วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

พระเจ้าจะช่วยลูกคนไหน ?

Facebook

😈 กลุ่มตอลิบาน อัฟกานิสถาน เพิ่งออกคำเตือนอันน่าสะพรึงกลัวทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยประกาศว่าคลังอาวุธนิวเคลียร์ของปากีสถาน จะถูกรับมือโดยตรงด้วย "กองพันพลีชีพ"

ผู้บัญชาการตอลิบาน อับดุล ฮามิด โคราซานี ประกาศว่า: "ถ้าปากีสถานภาคภูมิใจในขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขา เรามีกองพันพลีชีพ และเรามีความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับอำนาจที่ไม่เชื่อในพระเจ้าที่แข็งแกร่งกว่าปากีสถานมาก และเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว"










สมรสหมู่ท่ามกลางซากปรักหักพังในกาซ่า

Facebook






ในขณะที่คุณกำลังอินกับ อิหร่านและUS
เอาจริงๆนะ
มันมีอีกสงครามหนึ่ง
ที่ฉันอยากให้คุณเข้าใจ

และถ้าคุณอ่านข่าวแบบผ่าน ๆ
คุณจะงงทันทีว่า
“เดี๋ยวนะ ปากีสถานเคยหนุนตาลีบันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ยิงกันเอง”

ฉันจะเล่าง่ายๆให้เห็นภาพชัด ๆ
เรียงลำดับแบบไม่ข้ามฉาก
ฉันจะเล่าเหมือนเรากำลังดูซีรีส์การเมือง 6 ตอนติด

ตอนที่ 1 — เส้นพรมแดนที่ไม่มีใครยอมรับ

ก่อนจะมีตาลีบัน
ต้องเข้าใจก่อนว่า
ปากีสถานกับอัฟกานิสถาน “ระแวงกัน” มาตั้งแต่เกิดประเทศค่ะคุณ

เพราะใคร …

ปี 1893 อังกฤษลากเส้นพรมแดนชื่อ Durand Line
ตัดชนเผ่าปัชตุนออกเป็นสองฝั่ง

ครอบครัวเดียวกัน
ถูกแบ่งไปคนละประเทศ

อัฟกานิสถานไม่เคยยอมรับเส้นนี้อย่างเต็มใจ
มองว่ามันคือเส้นที่จักรวรรดิสร้าง

ดังนั้นชายแดนนี้ไม่เคยสงบจริง ๆ
มันคือแผลเก่า

ตอนที่ 2 — ปากีสถานเลือก “เลี้ยงงูเห่า” (1979–1990s)

ปี 1979 โซเวียตบุกอัฟกานิสถาน
สหรัฐฯ ต้องการหยุดโซเวียต
จึงเทเงินและอาวุธผ่านปากีสถาน

ปากีสถานกลายเป็นฐานฝึกนักรบ
ในโรงเรียนศาสนา

เด็กหนุ่มจำนวนมาก
ต่อมาจะกลายเป็น “ตาลีบัน” ที่คนทั้งโลกคุ้นชื่อ

พอสงครามกับโซเวียตจบ
อัฟกานิสถานเข้าสู่สงครามกลางเมือง

ปากีสถานคิดแบบนักวางหมากว่า
ถ้ามีรัฐบาลอัฟกันที่เป็นมิตร
จะช่วยถ่วงดุลอินเดียได้

จึงสนับสนุนตาลีบันเต็มตัว

ปี 1996 ตาลีบันยึดคาบูล
ปากีสถานคือผู้สนับสนุนหลัก

ตอนนั้นความสัมพันธ์คือ “พันธมิตร”

ตอนที่ 3 — โลกเปลี่ยน แต่เครือข่ายไม่หาย (2001–2021)

หลังเหตุ 11 กันยายน
สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถาน
โค่นตาลีบัน

ปากีสถานประกาศร่วมมือกับสหรัฐฯ

แต่ในความเป็นจริง
เครือข่ายตาลีบันบางส่วน
ยังใช้พื้นที่ชายแดนปากีสถานเป็นที่หลบซ่อน

เกมซ้อนเกมดำเนินไป 20 ปี

จนกระทั่งปี 2021
สหรัฐฯ ถอนทหาร
ตาลีบันกลับมาครองอำนาจ

หลายคนในปากีสถานคิดว่า
นี่คือชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์

แต่เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้นค่ะคุณ

ตอนที่ 4 — ตาลีบันอีกกลุ่มที่กัดเจ้าของบ้าน

ตรงนี้คือหัวใจของเรื่อง

TTP หรือ ตาลีบันปากีสถาน (จำชื่อนี้ให้ดี)
มีแนวคิดคล้ายตาลีบันอัฟกัน
แต่ต้องการล้มรัฐบาลปากีสถาน

หลังปี 2021
เหตุโจมตีในปากีสถานพุ่งขึ้นทุกปี
รุนแรงที่สุดในรอบสิบปี

6 กุมภาพันธ์
มือระเบิดฆ่าตัวตายในมัสยิดที่อิสลามาบัด
ตาย 32 บาดเจ็บกว่า 170

รัฐบาลปากีสถานกล่าวหา
ว่าการฝึกและวางแผนเกิดในอัฟกานิสถาน

แม้บางเหตุจะถูกอ้างโดยกลุ่มไอเอส
แต่ความเชื่อของอิสลามาบัดคือ
อัฟกานิสถานกำลังเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ของศัตรู

ปากีสถานมองว่าตาลีบันอัฟกัน
อย่างน้อยก็ “มองอีกทาง”

ความอดทนเริ่มหมดลง

ตอนที่ 5 — หยุดยิงที่เปราะบาง และไฟที่ปะทุ

ตุลาคมที่ผ่านมา
กาตาร์กับตุรกีช่วยไกล่เกลี่ย
เกิดการหยุดยิง

แต่ชายแดนถูกปิด
การค้าลดลงประมาณ 80%
ผู้ลี้ภัยอัฟกันกว่า 2 ล้านคนถูกส่งกลับ
อีก 2 ล้านยังค้างอยู่ในปากีสถาน

แรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมสูงมาก

21 กุมภาพันธ์
มือระเบิด TTP สังหารทหารปากีสถาน 2 นาย
รวมถึงนายพันโท

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ปากีสถานทิ้งระเบิดใน Nangarhar และ Paktika
อ้างว่าสังหาร TTP 70 คน

