"โองการกำราบเมีย"
โองการนี้ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน
ออกมาจัดการเมียนบีมูฯ หลังจากเมีย 2 คน (อาอิชะห์+ฮัฟเซาะห์)
ไม่พอใจที่มูฮำหมัดเอาเมียทาสคนใหม่มานอนในบ้าน (หลังจากที่มีเมียเดิมเป็นโหลแล้ว) จึงร่วมกันแข็งข้อจนเขาต้องหนีเมียไปอยู่ถ้ำเป็นเดือน
โองการนี้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ
"คำสอน" ในคัมภีร์ที่สาวกต้องท่องจำ และหลายคนนำมาใช้กำราบเมียตัวเองต่อ
เมื่อต้องการเอาเมียเพิ่ม โดยเมียเดิมไม่ยินยอมพร้อมใจ
แต่ถ้าเมีย(คนที่เริ่มเก่า)ของมูฮำหมัดไม่โวย ก็คงไม่มี "โองการ[กำราบเมีย]" มาขู่ว่าจะให้เขาหย่าพวกเธอและจะหาเมียใหม่ที่หัวอ่อนกว่าพวกเธอ 2 คน
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3251821021516434&set=a.869221086443118
👳ในช่วงปีที่ 6 หลังจากฮิจเราะห์
อาณาจักรของอิสลามเริ่มขยายใหญ่โตเป็นปึกแผ่นขึ้นมาก
มูฮัมหมัดได้ส่งจดหมายเชื้อเชิญเข้ารับอิสลามให้กับเหล่าบรรดาหัวเมืองใหญ่น้อยโดยรอบ
หนึ่งในนั้นคือส่งถึงเจ้าเมืองอเล็กซานเดรียในอียิปต์
และเจ้าเมืองอเล็กซานเดรียได้ส่งสารขอบคุณ และได้ส่งของขวัญบางส่วนกลับมาเพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ซึ่งในของขวัญนั้นมีทาสสาวพี่น้องชาวคริสต์คอปติกมาเรียห์และซีรีนห์อยู่ด้วย มูฮัมหมัดได้มอบซีรีนห์ให้กับหนึ่งในซอฮาบะห์ และได้มอบมาเรียห์ให้กับฮัฟเซาะฮ์ 1
ในภรรยาของเขาไว้ใช้งานในบ้าน
วันหนึ่ง ซึ่งเป็นเวรปรนนิบัตินบีของฮัฟเซาะฮ์ นบีได้มาหานางที่บ้านและพบกับมาเรียอีกครั้ง
นบีเกิดความสนใจในตัวมาเรียห์ขึ้นมา จึงออกอุบายบอกกับฮัฟเซาะฮ์ไปว่า พ่อของนางกำลังตามตัวอยู่ ฮัฟเซาะฮ์ออกจากบ้านไปที่บ้านอุมัรแต่ไม่พบกับพ่อของนางอยู่ที่นั่น
จึงได้รีบกลับมาที่บ้านตัวเอง กลับพบว่าสามีกำลังร่วมเตียงกับทาสของนางอยู่ในขณะนั้น
นบีอ้างว่านางทาสนี้เป็นที่อนุมัติแก่ตนเองแล้วตาม
กุรอ่าน 33:50 "โอ้ นะบีเอ๋ย! เราได้อนุมัติแก่เจ้าในบรรดาภริยาของเจ้า
ซึ่งเจ้าได้มอบมะฮัรแก่พวกเธอ และ **สิ่งที่มือขวาของเจ้าครอบครอง** (ทาส) ...
ที่จะไม่เป็นที่ลำบากใจแก่เจ้าและอัลลอฮฺเป็น ผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ"
แต่ฮัฟเซาะฮ์ยังคงรู้สึกโกรธเป็นอันมาก
เนื่องจากมาเรียนั้นเป็นทาสของนางไม่ใช่ของนบี และวันนั้นเป็นเวรของนาง
แต่นบีกลับมาร่วมเตียงกับทาสของนางในวันของนางบนเตียงของนางในบ้านของนางเอง
นบีจึงปลอบนางโดยให้สัญญาว่าถ้านาง
"ไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนอื่นรับรู้อีก"
ต่อไปนบีกำหนดจะให้มาเรียมไม่อนุมัติแก่ตัวท่านเองอีกต่อไปแล้ว จึงคลายคำกังวลของฮัฟเซาะฮ์ไปได้
