วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569

ประท้วงเผามัสยิด


 


 Facebook

ARTICLE : อิหร่านลุกเป็นไฟ! ฝูงชนฮือไล่ "ผู้นำสูงสุด" สละอำนาจ เซ่นวิกฤตปากท้อง-เงินเฟ้อนรกแตก
.
อิหร่านกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตถึงขีดสุด เมื่อความหิวโหยชนะความกลัว ประชาชนลุกฮือสู้ตายกับกองกำลัง IRGC ท่ามกลางภาวะ "ข้าวยากหมากแพง" ที่ราคาอาหารพุ่งทะยานกว่า 70% ในเดือนเดียว จุดชนวนข้อเรียกร้องสะเทือนฟ้า ให้เปลี่ยนระบอบและผู้นำสูงสุดสละอำนาจ!
.
🔵[วิกฤตปากท้อง: เมื่อเงินเฟ้อทำคน 2 ใน 3 "ตกนรกทั้งเป็น"]
สถานการณ์ล่าสุดในอิหร่านเข้าขั้นวิกฤตสาหัส เพียงแค่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ราคาสินค้าอาหารในเมืองหลักพุ่งสูงขึ้นกว่า 70% โดยเฉพาะในกรุงเตหะรานที่ราคาดีดตัวขึ้นถึง 72.3% ดันอัตราเงินเฟ้อรวมแตะ 42%
.
ความล่มสลายทางการเงินทำให้อัตราแลกเปลี่ยนตลาดมืดพุ่งไปถึง 14.2 ล้านเรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 2 ใน 3 ของประเทศร่วงลงไปอยู่ใต้เส้นความยากจน ประชาชนจำนวนมากหาซื้ออาหารไม่ได้ ร้านค้าในกรุงเตหะรานจำต้องปิดตัว เพราะเจ้าของร้านทิ้งกิจการออกไปเป็นแกนนำประท้วง ท่ามกลางความวิตกว่าหากอาหารสำรองในบ้านหมดลง ครอบครัวจะอยู่รอดได้อย่างไร
.
🔵[รัฐบาลแก้เกมไม่ตก: ปลดผู้ว่าแบงก์ชาติ-สั่งปิดธนาคารหนีปัญหา]
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน พยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสั่งปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง พร้อมยอมรับว่านโยบายการเงินผิดพลาด แต่ก็สายเกินแก้ ล่าสุดทางการต้องประกาศ "วันหยุดธนาคาร" แบบกะทันหันในสัปดาห์นี้ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการประหยัดพลังงานเพราะอากาศหนาว แต่ถูกมองว่าเป็นข้ออ้างเพื่อยื้อเวลาจากวิกฤตการเงิน
.
แม้ประธานาธิบดีจะสั่งเปิดเจรจาและรับปากจะปรับปรุงการจัดหาอาหาร แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลกลับยอมทุ่มเงินพัฒนาอาวุธและสนับสนุนสงครามตัวแทน มากกว่าจะเจียดงบมาอุดหนุนปากท้องประชาชน ถึงขนาดยอมรับตรงๆ ว่า "การขึ้นเงินเดือนข้าราชการเพื่อสู้เงินเฟ้อ เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้"
.
🔵[แลกเลือดกลางเมือง: ระเบิดเพลิง VS กระสุนจริง]
เมื่อความอดอยากมาเยือน ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยอาหารจากคลัง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ "กระสุนจริง" จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
.
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ประชาชนทิ้งความกลัวไว้ข้างหลัง ตอบโต้ด้วยการขว้างปาระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่ จนสถานการณ์พลิกผันเมื่อทหารเกณฑ์ระดับล่างเริ่ม "ถอดใจ" และล่าถอยเมื่อเจอคลื่นมหาชน เพราะทหารเหล่านี้ก็ถูกพิษเงินเฟ้อกัดกินเงินเก็บจนหมดสิ้น มีชีวิตลำบากไม่ต่างจากชาวบ้าน และต้องรับผิดชอบครอบครัว จึงไม่พร้อมจะพลีชีพเพื่อปกป้องผู้นำสูงสุดเหมือนในอดีต
.
🔵[จุดเปลี่ยนการเมือง: มหาวิทยาลัยผนึกกำลัง "ไล่ผู้นำสูงสุด"]
ฟางเส้นสุดท้ายถูกจุดติดโดยปัญญาชน สถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอิสฟาฮาน (IUT) และ มหาวิทยาลัยเตหะราน ซึ่งเก่าแก่และใหญ่ที่สุด ได้ลุกฮือเปลี่ยนจุดยืน เชื่อมต่อการเคลื่อนไหวไปทั่วประเทศ
ข้อเรียกร้องครั้งนี้ไปไกลกว่าเรื่องปากท้อง แต่คือการ "ฟื้นฟูรัฐฆราวาส" ที่แยกศาสนาออกจากการเมือง โดยระบุชัดว่า "การถูกบังคับให้ศาสนานำการเมือง คือรากเหง้าความล้าหลังของอิหร่าน" พร้อมกดดันให้ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด สละอำนาจทันที
.
🔵[ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "ผู้โค่นล้ม" กลายเป็น "ผู้กดขี่"]
ความโกรธแค้นทำให้เกิดภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญเรียกร้องระบอบกษัตริย์และ "ขออภัยต่อราชวงศ์ปาห์ลาวี" สะท้อนความผิดหวังต่อระบอบปัจจุบัน
.
ขณะที่ข้าราชการระดับล่างมีเงินเดือนพอซื้อข้าวกล่องหยาบๆ ได้แค่ 20 กล่องต่อเดือน แต่ชนชั้นผู้นำสูงสุด บริวาร และระดับบิ๊กของ IRGC กลับเสวยสุขบนกองเงินกองทอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดียวกับที่พวกเขาเคยใช้เป็นข้ออ้างในการโค่นล้มพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในอดีต
.
สถานการณ์ในอิหร่านขณะนี้ จึงเป็นการรวมตัวกันของฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา กลุ่มชาตินิยม และเสรีนิยม ที่วางความขัดแย้งลงเพื่อเป้าหมายเดียว คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจที่กำลังพาประเทศดิ่งลงเหว