รัฐบาลอัฟกันบอกว่าพลเรือนตาย
และประกาศจะแก้แค้น

27 กุมภาพันธ์ 2026
กองกำลังอัฟกันโจมตีด่านปากีสถาน
อ้างว่าสังหารทหาร 50 นาย
ปากีสถานยอมรับ 12

จากนั้นปฏิบัติการ Righteous Fury ก็เริ่ม

เครื่องบินรบโจมตีคาบูล
กันดาฮาร์
คลังอาวุธ
ฐานทัพ

รัฐมนตรีกลาโหมพูดคำว่า
“open war”

ตอนที่ 6 — เกมที่อันตรายกว่าที่คิด

ปากีสถานเหนือกว่าทางอากาศ
ตาลีบันไม่มีเครื่องบินรบ
แต่มีโดรน

ซาอุฯ รัสเซีย จีน อิหร่าน
รวมถึงสหประชาชาติ
รีบเรียกร้องให้ยับยั้ง

เพราะถ้าเรื่องนี้บานปลาย
มันไม่ใช่แค่สองประเทศ

จีนมีโครงการเศรษฐกิจมหาศาลในปากีสถาน
ภูมิภาคนี้เชื่อมเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง เอเชียใต้

ถ้าความขัดแย้งขยาย
ผลกระทบจะไกลกว่าภูเขาฮินดูกูช

คำถามใหญ่ที่สุด

ปากีสถานจะโค่นตาลีบันไหม

ทางทหารเหนือกว่า
แต่ประวัติศาสตร์ชัดเจน

อังกฤษเคยล้มเหลว
โซเวียตเคยล้มเหลว
สหรัฐฯ ก็เคยล้มเหลว

ถ้าตาลีบันล่ม
TTP กับตาลีบันอาจรวมตัวเต็มรูปแบบ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า
นั่นอาจเป็น “หายนะที่ใหญ่กว่า”

ขอซ้ำอีกที ไม่ให้คุณงงอีก

ปากีสถานเคยสนับสนุนตาลีบัน
เพราะผลประโยชน์ตรงกัน

แต่วันนี้
ตาลีบันอีกกลุ่มกำลังกัดรัฐปากีสถานเอง
และรัฐบาลอัฟกันถูกกล่าวหาว่าไม่จัดการ

นี่ไม่ใช่ศัตรูใหม่
แต่คือผลลัพธ์ของไฟที่เคยถูกเลี้ยงไว้

มีอีกสงครามหนึ่ง
ที่คุณควรเข้าใจ

เพราะมันไม่ได้เริ่มวันนี้
และอาจยังไม่จบง่าย ๆ











พิธีชำระล้างวิญญาณ

 Facebook



ตามที่เห็นได้ ผู้นำทางศาสนาคนนี้จูบเยาวชนที่มาร่วมงานในฐานะส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่อ้างว่าเป็นการ "ชำระล้างวิญญาณ" และดึงเอาความชั่วร้ายที่พวกเขามีอยู่ภายในออกมา




วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ขัดแย้งจนประกาศสงครามได้อย่างไร




Facebook


💣อัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ขัดแย้งจนประกาศสงครามได้อย่างไร


รากเหง้าของสงครามระหว่างอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ต้องย้อนไปถึงยุคอาณานิคม เมื่ออังกฤษได้ลากเส้นพรมแดนที่ชื่อว่า “Durand Line” ทิ้งไว้ให้ทั้ง 2 ประเทศ

(เส้นพรมแดนมีความยาว 2,640 กิโลเมตร ยาวกว่าชายแดน-ไทยเขมร 3 เท่านิดๆ )

เส้นแบ่งนี้ไม่ได้ขีดตามภูมิศาสตร์แต่กลับลากผ่ากลางใจกลางของกลุ่มชาติพันธุ์ปาทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอัฟกานิสถาน ผลที่ตามมาคือชาวปาทานถูกแยกให้กลายเป็นคนละสัญชาติ

ฝั่งปากีสถานยอมรับเส้นแบ่งนี้แต่ชาวปาทานไม่เคยยอมรับและเดินข้ามไปมาหาสู่กันตลอดเวลา ส่งผลให้กลุ่มก่อการร้ายใช้ช่องโหว่นี้ข้ามไปกบดานอีกฝั่งได้ง่ายขึ้น

ฝ่ายปากีสถานที่ยอมรับเส้นแบ่งนี้ต้องการสร้างรั้วและบังเกอร์ป้องชายแดน ส่วนฝ่ายอัฟกานิสถานไม่ยอมทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเรื่อยมา

นับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่กองกำลังสหรัฐฯ และนาโต้ถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน มีการปะทะกันระหว่างกองกำลังอัฟกานิสถานและปากีสถานมากถึง 75 ครั้ง

💥สาเหตุของสงครามรอบนี้

ชนวนเหตุก่อตัวจากการปะทะกันตามแนวชายแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ เดือนสิงหาคมปี 2025

เมื่อฝั่งอัฟกานิสถานพยายามจะสร้างป้อมยามและสิ่งปลูกสร้างใหม่ในบริเวณจุดผ่านแดนสำคัญที่ปากีสถานมองว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ขณะที่ฝั่งปากีสถานเองก็เดินหน้าล้อมรั้วลวดหนามและสร้างป้อมถาวร

การเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดนี้นำไปสู่การใช้ปืนใหญ่ยิงโต้ตอบกันอย่างหนักเป็นครั้งแรก บริเวณจุดผ่านแดนสำคัญ นำไปสู่การสั่งปิดด่านพรมแดนอย่างไม่มีกำหนด

ในพื้นที่ทับซ้อน Durand Line ตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เกิดเหตุปะทะด้วยอาวุธเบาและปืนใหญ่รวมแล้วกว่า 5 ครั้งใหญ่ โดยแต่ละครั้งเกิดจากการที่ปากีสถานพยายามจะล้อมรั้วลวดหนามเพิ่มเติม ขณะที่ฝ่ายอัฟกานิสถานพยายามเข้าขัดขวางและทำลายรั้วเหล่านั้นทิ้ง เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความตึงเครียดสะสมที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

จนความขัดแย้งครั้งล่าสุดเริ่มขึ้นเช่นเดียวกับการปะทะกันครั้งก่อนๆ แต่ละฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นฝ่ายโจมตีก่อน

