ปิดตำนาน ‘เฉิน จื้อ’ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการสแกมเมอร์
เปิดประวัติ “เฉิน จื้อ”
เฉิน จื้อ ปัจจุบันอายุ 37 ปี เกิดเมื่อปี 1987 ณ เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มการทำงานแรกโดยการเป็นผู้ดูแลระบบร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ หลังจากลาออกจากโรงเรียนเมื่อปี 2000 ก่อนที่จะมีการตั้งทีมแฮกเกอร์เจาะระบบเซิร์ฟเวอร์เกมและโจมตีเว็บไซต์ แล้วหลบหนีมาที่กัมพูชา ในปี 2011
หลังจากย้ายมาที่กัมพูชา เฉิน จื้อ ปักหลักธุรกิจแรกในถิ่นใหม่ ด้วยการเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในกรุงพนมเปญ และขยายอาณาจักรสู่ “Prince Holding Group” ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา หลังจากได้รับสัญชาติกัมพูชา 1 ปีก่อนหน้านี้ โดยมีธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โครงสร้างพื้นฐาน และสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ ยังก่อตั้ง Prince Foundation องค์กรการกุศลที่ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ เช่น การศึกษา สาธารณสุขและชุมชน โดยข้อมูลอ้างว่าเขาได้บริจาคเงินไปมากกว่า 16 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น
ขณะที่ในทางการเมือง เฉิน จื้อ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุน เซน และเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โดยในปี 2024 กษัตริย์นโรดม สีหมุนี แห่งกัมพูชา ได้ออกพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งให้ “เฉิน จื้อ” รับบรรดาศักดิ์ “เนี๊ยก อ็อกเญีย (ออกญา) เฉิน จื้อ” มีตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรี
เบื้องหลัง “แก๊งสแกมเมอร์”
สำหรับคดีที่นำไปสู่ข่าวใหญ่ในวันนี้ บีบีซี รายงานว่า เฉิน จื้อ ถูกทางการสหรัฐอเมริกาฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน ดำเนินการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และยึดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 438,760 ล้านบาท) เมื่อเดือน ต.ค. 2568 โดยที่อยู่ของนายเฉินไม่ปรากฏแน่ชัดนับตั้งแต่นั้น กระทั่งเมื่อวันพุธที่ 7 ม.ค.
กระทรวงกิจการภายในของกัมพูชาแถลงว่าจับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ นายเฉิน จื้อ นายสวี จีเหลียง และนายเส้า จีฮุย รวมทั้งส่งตัวทั้งสามคนไปยังประเทศจีนแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่านายเฉินถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใด และเสริมว่าสัญชาติกัมพูชาของนายเฉินถูกเพิกถอนโดยพระราชกฤษฎีกาเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 หลังจากสละสัญชาติจีนเพื่อเป็นพลเมืองกัมพูชาในปี 2557
รายงานระบุอีกว่าจีนสอบสวนกลุ่มบริษัทปรินซ์อย่างเงียบ ๆ มาตั้งแต่ปี 2563 และสำนักงานความมั่นคงสาธารณะในกรุงปักกิ่งจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อสืบสวนปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งเป็นเครือข่ายการพนันออนไลน์ข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา
ทั้งนี้ ชนชั้นปกครองของกัมพูชามีความใกล้ชิดกับนายเฉินมาอย่างยาวนาน และแทบไม่เคยกล่าวถึงกรณีดังกล่าวตั้งแต่สหรัฐและสหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรกลุ่มบริษัทปรินซ์ มีแค่เรียกร้องให้สหรัฐและอังกฤษตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีหลักฐานเพียงพอสำหรับข้อกล่าวหา ซึ่งจากการประมาณการบางส่วนธุรกิจฉ้อโกงนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจทั้งหมดของกัมพูชา
ขณะที่ในประเทศไทย คณะกรรมการธุรกรรม มีมติในการประชุมครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในคดีสำคัญ 4 รายคดี ยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 289 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 10,165 ล้านบาท ดังนี้
1.รายคดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยมีฐานใหญ่อยู่ในกัมพูชา เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group)
ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมในแต่ละคดี มีความเกี่ยวข้องกันและใช้วิธีการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดโดยเปลี่ยนสภาพระหว่างเงินตราในแต่ละประเทศกับสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในคดีนี้ และมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกันไปสู่บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเป็นขบวนการหลอกลวงในลักษณะ ไฮบริดสแกม ใช้การหลอกลวงในหลายรูปแบบ หลายขั้นตอน เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านบัญชี