- ถึงขั้นเผาสถานที่ที่ตนเองถือว่าศักดิ์สิทธ์แล้ว

- ผู้ต่อต้านเป็นศัตรูของพระเจ้าอาจถูกประหาร

  Facebook


   ผู้ว่าฯ คาดเสียหาย 60 ล้าน เหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน พื้นที่จังหวัดยะลา

อิหร่านตกอยู่ในสภาวะถูกตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ โดยชาวอิหร่านต่างตะโกนด่าทอต่อต้านระบอบการปกครองในปัจจุบัน ขณะที่ความโกรธแค้นพุ่งสูงขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงส่อเค้าทวีความรุนแรง

ทางการได้ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสัญญานโทรศัพท์ทันที หลังจากที่การประท้วงในกรุงเตหะรานและเมืองหลักอื่น ๆ เริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีชาวอิหร่านออกมาโพสต์ภาพวีดิโอเหตุการณ์การปราบปรามผู้ประท้วงที่รุนแรง คาดว่า รัฐบาลอิหร่านต้องการสกัดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าถึงการนัดหมาย-รวมตัวของม็อบแต่ละกลุ่มเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการตัดการสื่อสารระหว่างกลุ่มม็อบกลับล้มเหลว เนื่องจากยิ่งทำให้ประชาชนโกรธแค้นและไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการลงถนนประท้วงต่อต้านการกระทำของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ก็ได้ตะโกนก้องระหว่างการชุมนุมว่า “นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ปาห์ลาวีจะกลับมา” แต่เจ้าชายปาห์ลาวีคือใคร? สำคัญต่ออิหร่านอย่างไร?

  Facebook


5 ปัจจัยการประท้วงใหญ่ล่าสุดในอิหร่าน ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา - BBC News ไทย


ชนชั้นปกครองอิหร่านกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่การปฏิวัติปี 1979 หรือไม่?


Facebook






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

'ผู้นำยุโรป-รูบิโอ' เห็นตรงกัน "ระเบียบโลกเก่าหลังยุค WWII" ไม่มีอีกต่อไปแล้ว | ประชาไท เหล่าผู้นำยุโรปและมาร์โค รูบิโอ รั...