ฝ่ายอัฟกานิสถานกล่าวว่าได้เปิดปฏิบัติการขนาดใหญ่เมื่อคืนนี้ ทำให้ทหารปากีสถานเสียชีวิต 10 นายและยึดฐานที่มั่นได้ 13 แห่ง เพื่อตอบโต้การโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งพวกเขากล่าวอ้างว่ามีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน ขณะที่ปากีสถานแย้งว่าเป้าหมายการโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์คือค่ายและที่ซ่อนตัวของกลุ่มติดอาวุธ

ฝั่งปากีสถานตอบโต้ด้วยความโกรธแค้น พวกเขาได้ตัดสินใจเปิดฉากโจมตีทางอากาศและทิ้งระเบิดอย่างหนักหลายระลอกเข้าใส่ 3 เมืองสำคัญของอัฟกานิสถาน โดยทางรัฐบาลปากีสถานเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า Operation Ghazab Lil Haq

เป้าหมายสำคัญของฝูงบินรบปากีสถานคือเมืองยุทธศาสตร์ระดับประเทศอย่าง กรุงคาบูล ปักเตีย และกันดาฮาร์ ซึ่งทางปากีสถานอ้างว่าสามารถทำลายฐานทัพและคลังแสงสำคัญของกลุ่มติดอาวุธได้หลายแห่ง การยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ปากีสถานออกมาอธิบายว่าพวกเขาถูกยั่วยุด้วย "การยิงข้ามพรมแดนโดยไม่มีเหตุผล" จากฝั่งอัฟกานิสถาน

จนกระทั่งในช่วงสายตามเวลาประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของปากีสถาน ได้ออกมาประกาศกร้าวว่า "ความอดทนของพวกเราสิ้นสุดลงแล้ว" พร้อมกับประกาศสงครามกับอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ






เปิดกล้อง


Facebook


'มิรา' สาว MC เข้าพบตำรวจให้ปากคำ เผยไม่ได้โฟกัสว่ามือโอบเอวมั้ย





Facebook






รวยไม่หยอก ถึงว่า  








เกาะเวอร์จิน


💢 หากพูดถึงชื่อเกาะ Little St. James ในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ หลายคนอาจจินตนาการถึงน้ำทะเลสีครามและหาดทรายขาวละเอียด แต่สำหรับเหยื่อจำนวนมาก เกาะแห่งนี้คือ "คุกกลางทะเล" และสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การบงการของมหาเศรษฐีผู้ลึกลับนามว่า Jeffrey Epstein

จุดเริ่มต้นของอาณาจักรสีเทา


Jeffrey Epstein เริ่มต้นจากการเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ธรรมดาๆ ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกการเงินวอลล์สตรีทและกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ไม่มีใครรู้ที่มาของความมั่งคั่งที่แน่ชัด สิ่งที่ทำให้เขาทรงอิทธิพลไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือ "คอนเนกชัน" เขามีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเหล่านักการเมืองระดับโลก ราชวงศ์ ศิลปินดารา และนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล โดยมี Ghislaine Maxwell อดีตแฟนสาวและมือขวาคนสนิท เป็นผู้ช่วยบริหารจัดการ "เครือข่าย" นี้


เกาะแห่งความลับ (Pedophile Island)
บนเกาะ Little St. James หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "เกาะกามโรค" Epstein ได้สร้างอาณาจักรส่วนตัวที่มีระเบียบวินัยเข้มงวด มีเครื่องบินส่วนตัวที่ชื่อว่า "Lolita Express" คอยรับส่งแขก VIP และเด็กสาวจำนวนมากที่ถูกล่อลวงมาด้วยคำสัญญาเรื่องทุนการศึกษาหรืออนาคตในวงการบันเทิง

พยานและเหยื่อเล่าว่า ที่นี่มีการบังคับใช้แรงงานและล่วงละเมิดทางเพศอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ปรนเปรอ" แขกผู้มีเกียรติของ Epstein ซึ่งเชื่อกันว่าข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็น "เครื่องมือแบล็กเมล" เพื่อรักษาอำนาจและอิทธิพลของเขาไว้

เอกสารลับที่ถูกเปิดโปง
หลังจากการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ Epstein ในคุกเมื่อปี 2019 เรื่องราวที่ดูเหมือนจะจบลงกลับถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อศาลสหรัฐฯ สั่งให้เปิดเผยเอกสารคดีจำนวนมหาศาลในปี 2024 รายชื่อบุคคลสำคัญที่ปรากฏในเอกสาร (Epstein List) ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดี, เจ้าชาย, หรือมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า "ใครบ้างที่มีส่วนรู้เห็น?" และ "ทำไมความยุติธรรมถึงมาถึงช้านัก?"

บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
แม้ Epstein จะเสียชีวิตไปแล้ว และ Maxwell ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี แต่บาดแผลของเหยื่อยังคงอยู่ เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวฉาวของคนรวย แต่มันสะท้อนถึงช่องโหว่ของกฎหมายที่ยอมให้เงินและอำนาจอยู่เหนือศีลธรรม และการต่อสู้ของผู้หญิงที่กล้าลุกขึ้นมาเปิดโปงความจริงจนพังกำแพงแห่งความเงียบลงได้


 Facebook


ธุรกิจ ด่าเรียกสติ

💥 ธุรกิจ ‘ด่าเรียกสติ’ ให้ลืมคนเก่า บริการใหม่ในจีนที่ Gen Z ถูกใจหนักมาก


ความรักน่าจะเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของคนทุกเพศทุกวัย และปัญหานี้มักทำให้รำคาญใจไม่น้อย เพราะบางทีมันอาจทำให้กระวนกระวายใจจนไม่เป็นอันทำอะไรทั้งวัน

ในประเทศจีน ชีวิตรัก การหาคู่ครอง การแต่งงาน เป็นเรื่องใหญ่ของชาวจีน บางครั้งความรักกลายเป็นเรื่องเครียด เพราะคนอยากจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้

ทำให้เยาวชนจีนหมกมุ่นอยู่กับความรักจนกระทบกับชีวิตประจำวัน

ผุดไอเดียธุรกิจ คนยอมจ่ายเงินเพื่อรับคำด่าเตือนสติจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ตั้งตนเป็นผู้นำ บ้างมองว่ากระแสที่กำลังเติบโตนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของ ‘การประจานต่อสาธารณะ’