เงินฝากธนาคาร ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 102 รายการ (เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท
แบงก์ชาติกัมพูชา สั่งชำระบัญชี “Prince Bank”
สื่อกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) ออกมาประกาศว่า ธนาคารปินซ์ จำกัด (มหาชน) ถูกสั่งให้เข้ากระบวนการชำระบัญชี และไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการธนาคารอีกต่อไป รวมถึงการรับฝากเงินหรือให้สินเชื่อ
ธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ออกประกาศว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายของราชอาณาจักรกัมพูชา และได้แต่งตั้งบริษัท โมริสัน ก๊ก เอ็มเคเอ ออดิทติ้ง จำกัด เป็นผู้ชำระบัญชีอย่างเป็นทางการเพื่อดูแลกระบวนการดังกล่าว
ทั้งระบุว่า ธนาคารปรินซ์ พีแอลซี ไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมทางธนาคารใดๆอีกต่อไป ผู้ชำระบัญชีที่ได้รับการแต่งตั้งได้รับอำนาจเต็มในการจัดการ บริหาร และจำหน่ายทรัพย์สินและการดำเนินงานทั้งหมดของธนาคารตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นต้นไป
ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา เน้นย้ำว่าผู้ฝากเงินจะสามารถถอนเงินได้ตามปกติ โดยให้เตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม การถอนเงินจะดำเนินการตามลำดับ ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการธนาคารและการเงิน ในขณะเดียวกัน ผู้กู้ยืมของธนาคาร ยังต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาต่อไป
ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา กล่าวด้วยว่า จะทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบกระบวนการชำระบัญชีอย่างใกล้ชิดและเข้มงวด โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ฝากเงินและลูกค้ารายอื่นๆ
ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการชำระบัญชีหรือมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
-
เตรียมล้างเดือด!"จีนเทา"ลงขันไล่ล่าเด็ดหัว"ฮุนเซน"หักหลังจับบอสใหญ่ส่ง"จีน"
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยอมรับระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธ(25ก.พ.) ศูนย์สแกมทั้งหลายกำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศ และก่อชื่อเสียงแย่ๆแก่ประเทศ อย่างไรก็ตามเขาตอบโต้คำกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลเขมรสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมระดับโลกดังกล่าว
กัมพูชากลายมาเป็นจุดรวมตัวของแก๊งอาชญากรรม ที่ควบคุมอุตสาหกรรมฉ้อโกงมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งพบเห็นพวกสแกมเมอร์ล่อลวงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก ให้ตกเป็นเหยื่อความสัมพันธ์รักใคร่แบบหลอกๆ รวมไปถึงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี
"เครือข่ายสแกม ที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจนอกระบบ กำลังทำลายเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยุติธรรมของเรา และนำมาซึ่งชื่อเสียงแย่ๆแก่กัมพูชา" ฮุน มาเนต บอกกับเอเอฟพี พร้อมบอกว่ามันกำลังทำร้ายการท่องเที่ยวและการลงทุน "นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจำเป็นต้องชำระล้างกำจัดมันออกไป"
การปราปรามได้นำมาซึ่งการจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายพันคน เอเอฟพีอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล และเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการส่งตัวอดีตที่ปรึกษาระดับสูงของผู้นำกัมพูชา ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน อย่างไรก็ตามพวกผู้เชี่ยวชาญบางส่วน ตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงจังในความพยายามดังกล่าว โดยชี้ถึงคำกล่าวอ้างที่ว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างพวกเจ้าหน้าที่กัมพูชากับเครือข่ายไซเบอร์สแกม
ฮุน มาเนต ซึ่งก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แทน ฮุน เซน บิดาของเขา ในปี 2023 ยอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างในทางอ้อม และมอบตำแหน่งงานภายในประเทศ แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาไม่ได้กอบโกยผลประโยชน์จากอาชญากรรมนี้