หากแต่ผ่านมาอีกไม่นานฮัฟเซาะฮ์ได้มาพบว่าน้าบีร่วมเตียงกับทาสของนางซ้ำอีก
นบีแก้ตัวว่า ได้มีกุรอานประทานลงมาใหม่ ยกเลิกคำสัญญาที่นบีได้ให้ไว้กับนางไปแล้ว
กุรอ่าน 66:1-2 "โอ้นะบีเอ๋ย ทำไมเจ้าจึงห้ามสิ่งที่
**อัลลอฮฺได้ทรงอนุมัติ** แก่เจ้า เพื่อแสวงหาความพึงพอใจบรรดาภริยาของเจ้าเล่า?
.... แน่นอนอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดแก่พวกเจ้าแล้วในการ
**แก้คำสาบาน** ของพวกเจ้า และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงคุ้มครองพวกเจ้า
และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ"
ในวันต่อๆมาหลังจากนั้น
นบีพบว่าเหล่าบรรดาภรรยาแสดงท่าทีบึ้งตึงต่อตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาอิชะห์และฮัฟเซาะฮ์
นบีรู้ได้ทันทีว่าฮัฟเซาะฮ์ได้เอาเรื่องที่นบีแอบกินตับสาวใช้ไปเล่าให้บรรดาภรรยาคนอื่นๆฟังด้วยหมดแล้ว
นบีจึงได้ไปเผชิญหน้ากับฮัฟเซาะฮ์อีกครั้งเพื่อสอบถามว่า ฮัฟเซาะฮ์เองที่เผยแพร่เรื่องราวนี้ใช่ไหม? ฮัฟเซาะฮ์แย้งว่านบีรู้ได้ยังไง? นบีก็บอกว่าอัลเลาะห์เป็นคนบอกมาเอง กุรอ่าน 66:3 "และจงรำลึกขณะที่ท่านนะบีได้บอกความลับเรื่องหนึ่งแก่ภริยาบางคนของเขา
ครั้นเมื่อนางได้บอกเล่าเรื่องนี้ (แก่คนอื่น)
และอัลลอฮฺได้ทรงแจ้งเรื่องนี้แก่เขา (ท่านนะบี) เขาก็ได้แจ้งบางส่วนของเรื่องนี้
และไม่แจ้งบางส่วน ครั้นเมื่อเขา (ท่านนะบี) ได้แจ้งเรื่องนี้แก่นาง
นางได้กล่าวว่า ใครบอกเล่าเรื่องนี้แก่ท่าน ? เขา
(ท่านนะบี) กล่าวว่าพระผู้ทรงรอบรู้ พระผู้ทรงตระหนักยิ่ง ทรงแจ้งแก่ฉัน"
***ลงท้าย *ฉัน* ได้ยังไง กุรอ่านมันเป็นคำของพระเจ้าไม่ใช่เรอะ?***
ฮัฟเซาะฮ์ตกใจมากที่อัลเลาะห์แจ้งความลับแก่นบี
หลังจากนั้น นบีจึงได้เรียกรวมเหล่าภรรยาและประทานกุรอานบทกำราบภรรยาขึ้นมา อัลเลาะห์จะมอบเมียใหม่ที่ดีกว่าพวกเจ้าให้แก่นบี หากนบีหย่าพวกเจ้าเสีย กุรอ่าน
66:5 "หากเขาหย่าพวกนาง บางทีพระเจ้าของเขาจะทรงเปลี่ยนแปลงให้แก่เขามีภริยาที่ดีกว่าพวกนาง เป็นหญิงที่นอบน้อมถ่อมตน เป็นหญิงผู้ศรัทธา เป็นหญิงผู้ภักดี เป็นหญิงผู้ขอลุแก่โทษ เป็นหญิงผู้มั่นต่อการอิบาดะฮฺ
เป็นหญิงผู้มั่นต่อการถือศิลอด เป็นหญิงที่เป็นหม้าย และที่เป็นหญิงสาว"
หลังจากเหตุการณ์นี้นบีได้ยกเลิกเวรที่จะหมุนเวียนไปตามบ้านภรรยาไปถึง
หนึ่งเดือน และใช้ช่วงเวลานั้นไปอยู่กับมาเรียห์แทน นางไม่ได้อยู่รวมกับภรรยาคนอื่นๆของนบีในเมืองมะดีนะห์ แต่มีบ้านสวนอยู่ที่ชานเมืองแทน นางเป็นคนเดียวในหมู่ภรรยา
(หลังจากนางเคาะดีญะฮ์ตายไป) ที่ตั้งท้องกับนบี จนกระทั่งให้กำเนิดบุตรชาย "อิบราฮิม"
ขึ้นมานางจึงได้เป็นไท หากแต่เด็กชายตายตั้งแต่อายุน้อยในภายหลัง นักวิชาการส่วนหนึ่งไม่ได้ยอมรับนางเป็นหนึ่งในภรรยาของนบี เนื่องจากไม่พบว่ามีการนิกะห์กันชัดเจน นางน่าจะเป็นเพียงนางสนม/นางบำเรอ/เมียเก็บ/เมียน้อย อะไรแบบนั้นมากกว่า จึงไม่ถือเป็น "มารดาแห่งผู้ศรัทธา"
เหมือนภรรยาคนอื่นๆของนบี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น