กระแสนี้เริ่มจากในไลฟ์สด เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งมาระบายความในใจให้คนแปลกหน้าฟัง ภูมิหลังของเธอได้รับการศึกษาอย่างดี มาจากครอบครัวร่ำรวย แต่กลับตกหลุมรักชายที่อายุมากกว่า ซ้ำยังยากจนและเขาไม่ได้รักเธอ

Taozai อินฟลูเอนเซอร์ที่ไลฟ์สตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย มีผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคน ด้วยสไตล์การพูดที่ตรงไปตรงมาและดุดันทำให้คนดูถูกใจเป็นอย่างมาก เขามักตอบกลับปัญหาด้วยถ้อยคำที่เรียกว่าฟังแล้วถึงกับตาสว่าง

สำหรับคนอื่นอาจดูเหมือนเป็นการประจานต่อหน้าสาธารณชน แต่สำหรับคนหนุ่มสาวจำนวนมากในประเทศจีนกลับชื่นชอบอย่างมาก และการถูกด่าแบบนี้ก็กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปบนโลกอินเทอร์เน็ต มีผู้คนนับพันแห่กันไปชมการถ่ายทอดสด

วิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคลิปหนึ่งของ Taozai คือการบอกกับชายคนหนึ่งที่บ่นแฟนสาวของตัวเองว่าเป็นคนไม่มีความทะเยอทะยาน เขาตอบกลับชายคนนั้นไปว่า “คุณก็พอกันนั่นแหละ มีแต่แมลงวันเท่านั้นที่เกาะอยู่บนมูลสัตว์”

นอกจากนั้นยังมีคอร์สแบบเสียเงิน โดยที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์จะเสนอบริการรับตำหนิเพื่อให้ได้สติ โดยที่ผู้ติดตามต้องจ่ายเงิน 1,800 หยวน (8,000 บาท) เพื่อสมัครสมาชิกรายปี ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การไม่ต้องรอคิวเพื่อเข้าร่วมการถ่ายทอดสด และการปรึกษาแบบตัวต่อตัวผ่านข้อความ

คำว่า “love brained” หรือสมองหลงรัก เป็นแนวคิดเฉพาะในประเทศจีน เอาไว้ใช้เรียกคนที่สูญเสียเหตุผลไปเพราะลุ่มหลงในความรัก หากเป็นประเทศไทยคงใช้คำว่า “ความรักทำให้คนตาบอด”

บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลายแห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ มีร้านค้าจำนวนมากเปิดจำหน่ายแพ็กเกจการให้บริการเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ ผู้ซื้อสามารถเลือกแพ็กเกจต่าง ๆ เช่น จ้างโทรไปตำหนิเป็นเวลา 30 นาที คิดราคา 60 หยวน (270 บาท) ซึ่งบางร้านมียอดขายต่อเดือนถึงกว่า 3,000 รายการ

ได้รับคำรีวิว เช่น คำติเตียนของที่ปรึกษาเป็นเหมือนการปลุกให้ตื่นใน 30 นาที ช่วยให้ลืมแฟนเก่าได้อย่างหมดจด ซึ่งประหยัดกว่าการไปพบนักบำบัดมาก

เมื่อลองเทียบราคาปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับนักจิตวิทยาในเมืองชั้นนำของจีน จะมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 500 ถึง 2,000 หยวนต่อชั่วโมง (2,250 ถึง 9,000 บาท)

นักจิตวิทยาเคยอธิบายว่า เมื่อคนเราถูกครอบงำด้วยอารมณ์ด้านลบ กลไกการป้องกันทางความคิดของสมองจะทำให้ไตร่ตรองตนเองได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น การตอบสนองจากภายนอกที่รุนแรงอย่างการตำหนิ มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ในตนเองได้มากกว่า

แต่ก็เป็นที่น่ากังวลว่าหากผู้ที่เรียกตัวเองว่าโค้ชด้านอารมณ์เหล่านั้นขาดคุณสมบัติและการกำกับดูแลที่เหมาะสม อาจทำให้บางคนเผยแพร่ทัศนคติผิด ๆ เกี่ยวกับความรักได้

ซึ่งการตำหนินั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์โรแมนติกเท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับการเรียน อย่างเช่นการสอนภาษาอังกฤษที่ครูใช้สไตล์การสอนแบบกลายร่างเป็นปีศาจเมื่อนักเรียนไม่ฟัง เป็นสไตล์ “รักแต่เข้มงวด” ซึ่งช่วยฟื้นฟูพลังงานและช่วยให้นักเรียนกลับมามีความมั่นใจในการเรียนอีกครั้ง

💢เศรษฐกิจอารมณ์หมื่นล้าน

หนังสือพิมพ์เหรินหมินเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน อ้างรายงานอุตสาหกรรมที่แสดงให้เห็นว่า ตลาดเศรษฐกิจด้านอารมณ์ของประเทศ (Emotional Economy) มีมูลค่าถึง 2.3 ล้านล้านหยวน (10,300 ล้านบาท) ในปี 2024 และคาดว่าจะเกิน 4.5 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2029

จากในปี 2024 ยอดขายลาบูบู้ส่งให้บริษัทป๊อปมาร์ททำรายได้สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท และในเดือนมกราคม โรงงานแห่งหนึ่งในจีนผลิตตุ๊กตาผิดรูป ทำให้ตุ๊กตาม้าอันเป็นของมงคลต้อนรับปีใหม่กลับมีใบหน้าปากคว่ำเหมือนกำลังร้องไห้

แต่ความผิดพลาดนั้นกลับสร้างความสำเร็จแบบไม่คาดคิด มันกลายเป็นไวรัลสุดฮาของชาวเน็ตจีน คนตั้งชื่อให้ว่า cry-cry horse หรือ “ม้าขี้แย” มีผู้ชมปาไปกว่า 100 ล้านวิวบน Weibo จนโรงงานต้องรีบปรับสายการผลิตชั่วข้ามคืน จากเดิมที่ใช้สายการผลิต 2 สาย เพิ่มเป็น 10 สาย

สะท้อนแนวโน้มว่าเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตวิทยาต่อความเหนื่อยล้าทางสังคม เนื่องจากของเล่นนุ่มนิ่มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางอารมณ์สำหรับผู้บริโภคที่กำลังเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนและความกดดันในแต่ละวัน