"ใช่ ศูนย์สแกม อาจก่อผลลัพธ์โดยตรงบางอย่างต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่อการลงทุนบางอย่าง การก่อสร้าง การซื้อ แนวทางการสร้างศูนย์ต่างๆ" เขากล่าว "แต่กระบวนการทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกัมพูชา" นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุ
กัมพูชา เป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมหลายสิบแห่ง และมีคนงานประมาณ 100,000 คน จำนวนมากเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ที่ถูกล่อลวงบังคับขู่เข็ญให้กระทำผิดฉ้อโกงทางออนไลน์
รายงานฉบับหนึ่งเมื่อปี 2024 ของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลตอบแทนของสแกมไซเบอร์กัมพูชา สูงทะลุ 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวครึ่งหนึ่งของจีดีพีอย่างเป็นทางการของประเทศ แต่ ฮุน มาเนต ยืนกรานว่าเศราฐกิจกัมพูชาไม่ได้พึ่งพาสแกม "ผู้คนมากมายพูดว่า จีดีพีกัมพูชาพึ่งพาสแกม ไม่ เราพุ่งพาเศรษฐกิจบริสุทธิ์ อย่างเช่นการท่องเที่ยว การผลิตและอื่นๆ"
พวกปฏิบัติการสแกมมาจากประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางส่วนดำเนินการด้วยความสมัครใจ แต่จำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกล่อลวงมาก และโดนบังคับให้ทำงานภายใต้คำขู่ทรมาน
เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการปราบปรามขนานใหญ่ที่ผลักดันโดยจีน ประเทศที่มีอิทธิพลสูงลิ่วทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทูตในภูมิภาค ปฏิบัติการดังกล่าวพบเห็นคนงานสแกมหลายหมื่นคนถูกปล่อยตัวออกมาจากศูนย์สแกมทั้งหลายทั้งในพม่าและกัมพูชา และส่งตัวกลับประเทศ จำนวนมากในนั้นถูกส่งตัวกลับไปยังจีน
ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงตอนนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ครั้งที่มีการจับกุม เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีสัญชาติกัมพูชาที่เกิดในจีน ในกัมพูชา พร้อมกับมีการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน
ก่อนหน้าการจับกุม เฉิน ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในเดือนธันวาคม และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของทั้ง ฮุน มาเนต และ ฮุนเซน
"ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง" ฮุน มาเนต กล่าวอ้างกับเอเอฟพี ในบรัสเซลส์ ดินแดนที่เขาแวะเยี่ยมเยือน ส่วนหนึ่งในการเดินทางเยือนนานาชาติ เพื่อขอแรงสนับสนุนทางการทูต ท่ามกลางความขัดแย้งด้านชายแดนกับไทย
ฮุน มาเนต อ้างว่าการตรวจสอบภูมิหลังของ เฉิน จื้อ ไม่พบสัญญาณความน่ากังวลใดๆ เน้นว่ากลุ่มธุรกิจปรินซ์กรุ๊ปของเฉิน จื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกว่าถูกใช้ปกป้องอาณาจักรฉ้อโกงไซเบอร์อันมโหฬาร ก็เข้าไปประกอบกิจการในมากมายหลายประเทศ ในนั้นรวมถึงสหราชอาณาจักร
อัยการสหรัฐฯเผยก่อนหน้านี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2025 ปรินซ์กรุ๊ป ปฏิบัติการธุรกิจในประเทศต่างๆมากกว่า 30 ชาติทั่วโลก ภายใต้หน้าหากของธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บริการด้านการเงินและธุรกิจอุปโภคบริโภค
ฮุน มาเนต ชี้แจงว่า ก่อนหน้าที่ เฉิน จื้อ จะถูกกล่าวหา สำหรับกัมพูชาแล้ว เขาเป็นเพียงนักธุรกิจ ที่มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจ "ไม่ว่าจะกิจกรรมใดก็ตาม เราไม่รู้เลย" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว พร้อมอ้างว่าพวกเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในทันที ครั้งที่ทราบเกี่ยวกับคำกล่าวหามีการกระทำผิด
กัมพูชากลายมาเป็นจุดรวมตัวของแก๊งอาชญากรรม ที่ควบคุมอุตสาหกรรมฉ้อโกงมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งพบเห็นพวกสแกมเมอร์ล่อลวงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก ให้ตกเป็นเหยื่อความสัมพันธ์รักใคร่แบบหลอกๆ รวมไปถึงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี
"เครือข่ายสแกม ที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจนอกระบบ กำลังทำลายเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยุติธรรมของเรา และนำมาซึ่งชื่อเสียงแย่ๆแก่กัมพูชา" ฮุน มาเนต บอกกับเอเอฟพี พร้อมบอกว่ามันกำลังทำร้ายการท่องเที่ยวและการลงทุน "นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจำเป็นต้องชำระล้างกำจัดมันออกไป"
