบสั้นๆ ว่า “อิสลามไม่มีนิกาย” มันไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรที่ต้องทำให้โลกสวย มันคือปัญหาจริงๆ ที่เกิดจากประวัติศาสตร์ และการเมืองภายในศาสนาเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น