แม้ว่าเศรษฐกิจเชิงอารมณ์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังคงได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาของแพลตฟอร์มดิจิทัลและความขัดแย้งทางสังคมที่เกิดขึ้นใหม่

💢เศรษฐกิจเชิงอารมณ์ Emotional Economy

เศรษฐกิจเชิงอารมณ์คือการเปลี่ยนจากการบริโภคที่เน้นประโยชน์ใช้สอยไปสู่ประสบการณ์ที่ส่งเสริมความสุขในใจ ผู้บริโภคจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ช่วยบรรเทาความวิตกกังวล หรือสอดคล้องกับค่านิยมของพวกเขา ก้าวข้ามขีดจำกัดของราคาและฟังก์ชันการใช้งาน ใช้ความรู้สึกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

เศรษฐกิจเชิงอารมณ์ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภครุ่นใหม่ (Gen Z) ครอบคลุมสินค้าสะสม เช่น ลาบูบู้ วัฒนธรรมสินค้าที่ระลึก (guzi) เช่น เข็มกลัด ป้าย อันเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะ เกม และนิยายที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์และสร้างพื้นที่เซฟโซน รวมไปถึงสัตว์เลี้ยง และประสบการณ์ส่วนบุคคล

อย่างไรก็ดี บริการที่เน้นเรื่องความรักและบริการที่ไม่เหมือนใครกำลังเติบโตอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การเช่าคนรักเสมือนจริง บริการเป็นคู่สนทนาทางอารมณ์ และแม้แต่บริการด่าเรียกสติ ได้บ่งชี้ถึงความต้องการการปลดปล่อยอารมณ์อย่างเป็นระบบ





วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

โชคดีที่ตายก่อน

 คนจ่ายหาย-คนตายเพิ่ม วิกฤตเงินฌาปนกิจ เสี่ยงล้มเป็นโดมิโน นักวิชาการเสนอมาตรการฟื้นระบบ


ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งสูง "ความตาย" ไม่ใช่แค่เรื่องของความโศกเศร้า แต่มันคือ "ค่าใช้จ่าย" ก้อนโตสำหรับคนข้างหลัง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จึงเป็นเสมือน ‘ตาข่ายรองรับ’ ชั้นสุดท้ายของคนตัวเล็กๆ ในสังคมไทย ทว่าวันนี้ตาข่ายที่ว่ากำลังเริ่มขาดวิ่น และเสี่ยงที่จะขาดสะบั้นลงเป็นทอดๆ

รศ. ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง หลังการสั่งยุบสมาคมฯ ไปแล้ว 10 แห่ง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่มันคือสัญญาณอันตรายที่อาจนำไปสู่ภาวะล้มละลายทางความเชื่อมั่น ของสมาคมฯ อีกกว่า 3,800 แห่งทั่วประเทศ




วัดกัมพูชาสร้างเศียรพระในต้นโพธิ์ เลียนแบบโบราณสถานวัดมหาธาตุ














ชุดเขมร ชุดไทย

  Facebook











วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

 ส่องประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ เคยซื้อดินแดนใดมาแล้วบ้าง ? - BBC News ไทย


ซื้ออะแลสกาจากรัสเซีย (ปี 1867)


หลายคนไม่เข้าใจถึงความมุ่งมั่นของวิลเลียม ซิวาร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในการซื้อดินแดนอาร์กติกอันห่างไกลอย่างอะแลสกาจากจักรวรรดิรัสเซียในปี 1867


ซิวาร์ดเชื่อว่าดินแดนแห่งนี้มีคุณค่าในเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เพราะจะช่วยยับยั้งไม่ให้อังกฤษเข้ามาแทรกแซงในอเมริกาเหนือ และจะทำให้สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ขณะที่รัสเซียเชื่อว่าตนกำลังกำจัดดินแดนที่มีมูลค่าเพียงน้อยนิด แต่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูง และถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่อการโจมตีจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในขณะนั้น



 

ดราม่าหนัก! นักบวชชาวมุสลิมเดินตามร้านอาหารในตุรกี เรียกร้องให้หยุดกินและถือศีลอด - YouTube


ไทม์ไลน์ จันทรุปราคาเต็มดวง วันมาฆบูชา 3 มี.ค. 69 เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ ตอนไหน



๔ ปีแล้วยังไม่ชนะ

 ส่องสถิติ ครบรอบ 4 ปี รัสเซียยกทัพบุกยูเครน



การรุกรานยูเครนโดยรัสเซียเมื่อ 4 ปีก่อน ได้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแก่พลเรือน และเป็นบททดสอบอันโหดร้ายของเหล่าทหารหาญ พร้อมทั้งสั่นคลอนระเบียบความมั่นคงของโลกในยุคหลังสงครามเย็น

การสู้รบก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในวันอังคารที่ 24 ก.พ. 2569 และยังไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะยุติลงในเร็ววัน

สหรัฐอเมริกาได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างคณะตัวแทนจากมอสโกและเคียฟ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันสันติภาพของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการประสานความแตกต่างในประเด็นสำคัญ เช่น อนาคตของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง และความมั่นคงหลังสงครามของยูเครน ยังคงเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า

ทหารของทั้งสองประเทศจำนวนหลายพันหลายหมื่นนายได้พลีชีพในสนามรบ ขณะที่พลเรือนชาวยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงจากรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับและน้ำประปาไม่ไหลต่อเนื่องมานานหลายปี ส่วนฝ่ายยูเครนก็หันมาใช้โดรนเพื่อโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเช่นกัน

ต่อไปนี้คือข้อมูลสรุปของความขัดแย้งผ่านตัวเลขต่าง ๆ นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน



สงครามครบ 4 ปี ชาวยูเครนต้องการสันติ รัสเซียลั่นยังไม่บรรลุเป้าหมาย



Facebook


Facebook

Facebook







เผาเองรับเองนักเลงพอ




23 กุมภาพันธ์ 2569 ทหารกัมพูชารายหนึ่งได้โพสต์ภาพเซลฟีของตนเอง โดยมีเหตุไฟป่าบนภูเขาเป็นฉากหลัง ลงในกลุ่มเทเลแกรม ก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งในภายหลัง ทั้งนี้ ในโพสต์ดังกล่าว เจ้าตัวได้เขียนแคปชั่นว่า "ไอ้พวกทหารเสียม กูจะเผาป่า จนกว่าพวกมึงจะอยู่บนนั้นไม่ได้" (អាពួកទាហានសៀម អញនឹងដុតព្រៃ រហូតដល់ពួកឯងមិនអាចនៅលើនោះបាន)


 Facebook

Facebook

Facebook







ศรัทธาสุดโต่ง

  Facebook


- เธอถูกซื้อและขายเจ็ดครั้งภายในสามเดือน จากนั้นเธอก็ยืนหยัดต่อหน้าสหประชาชาติ บังคับให้โลกมองเธอที่ตา และกลายเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ...