การปราปรามได้นำมาซึ่งการจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายพันคน เอเอฟพีอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล และเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการส่งตัวอดีตที่ปรึกษาระดับสูงของผู้นำกัมพูชา ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน อย่างไรก็ตามพวกผู้เชี่ยวชาญบางส่วน ตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงจังในความพยายามดังกล่าว โดยชี้ถึงคำกล่าวอ้างที่ว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างพวกเจ้าหน้าที่กัมพูชากับเครือข่ายไซเบอร์สแกม
ฮุน มาเนต ซึ่งก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แทน ฮุน เซน บิดาของเขา ในปี 2023 ยอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างในทางอ้อม และมอบตำแหน่งงานภายในประเทศ แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาไม่ได้กอบโกยผลประโยชน์จากอาชญากรรมนี้
"ใช่ ศูนย์สแกม อาจก่อผลลัพธ์โดยตรงบางอย่างต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่อการลงทุนบางอย่าง การก่อสร้าง การซื้อ แนวทางการสร้างศูนย์ต่างๆ" เขากล่าว "แต่กระบวนการทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกัมพูชา" นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุ
กัมพูชา เป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมหลายสิบแห่ง และมีคนงานประมาณ 100,000 คน จำนวนมากเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ที่ถูกล่อลวงบังคับขู่เข็ญให้กระทำผิดฉ้อโกงทางออนไลน์
รายงานฉบับหนึ่งเมื่อปี 2024 ของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลตอบแทนของสแกมไซเบอร์กัมพูชา สูงทะลุ 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวครึ่งหนึ่งของจีดีพีอย่างเป็นทางการของประเทศ แต่ ฮุน มาเนต ยืนกรานว่าเศราฐกิจกัมพูชาไม่ได้พึ่งพาสแกม "ผู้คนมากมายพูดว่า จีดีพีกัมพูชาพึ่งพาสแกม ไม่ เราพุ่งพาเศรษฐกิจบริสุทธิ์ อย่างเช่นการท่องเที่ยว การผลิตและอื่นๆ"
พวกปฏิบัติการสแกมมาจากประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางส่วนดำเนินการด้วยความสมัครใจ แต่จำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกล่อลวงมาก และโดนบังคับให้ทำงานภายใต้คำขู่ทรมาน
เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการปราบปรามขนานใหญ่ที่ผลักดันโดยจีน ประเทศที่มีอิทธิพลสูงลิ่วทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทูตในภูมิภาค ปฏิบัติการดังกล่าวพบเห็นคนงานสแกมหลายหมื่นคนถูกปล่อยตัวออกมาจากศูนย์สแกมทั้งหลายทั้งในพม่าและกัมพูชา และส่งตัวกลับประเทศ จำนวนมากในนั้นถูกส่งตัวกลับไปยังจีน
ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงตอนนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ครั้งที่มีการจับกุม เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีสัญชาติกัมพูชาที่เกิดในจีน ในกัมพูชา พร้อมกับมีการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน
ก่อนหน้าการจับกุม เฉิน ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในเดือนธันวาคม และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของทั้ง ฮุน มาเนต และ ฮุนเซน
"ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง" ฮุน มาเนต กล่าวอ้างกับเอเอฟพี ในบรัสเซลส์ ดินแดนที่เขาแวะเยี่ยมเยือน ส่วนหนึ่งในการเดินทางเยือนนานาชาติ เพื่อขอแรงสนับสนุนทางการทูต ท่ามกลางความขัดแย้งด้านชายแดนกับไทย
ฮุน มาเนต อ้างว่าการตรวจสอบภูมิหลังของ เฉิน จื้อ ไม่พบสัญญาณความน่ากังวลใดๆ เน้นว่ากลุ่มธุรกิจปรินซ์กรุ๊ปของเฉิน จื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกว่าถูกใช้ปกป้องอาณาจักรฉ้อโกงไซเบอร์อันมโหฬาร ก็เข้าไปประกอบกิจการในมากมายหลายประเทศ ในนั้นรวมถึงสหราชอาณาจักร
อัยการสหรัฐฯเผยก่อนหน้านี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2025 ปรินซ์กรุ๊ป ปฏิบัติการธุรกิจในประเทศต่างๆมากกว่า 30 ชาติทั่วโลก ภายใต้หน้าหากของธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บริการด้านการเงินและธุรกิจอุปโภคบริโภค
ฮุน มาเนต ชี้แจงว่า ก่อนหน้าที่ เฉิน จื้อ จะถูกกล่าวหา สำหรับกัมพูชาแล้ว เขาเป็นเพียงนักธุรกิจ ที่มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจ "ไม่ว่าจะกิจกรรมใดก็ตาม เราไม่รู้เลย" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว พร้อมอ้างว่าพวกเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในทันที ครั้งที่ทราบเกี่ยวกับคำกล่าวหามีการกระทำผิด



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น