กองบังคับการปราบปรามแถลงผลการจับกุม นายชวิศร์
หรือที่รู้จักในนาม "อาจารย์ต้น" ผู้ตั้งตนเป็นเจ้าลัทธิ "มายด์
แอนด์ โซล" (Mind and Soul) อ้างตัวเป็น
"องค์พระผู้สร้าง"
ลวงผู้เสียหายเข้าร่วมปฏิบัติธรรมและจ่ายเงินค่าปลดล็อกกรรม
เบื้องต้นพบความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลการสืบสวนพบว่ามีเหยื่อบางรายซึ่งรวมถึงดารานักแสดงชื่อดัง
สูญเงินรวมกันสูงถึง 50 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 เวลา 10.30 น.
ที่ห้องประชุมชัยจินดา กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) แถลงผลปฏิบัติการทลายขบวนการฟอกเงิน
"อ.ต้น อวตารพระผู้สร้าง" ฟอกเงินบาปในคราบนักบุญ
การจับกุมดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.พ.
ที่ผ่านมา โดยกองบังคับการปราบปราม
สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าจับกุมนายชวิศร์
อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
และสมคบกันฟอกเงิน" ได้ที่บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านเพชรเกษม 56
เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
อ้างเป็น "องค์พระผู้สร้าง"
ลวงแก้กรรมเป็นทางลัดสู่นิพพาน
จากพฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจระบุว่า
นายชวิศร์และภรรยาได้ชักชวนผู้เสียหายให้เข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรมที่ชื่อว่า
"มายด์ แอนด์ โซล" โดยสร้างตัวตนเป็นผู้วิเศษ
อ้างว่าตนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทับร่างและเป็น "องค์พระผู้สร้าง" (Creator)
ที่สามารถสื่อจิตและเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรได้
ขบวนการนี้ใช้กลอุบาย "ลด ละ กรรม"
โดยจัดกิจกรรมที่เรียกว่า "ยกพระ" เพื่อดูดวงชะตา
และหลอกเหยื่อว่ามีกรรมหนักติดตัวมาจากอดีตชาติ ผู้ตกเป็นเหยื่อจะต้องจ่ายเงิน
"ค่าครู" หรือ "ค่าลดละกรรม"
เพื่อเป็นทางลัดสู่นิพพานให้พ้นกรรมได้เร็วกว่าการทำบุญทั่วไป พร้อมกับมีวาทกรรมข่มขู่ความเชื่อที่ว่า
"หากโอนเงินผิดบัญชี ผีก็จะไม่ไป" นอกจากนี้ยังมีการสร้างระบบเครือข่าย
ชักชวนบุคคลอื่นให้มาร่วมเพื่อเพิ่มบารมี
ดารา-คนดังตกเป็นเหยื่อ นำเงินฟอกซื้อบ้านหรู
แม้เบื้องต้นจะมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ 14 ราย
รวมมูลค่าความเสียหายที่มีหลักฐานการโอนเงินกว่า 15 ล้านบาท แต่จากการสืบสวนพบว่ามียอดเงินหมุนเวียนโอนเข้าบัญชีของนายชวิศร์รวมกว่า
50 ล้านบาท
โดยมีรายงานว่าผู้เสียหายบางส่วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมและดารานักแสดง
เงินที่ได้จากการหลอกลวงไม่ได้ถูกนำไปทำพิธีตามที่กล่าวอ้าง
แต่กลับถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวและบริษัทที่เปิดขึ้นบังหน้า
เพื่อนำไปใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย
โดยเจ้าหน้าที่พบว่ามีการนำเงินไปซื้อบ้านหรูมูลค่า 30 ล้านบาท
และรถยนต์หรูอีกหลายคัน รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 40 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือน ม.ค. 2569
พฤติกรรมของอาจารย์ต้นได้ถูกเปิดโปงผ่านรายการโทรทัศน์
ส่งผลให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ก่อนจะลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติและถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวได้ในที่สุด
เปิดประวัติอาชญากรรมโชกโชน
จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พบข้อมูลที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ผู้วิเศษอย่างสิ้นเชิง
โดยนายชวิศร์มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงมาอย่างยาวนาน ดังนี้:
ปี 2557:
เคยแจ้งความเท็จต่อบริษัทประกันชีวิตว่าภรรยาเสียชีวิต
เพื่อขอเคลมเงินสินไหมทดแทนมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
จนถูกบริษัทประกันแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง
ปี 2562:
ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
ปี 2565:
หลังจากได้รับการประกาศปลดจากล้มละลายเพียงวันเดียว นายชวิศร์ได้เริ่มตั้งตนเป็น
"อาจารย์ต้น" เพื่อหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายมาพลิกฟื้นฐานะของตนเอง
ทั้งนี้ ในชั้นสอบสวน
นายชวิศร์ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวภรรยาของผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลทางคดีต่อไป
ตอนท้ายของการแถลงข่าว ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
ได้ฝากข้อห่วงใยและเตือนภัยไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างความเชื่อทางศาสนา
อ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หรือจัดพิธีกรรมแก้กรรมต่าง ๆ เพื่อเรียกรับเงินจำนวนมาก
หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าว
สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองบังคับการปราบปรามทันที
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1762008981790739&set=a.810107696980877
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1449487953215649&set=a.761176905380094
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น