เรื่องราวของเธอเริ่มต้นขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อโคโค ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2014—เป็นวันที่เริ่มต้นด้วยเสียงเครื่องยนต์ และจบลงด้วยเสียงกรีดร้องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

- นาเดีย มูราด อายุเพียง 21 ปี เมื่อรถบรรทุกของ ISIS ล้อมบ้านของเธอ เนื่องจากเธอเป็นยาซิดี—ชนกลุ่มน้อยทางศาสนา—ผู้ก่อการร้ายจึงตราหน้าคนของเธอว่าเป็น “ผู้บูชาปีศาจ” ความโหดร้ายนั้นเป็นระบบ ผู้ชายและเด็กผู้ชาย รวมถึงพี่ชายหกคนของนาเดีย ถูกนำตัวไปที่ขอบหมู่บ้านและถูกประหารชีวิต แม่ของเธอ ซึ่งถูกตัดสินว่าแก่เกินไปที่จะมีประโยชน์ ถูกฆ่าและฝังในหลุมศพหมู่ นาเดียและหญิงสาวคนอื่นๆ ถูกยัดขึ้นรถบัส ถูกลักพาตัวไปเป็นทาสทางเพศ

ในเมืองโมซูล นาเดียได้เข้าสู่ฝันร้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอถูกปฏิบัติเหมือนทรัพย์สิน ไม่ใช่มนุษย์ ผู้พิพากษา ISIS ระดับสูงซื้อเธอคนแรก ตลอดเก้าสิบวันต่อมา เธอถูกแลกเปลี่ยนและขายเจ็ดครั้ง เธอถูกทุบตี ถูกเผาด้วยบุหรี่ และถูกละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อเธอพยายามหลบหนี ผู้คุมของเธอไม่เพียงแค่จับเธอได้เท่านั้น แต่ยังลงโทษเธอด้วยการข่มขืนหมู่โดยชายหกคนอย่างโหดร้ายจนกระทั่งเธอหมดสติ พวกเขาตีเธออย่างรุนแรงจนเธอเดินไม่ได้อีกต่อไป เป้าหมายคือการทำลายจิตวิญญาณของเธอ แต่นาเดีย มูราดยังคงอยู่

ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น: ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ นาเดียเล็ดลอดออกไปในยามค่ำคืน ครอบครัวมุสลิมในท้องถิ่นเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อซ่อนเธอและช่วยเธอแอบหนีออกจากดินแดนของ ISIS

ในที่สุดเธอก็ไปถึงค่ายผู้ลี้ภัยและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในเยอรมนีในเวลาต่อมา เธอปลอดภัยและเป็นอิสระ ณ จุดนั้น ไม่มีใครจะตำหนิเธอเลยหากเธอเลือกใช้ชีวิตที่เงียบสงบเพื่อเยียวยา แต่เธอกลับเลือกที่จะทำสงคราม—ไม่ใช่ด้วยปืน แต่ด้วยความจริง

ในเดือนธันวาคม 2015 นาเดียได้ยืนอยู่ต่อหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เธออายุ 22 ปี ร่างเล็กแต่มีความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่ เธอไม่ได้ใช้คำพูดที่อ่อนโยน

เธอเล่าให้โลกฟังว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างแม่นยำ: เด็กหญิงอายุเพียงเก้าขวบถูกขายเหมือนปศุสัตว์ได้อย่างไร แม่ถูกฆ่าตายได้อย่างไร และวัฒนธรรมทั้งหมดกำลังถูกลบหายไปได้อย่างไร

คำให้การของเธอทำในสิ่งที่รายงานข่าวหลายปีทำไม่ได้ มันทำให้โลกได้สัมผัสถึงความเจ็บปวดของชาวยาซิดี ในปี 2016 สหประชาชาติได้ยอมรับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยาซิดีอย่างเป็นทางการ

นาเดียรู้ว่าการพูดคุยไม่เพียงพอ ในปี 2018 เธอได้ก่อตั้ง Nadia’s Initiative ซึ่งเป็นองค์กรที่อุทิศให้กับการสร้างหมู่บ้าน โรงเรียน และคลินิกในบ้านเกิดของเธอขึ้นมาใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนทางกฎหมายแก่ผู้รอดชีวิต

ในปีเดียวกันนั้นเอง ด้วยวัย 25 ปี เธอได้กลายเป็นสตรีชาวอิรักคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ขณะที่โลกต่างชื่นชมยินดี นาเดียยังคงมุ่งมั่น เธอได้กล่าวต่อฝูงชนที่ออสโลว่ารางวัลเดียวที่เธอต้องการอย่างแท้จริงคือการปลดปล่อยทุกคนที่ยังคงถูกจองจำ

ปัจจุบัน นาเดีย มูราดยังคงพูดต่อไป ทุกครั้งที่เธอเล่าเรื่องราวของเธอ เธอต้องย้อนรำลึกถึงความบอบช้ำ แต่เธอทำเพื่อชาวยาซิดี 10,000 คนที่ถูกสังหารและอีกหลายพันคนที่ยังคงหายสาบสูญ เธอได้เปลี่ยนบาดแผลของเธอให้เป็นแผนที่สู่ความยุติธรรม เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าอดีตของคุณไม่จำเป็นต้องกำหนดอนาคตของคุณ

ความเงียบคือทางเลือก แต่ความจริงคืออาวุธ เพราะการพูดออกมาต่อต้านความอยุติธรรมคือก้าวแรกสู่การหยุดยั้งมันเพื่อทุกคน

ความเจ็บปวดสามารถเปลี่ยนเป็นเป้าหมายได้ ซึ่งหมายความว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเราได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะใช้ประสบการณ์เหล่านั้นเพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ดีกว่า

นาเดียไม่ได้แค่รอดชีวิต; เธอพิชิตได้ คุณอาจเป็นเหยื่อของอาชญากรรม แต่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเหยื่อในจิตวิญญาณของคุณ...




