คนที่เห็นและอยู่ที่ยะหาอาจจะรู้สึกเสียใจไม่มั่นใจหลังจากนี้
ไม่ต้องเสียใจหรอกครับหรือรู้สึกเสียศักดิ์ศรีมั้ยเนี่ยก็เห็น
จริงๆแล้วท่านจุฬาเค้าดีใจนะครับที่ปีนี้ จะได้ออกตรงกัน
ทั่วประเทศ ไม่ทะเลาะกัน
แต่พอเวลาสอบสวนหลักฐาน ความน่าเชื่อถือกระบวนการต่างๆ นี่แหละเหตุผลทำไมเค้าถึงดึงเวลานานกว่าจะประกาศ กระชั้นชิดมากนะครับครั้งนี้ กว่าจะได้คำตอบ สุดท้ายไม่ตรงกันก็ต้องเป็นไปตามนั้น
ส่วนคนยึดเดือนนอกก็เป็นวันพรุ่งนี้ ส่วนคนยึดเดือนในก็เป็นวันเสาร์ แล้วก็ควรดีใจมากๆด้วยสำหรับคนยึดเดือนในคุณได้ตักตวงมีเวลาอีกหนึ่งวัน.
ส่วนพวกเพจหรืออิฟลูต่างๆ ก็รีบลงประกาศกันเองไวเกิน กลัวจะไม่ได้ยอดแชร์หรือเปล่า ผมเข้าใจยิ่งลงก่อน ยิ่งได้เปรียบยอดแชร์ ยอดเอนเกจเข้าถึง ได้ตังค์ด้วย แทนที่จะแชร์ของสำนักจุฬาแทนก็จบแล้ว นี่ถ้ารู้ประกาศผิดแต่ไม่ลบ ไม่แก้ไข แสดงว่าเพจนั้นๆ เจตนาไม่ดีและ
รอมดอนเดือนนี้ เรื่องดราม่าเยอะมากแล้วครับ นี่แหละเหตุผลทำไมคนถึงรู้สึกว่า รอมดอนมันผ่านไปไว
เอาเวลาไปเสพข่าวดราม่าทั้งสากลและวงแคบกลุ่มในมุสลิม หรือ สงครามจนมากเกินไป เวลาจึงรู้สึกผ่านไปไว
เอาเวลาอีกวันนึงที่เหลือ ทำให้เต็มที่ครับ  ถ้าเรามุ่งแต่เรื่องทำแต่ผลบุญ ละหมาด สุนัต อ่านอัลกุรอ่านให้ จบ 30 ยุซ บริจาค ฟังบรรยาย เล่นมือถือนิดหน่อย โพสต์ในสิ่งที่มีประโยชน รอมดอนนี้ก็จะไม่รู้สึกว่าเร็ว แต่จะรู้สึกเต็มอิ่ม พอดี.
ดราม่าโรงเรียนแคนาดา สั่งจัดโซนห้ามกินอาหาร เอาใจนักเรียนมุสลิมช่วงถือศีลอด ชาวเน็ตจวกแก้ปัญหาผิดจุด
โรงเรียนแฟร์วิวในเมืองแคลกะรี ประเทศแคนาดา กลายเป็นประเด็นร้อนหลังส่งอีเมลแจ้งผู้ปกครองเรื่องการจัดตั้ง “พื้นที่งดอาหาร” ในส่วนกลางของโรงเรียนช่วงพักกลางวัน เพื่อสนับสนุนนักเรียนมุสลิมที่กำลังถือศีลอดในเดือนรอมฎอน โดยสั่งห้ามไม่ให้นักเรียนคนอื่นนำอาหารเข้ามารับประทานในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมไปถึงเด็กเล็กอายุเพียง 9 ขวบ ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดหลักการ เนื่องจากแก่นแท้ของการถือศีลอดคือการฝึกความอดทนต่อสิ่งเร้า และแม้แต่ชาวมุสลิมบางส่วนยังให้ความเห็นว่าไม่ได้รู้สึกแย่หากเห็นคนอื่นรับประทานอาหารต่อหน้า รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าตามหลักศาสนาเด็กจะเริ่มถือศีลอดเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรืออายุราว 13-14 ปีเท่านั้น
หลังเผชิญแรงกดดัน คณะกรรมการการศึกษาเมืองแคลกะรี (CBE) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าโรงเรียนไม่ได้เปลี่ยนแปลงพื้นที่รับประทานอาหารเดิม แต่เป็นการจัดเตรียมพื้นที่ทางเลือกให้กลุ่มนักเรียนที่ถือศีลอดได้มีที่พักผ่อนโดยไม่ต้องอยู่ปะปนกับคนที่กำลังรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติศาสนกิจตามความต้องการของนักเรียนและทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งนี้เมืองแคลกะรีถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง โดยมีทั้งประชากรส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาคริสต์และนักเรียนต่างชาติจำนวนมาก ทำให้โรงเรียนต้องพยายามบริหารจัดการพื้นที่ให้ครอบคลุมความเชื่อที่แตกต่างกันจนนำไปสู่เหตุการณ์ขัดแย้งในครั้งนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น