23 สิงหาคม 1975
‘ลาวแตก’ ขบวนการปะเทดลาวยึดเวียงจันทน์
ปิดฉากราชอาณาจักรลาว
วันที่ 23
สิงหาคม 1975 กองกำลังปะเทดลาวเคลื่อนสู่นครหลวงเวียงจันทน์
และเข้าควบคุมกลไกบริหารของเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดอำนาจของรัฐบาลฝ่ายราชอาณาจักรในทางปฏิบัติ
ก่อนลาวจะยกเลิกระบอบกษัตริย์และสถาปนา ‘สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว’
ในอีกกว่า 3 เดือนต่อมา
สำหรับคนไทย
เหตุการณ์ดังกล่าวมักถูกจดจำด้วยคำสั้นๆ ว่า ‘ลาวแตก’
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น ลาวไม่ได้เป็นเพียงประเทศเล็กๆ
ที่ถูกขนาบด้วยเพื่อนบ้านขนาดใหญ่
แต่ยังเป็นสมรภูมิระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์กับฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา
ฝ่ายหนึ่งคือรัฐบาลราชอาณาจักรลาวและกองกำลังม้งภายใต้การนำของ
นายพลวังเปา ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆ จากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA)
ส่วนอีกฝ่ายคือขบวนการปะเทดลาว นำโดย
เจ้าสุภานุวงศ์ และไกสอน พมวิหาน ที่มีเวียดนามเหนือให้ความช่วยเหลือ
แม้ลาวจะประกาศสถานะเป็นกลาง
แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นสนามรบที่เชื่อมโยงกับสงครามเวียดนามโดยตรง
โดยเฉพาะพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางโฮจิมินห์ (Ho
Chi Minh Trail) ที่เวียดนามเหนือใช้ลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ลงสู่เวียดนามใต้
สหรัฐฯ
จึงเปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดในลาวอย่างหนักระหว่างปี 1964-1973 จนลาวกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
ทว่าแม้จะทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาล สหรัฐฯ
ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการขยายอิทธิพลของปะเทดลาวได้
เดือนกุมภาพันธ์
1973 รัฐบาลราชอาณาจักรลาวกับขบวนการปะเทดลาวลงนามข้อตกลงหยุดยิงที่เวียงจันทน์
และตั้งรัฐบาลผสมขึ้นในปีถัดมา
แต่ดุลอำนาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะทั่วอินโดจีน
วันที่ 17
เมษายน 1975 เขมรแดงยึดกรุงพนมเปญ
ตามด้วยการล่มสลายของไซ่ง่อนในวันที่ 30 เมษายนปีเดียวกัน
เมื่อกองทัพเวียดนามเหนือเข้าควบคุมเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ความสำเร็จทั้ง 2
แห่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลลาวสูญเสียทั้งแรงสนับสนุนและความเชื่อมั่นว่าจะต้านทานขบวนการปะเทดลาวต่อไปได้
เดือนพฤษภาคม 1975
ขบวนการปะเทดลาวเริ่มเข้าควบคุมเมืองสำคัญหลายแห่ง
ขณะที่นายทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนที่เคยร่วมงานกับสหรัฐฯ
ทยอยหลบหนีข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่ประเทศไทย
ฐานที่มั่นล่องแจ้ง
(Long Cheng) ของนายพลวังเปาถูกอพยพ
เจ้าหน้าที่ CIA นำผู้นำม้งและครอบครัวส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่ทางอากาศ
แต่ประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องเดินเท้าผ่านภูเขาและป่า
ก่อนเสี่ยงชีวิตข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทย หลายคนเสียชีวิตระหว่างทางจากการสู้รบ
ความอดอยาก โรคภัย และการจมน้ำ
กระทั่งวันที่ 23
สิงหาคม 1975 ขบวนการปะเทดลาวเข้าควบคุมนครเวียงจันทน์โดยแทบไม่มีการต่อสู้ครั้งใหญ่
คณะกรรมการปฏิวัติเข้าควบคุมหน่วยงานบริหารของเมือง
ขณะที่กองทัพและรัฐบาลราชอาณาจักรไม่เหลือกำลังมากพอจะต่อต้าน
เหตุการณ์วันนี้จึงถือเป็นชัยชนะเด็ดขาดของปะเทดลาว และเป็นจุดจบของสงครามกลางเมืองลาวในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม
วันที่ 23 สิงหาคมยังไม่ใช่วันสิ้นสุดราชอาณาจักรลาวอย่างเป็นทางการ
เพราะรัฐบาลผสมและสถาบันกษัตริย์ยังคงดำรงอยู่ในเชิงรูปแบบอีกระยะหนึ่ง
จนถึงวันที่ 2
ธันวาคม 1975 พระเจ้าศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งลาว
จึงสละราชสมบัติ ขณะที่เจ้าสุวรรณภูมา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ที่ประชุมผู้แทนประชาชนจึงประกาศยกเลิกระบอบกษัตริย์และสถาปนา สปป.ลาว
โดยมีเจ้าสุภานุวงศ์เป็นประธานประเทศ และไกสอนเป็นนายกฯ
‘ลาวแตก’
ถือเป็นบทสุดท้ายของสงครามลับที่มหาอำนาจเข้ามาใช้ลาวเป็นสนามประลองกำลัง
และเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตพลัดถิ่นสำหรับชาวลาวและชาวม้งหลายแสนคน
ซึ่งผลกระทบยังคงส่งต่อมาถึงปัจจุบัน
The Momentum - 23 สิงหาคม 1975 ‘ลาวแตก’... | Facebook
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น