โลกคือสนามสอบ

 Facebook




ผู้นำชาวทาจิก ประกาศจัดทัพใหม่ 'แนวร่วมเอกราชอัฟกัน' คานอำนาจกลุ่มตาลีบัน

ทาจิกิสถาน/อัฟกานิสถาน, 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 – แนวร่วมต่อต้านแห่งชาติ (NRF) นำโดยนายอาหมัด มัสซูด ผู้นำชาวทาจิกผู้ต่อต้านตาลีบัน ประกาศจัดตั้งกลุ่มด่านหน้าใหม่ในชื่อ "แนวร่วมเอกราชอัฟกานิสถาน" (Afghanistan Independence Front - AIF) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปฏิบัติการทางทหารและทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบันในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

แหล่งข่าวจาก NRF ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการก่อตั้ง AIF คือการเป็นหัวหอกในการทวงคืนสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนอัฟกัน โดยเฉพาะการปกป้องสิทธิสตรีที่ถูกริดรอนอย่างหนักภายใต้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของตาลีบัน

รวมถึงการตอบโต้เหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การประกาศจัดตั้งกลุ่มใหม่นี้มีขึ้นในช่วงที่รายงานข่าวกรองชี้ว่า ตาลีบัน กำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในระหว่างขั้วอำนาจในเมืองคานดาฮาร์และกรุงคาบูล ซึ่งเป็นโอกาสที่กลุ่มต่อต้านใหม่นี้พยายามจะฉกฉวยเพื่อรุกคืบทางการทหารในพื้นที่ควบคุมของตาลีบัน




น้ำท่วมกาซา

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เจ้าพ่อค้ายาระดับโลกสิ้นชีพ

 Facebook



“เอล เมนโช” เจ้าพ่อแก๊งค้ายาเม็กซิโก คือใคร? แก๊งของเขาโหดเหี้ยมขนาดไหน

ทันทีที่ข่าวการสังหารเจ้าพ่อแก๊งค้ายาผู้ทรงอิทธิพลแพร่ออกไป แทนที่ปัญหาจะจบลง เมืองหลวงเม็กซิโกกลับถูกเผา สนามบินถูกก่อวินาศกรรม ทั้งประเทศอยู่ในความโกลาหลแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันแสดงให้เห็นว่าพวกแก๊งค้ายาพวกเขาไม่เกรงกลัวต่อรัฐบาลเม็กซิโกเลยแม้แต่น้อย

ท่ามกลางกลุ่มควันที่พวยพุ่งเหนือเม็กซิโกซิตี้ ทุกสายตาทั่วโลกต่างมองกลับไปที่ชายผู้เป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด ชายที่ชื่อของเขาเป็นสัญลักษณ์ของความเหี้ยมโหดอย่างสุดขีดจำกัด

นั่นคือ “เอล เมนโช” เจ้าพ่อแก๊ง CJNG คือใคร?



เอล เมนโช เกิดในครอบครัวยากจนที่ปลูกอะโวคาโดในรัฐมิโชอากัง ในประเทศเม็กซิโก เขาเรียนไม่จบประถม พออายุได้ประมาณ 14 ปี เขาตัดสินใจลักลอบเข้าสหรัฐฯ แบบผิดกฎหมายในช่วงทศวรรษ 1980 เพื่อไปแสวงโชคเหมือนคนอื่นๆ

เขาเข้าไปพัวพันกับเครือข่ายค้ายาเสพติดในซานฟรานซิสโก โดยเริ่มจากการเป็นคนเฝ้าไร่กัญชาและขยับขึ้นมาเป็นคนส่งยา เขาถูกตำรวจสหรัฐฯ จับกุมครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี ในข้อหาครอบครองทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมและพกอาวุธปืน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1992 เขาและพี่ชาย ถูกล่อซื้อยาโดยตำรวจนอกเครื่องแบบในร้านบาร์แห่งหนึ่ง จนในชั้นศาล เขาตัดสินใจ รับสารภาพผิดเพียงผู้เดียว เพื่อให้พี่ชายพ้นผิดหรือรับโทษน้อยลง เขาถูกตัดสินจำคุกในเรือนจำรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะถูกเนรเทศกลับเม็กซิโกในปี 1997 ซึ่งช่วงเวลานี้เองที่เขาได้คอนเนกชันภายในคุกและเรียนรู้กระบวนการลักลอบขนยาเข้าสหรัฐฯ จนทะลุปรุโปร่ง

หลังจากถูกส่งกลับเม็กซิโก เขาสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเทศบาลเมืองโทมาตลัน รัฐฮาลิสโก ขาใช้ตราตำรวจบังหน้าเพื่อสร้างเครือข่ายและคุ้มครองกลุ่มค้ายาในพื้นที่ จนกระทั่งเขามองเห็นช่องทางที่รวยกว่าและมีอำนาจมากกว่า จึงลาออกมาเข้าร่วมกับแก๊ง Milenio Cartel อย่างเต็มตัว ก่อนจะแยกตัวออกมาตั้งแก๊ง CJNG ของตัวเองในเวลาต่อมา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา CJNG ได้ขยายอำนาจจนกลายเป็นหนึ่งในแก๊งค้ายาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเม็กซิโก โดยขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ทั้งการบังคับใช้แรงงานทาสและการข่มขู่เกณฑ์คนเข้าแก๊ง

ความโหดของแก๊งนี้ เช่น การตั้งค่ายฝึกมรณะ ที่บังคับให้สมาชิกใหม่ต้องฆ่ากันเอง หรือแม้กระทั่งมีรายงานเรื่องการบังคับให้กิน humen me_t เพื่อทดสอบความภักดี ใครที่ขัดคำสั่งจะถูกทรมานและสังหารอย่างทารุณที่สุดเท่าที่จะจินตินาการได้



นอกจากนี้เขายังสร้างความหวาดกลัวด้วยการ llขวนประจานบนสะพาน หรือการเผยแพร่คลิปวิดีโอชวนขวัญผวาลงโซเชียลมีเดียอย่างไร้ความเกรงกลัว เพื่อประกาศให้คนอื่นๆ รู้ว่านี่คือดินแดนของเขา

และภายใต้การนำของ เอล เมนโช แก๊ง CJNG ไม่ได้ทำแค่การค้ายาเสพติด แต่ยังแตกแขนงทำธุรกิจนอกกฎหมายสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่การขโมยน้ำมัน การกรรโชกทรัพย์ การค้ามนุษย์ ไปจนถึงการฉ้อโกงออกจากนี้พวกเขายังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มนำโดรนติดระเบิดมาใช้โจมตีเพื่อชิงพื้นที่และขยายอาณาจักรของแก๊ง

CJNG เคยใช้เครื่องยิงจรวด (RPG) ยิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเม็กซิโกจนตกในปี 2015 จนถึงปัจจุบันอิทธิพลของ CJNG ในปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุมเกือบทุกรัฐทั่วเม็กซิโก (มากกว่า 20 รัฐจากทั้งหมด 32 รัฐ)



ปฏิบัติการปลิดชีพราชายาเสพติดเริ่มต้นขึ้นในเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ รัฐฮาลิสโก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายที่สุดของกองทัพเม็กซิโก

เสียงปืนและระเบิดดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่ เมื่อกองกำลังพิเศษบุกจู่โจมฐานที่มั่นของ CJNG อย่างไม่ทันตั้งตัว มีการปะทะกันอย่างรุนแรงจนทำให้สมาชิกแก๊งหลายรายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนตัว เอล เมนโช นั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะ

เจ้าหน้าที่พยายามลำเลียงร่างของเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งตัวไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี้ แต่ลมหายใจของเอล เมนโชก็ได้ดับลงก่อนจะถึงมือนายแพทย์

การตายของเขาถือเป็นการปิดฉากหนึ่งในอาชญากรที่โลกต้องการตัวมากที่สุด ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการส่งยาเสพติดมูลค่ามหาศาลรวมถึง 'เฟนทานิล' เข้าสู่สหรัฐฯ นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลเม็กซิโกเคยทำได้


เม็กซิโกเดือด 20 รัฐ หลัง “เอล เมนโช” ถูกสังหาร ทหารดับแล้ว 25 นาย


Facebook


ผู้นำเม็กซิโกปัดสหรัฐฯ ช่วยปฏิบัติการเด็ดหัวราชายาเสพติด 'เอล เมนโช'

เม็กซิโกซิตี 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 – ประธานาธิบดีเกลาเดีย เชนบอม แห่งเม็กซิโก แถลงข่าวยืนยันว่าหน่วยรบพิเศษของสหรัฐอเมริกาไม่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการภาคสนามที่นำไปสู่การเสียชีวิตของนายเนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์วันเตส หรือ “เอล เมนโช” ผู้นำแก๊งคาร์เทลรุ่นใหม่ฮาลิสโก (CJNG)

สื่อต่างชาติรายงานคำชี้แจงของผู้นำเม็กซิโกระบุว่า ความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ จำกัดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองอย่างเข้มข้นเท่านั้น แต่ในส่วนของปฏิบัติการทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนจนถึงการลงมือในพื้นที่ เป็นความรับผิดชอบของกองกำลังรัฐบาลกลางเม็กซิโก

อย่างไรก็ตาม หลังความสำเร็จของปฏิบัติการนี้ ล่าสุดยังคงมีเหตุรุนแรงตอบโต้จากกลุ่มคาร์เทลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ




 Facebook


ผวามิคสัญญี!เม็กซิโกส่งทหารนับหมื่นหยุดเหตุรุนแรง รับมือปะทะเดือดหลังเจ้าพ่อยาเสพติดดังถูกกองทัพสังหาร(ชมคลิป)



Facebook



Facebook

สถานการณ์นักท่องเที่ยวในเม็กซิโกตึงเครียดอย่างหนัก หลังการเสียชีวิตของ "เอล เมนโช" หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ CJNG จากปฏิบัติการของกองทัพเม็กซิโกเมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569



Facebook



Facebook

Facebook

หนีไปอยู่เม็กซิโก

Facebook


ตายเพราะ ญ.

 Facebook


หนีคดีหุ้นกู้ 30 ล้าน! "แอน จักรพงษ์" โผล่เม็กซิโก หลังลือแปลงทรัพย์ 6 พันล้านบาทเป็นคริปโต พร้อมชื่อใหม่ "ราอูล โรชา คานตู" • ThaiNews.live : ไทยนิวส์ ข่าวด่วน












กะประชุมเพลิง

  Facebook



ด่วน! มีผู้บุกรุกติดอาวุธถูกยิงเสียชีวิตที่ Mar-a-Lago

หนุ่มวัย 20 ต้นๆได้บุกทะลวงรั้วรักษาความปลอดภัยเข้าไปใน Mar-a-Lago ซึ่งเป็นที่พักของประธานาธิบดี Donald Trump ในรัฐฟลอริดา


เจ้าหน้าที่ U.S. Secret Service ร่วมกับนายอำเภอจาก Palm Beach County พบชายดังกล่าวถือปืนลูกซองและกระป๋องน้ำมัน เจ้าหน้าที่สั่งให้วางอาวุธและกระป๋องน้ำมัน แต่ชายคนนั้นวางกระป๋องน้ำมันลงแล้วยกปืนลูกซองขึ้นในท่าเล็งยิง เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้จนชายดังกล่าวเสียชีวิตที่เกิดเหตุ

ประธานาธิบดี Donald Trump ไม่ได้พำนักอยู่ที่ Mar-a-Lago ในขณะเกิดเหตุ โดยอยู่ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และไม่มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ

ต่อมา มีการเปิดเผยชื่อผู้บุกรุกคือ Austin Tucker Martin อายุ 21 ปี ซึ่งครอบครัวบอกว่าหายตัวไปจากรัฐ North Carolina เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์

นี่เป็นการลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์เป็นครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว







ว่างๆไม่รู้จะทำอะไร รบกันเองดีกว่า

Facebook




 Facebook

- อัฟกานิสถานประกาศตอบโต้ หลังปากีสถานโจมตีทางอากาศคร่าชีวิตอย่างน้อย 17 ราย




  วิกฤตตะวันออกกลางพ่นพิษ โรงงานทยอยปิดตัว คนตกงานพุ่ง - SMEs ดิ้นหนีตาย ท่องเที่ยวซึม