วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แรงงานไทยในอิสราเอล

- เสียงไซเรนดังทั่วอิสราเอล แรงงานไทยตุ่นเสบียงวิ่งหลบในบังเกอร์


 Facebook







- คนไทยที่ทำงานทางภาคใต้ของอิสราเอลเล่าความสถานการณ์วันที่ ๖ มี.ค. ๖๙ 


- เสพข่าวหลายๆแห่ง 





เปิดกันอีกคู่แล้ว

คู่นี้ไม่ทันจบ  คู่ ๒ เปิดแข่ง  








Facebook

AlJazeera Reuters และ AP ยืนยันตรงกันว่าขณะนี้อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งรุนแรงที่สุดถล่มใจกลางกรุงเตหะรานแล้ว






กระทรวงการต่างประเทศของไทยออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางให้เดินทาง "ออกจากพื้นที่" โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในอิสราเอลและอิหร่านในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังคงเปิดให้บริการอยู่ หลังจากเกิดการโจมตีด้วยความร่วมมือกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล ในกรุงเตหะรานของอิหร่านในวันนี้ (28 กุมภาพันธ์)

นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศยังขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกลางในขณะที่สถานการณ์ยังคงไม่สงบเช่นนี้






อิหร่านประกาศล็อกเป้าโจมตีฐานทัพสหรัฐ 4 แห่ง ในกาตาร์ คูเวต ยูเออี และบาห์เรน เน้น “ฐานทัพอากาศอัล-อูเดอิด” ซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และ “กองเรือที่ 5” ศูนย์กลางอำนาจทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย...

อัลอลฮฺๆๆ





ฉิบหายทั้งคู่






Facebook







ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเผยให้เห็นสภาพความเสียหายอย่างหนักของที่พักอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในกรุงเตหะราน ซึ่งถูกทำลายจากการโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังผสมของสหรัฐฯ และอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม มีรายงานยืนยันว่าคาเมเนอี ไม่ได้อยู่ในที่พักขณะเกิดเหตุ เนื่องจากเขาถูกย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัยล่วงหน้าก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น







ทรัมป์ประกาศว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน คาเมเนอี ถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐฯ
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับผู้นำเผด็จการได้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยระบุว่าเขายังคง "บัญชาการอยู่ในสนามรบ"



















ซาอุเตรียมพร้อม

Facebook


เด็กหนุ่มผู้เติบโตในความมืด

🔸 คาเมเนอีเกิดเมื่อปี 1939 ณ เมืองแมชแฮด เมืองศักดิ์สิทธิ์ของอิหร่าน ท่ามกลางครอบครัวนักบวชที่ยากจนที่สุด

🔸 เขาเติบโตมาในบ้านดินแคบๆ และเคยเล่าว่าบางคืนครอบครัวไม่มีแม้แต่ข้าวเย็นจะกิน ความยากจนนี้หล่อหลอมให้เขาแสวงหาที่พึ่งทางจิตใจและอุดมการณ์ที่แตกต่างจากโลกตะวันตก

🔸 ในช่วงวัยหนุ่ม เขาได้พบกับ "อายะตุลลอฮ์ โคมัยนี" ครูผู้สอนให้เขามองว่ามหาอำนาจตะวันตกคือ "ปีศาจ" ที่เข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อคนยากจนในอิหร่าน



สหรัฐฯ-อิสราเอล พุ่งเป้าถล่มอิหร่านกลางวงประชุมลับ สังหาร ‘คาเมเนอี’ พร้อมขุนพลระดับสูง
แหล่งข่าวจากสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่วงในเปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้กำหนดเวลาในการเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวานนี้ ให้ตรงกับช่วงเวลาที่ ‘อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดของประเทศ กำลังจัดการประชุมร่วมกับเหล่าที่ปรึกษาระดับสูง
ทางการอิสราเอลระบุว่า คาเมเนอี ถูกสังหารพร้อมกับเหล่าขุนพลคู่ใจ รวมถึง อาลี ชัมคานี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติผู้ทรงอิทธิพล และ โมฮัมเหม็ด ปักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
ขณะที่แหล่งข่าวชาวอิหร่าน 2 รายให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า คาเมเนอีได้เข้าร่วมประชุมกับชัมคานี และ อาลี ลารีจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ณ สถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง เพียงไม่นานก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า การยืนยันข้อมูลเรื่องการประชุมลับของคาเมเนอีกับที่ปรึกษา คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการทางอากาศและทางเรือของสหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มต้นขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า แผนการนี้จำเป็นต้องเด็ดหัวคาเมเนอีเป็นอันดับแรก เพื่อรักษาปัจจัยในการจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากกังวลว่าหากผู้นำอิหร่านไหวตัวทัน เขาอาจจะหลบหนีไปซ่อนตัวได้
นอกจากนี้ แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า เดิมทีคาดว่า คาเมเนอีจะจัดการประชุมในช่วงเย็นที่กรุงเตหะราน แต่หน่วยข่าวกรองอิสราเอลตรวจพบว่า การประชุมถูกเลื่อนมาเป็นช่วงเช้า ส่งผลให้ปฏิบัติการโจมตีต้องเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นตามไปด้วย
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานที่ประชุมที่แน่นอนในตอนแรก แต่ที่พำนักของคาเมเนอีในกรุงเตหะราน ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ได้ถูกถล่มตั้งแต่ช่วงเริ่มปฏิบัติการ โดยภาพถ่ายดาวเทียมที่รอยเตอร์ตรวจสอบยืนยันว่า สถานที่ดังกล่าวถูกทำลายจนราบคาบ
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในระยะยาวจากการเสียชีวิตของคาเมเนอี ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตา โดยรายงานประเมินก่อนการโจมตีจากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ตำแหน่งของเขาจะถูกแทนที่โดยกลุ่ม "สายเหยี่ยว" (Hardliners) จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น






ปชช. ส่วนหนึ่ง โห่ร้องดีใจ  หรือผู้นำตายแล้วจริง ๆ














ซาอุโดนลูกหลง

พระเจ้าจะช่วยลูกคนไหน ?

Facebook

😈 กลุ่มตอลิบาน อัฟกานิสถาน เพิ่งออกคำเตือนอันน่าสะพรึงกลัวทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยประกาศว่าคลังอาวุธนิวเคลียร์ของปากีสถาน จะถูกรับมือโดยตรงด้วย "กองพันพลีชีพ"

ผู้บัญชาการตอลิบาน อับดุล ฮามิด โคราซานี ประกาศว่า: "ถ้าปากีสถานภาคภูมิใจในขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขา เรามีกองพันพลีชีพ และเรามีความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับอำนาจที่ไม่เชื่อในพระเจ้าที่แข็งแกร่งกว่าปากีสถานมาก และเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว"










สมรสหมู่ท่ามกลางซากปรักหักพังในกาซ่า

Facebook






ในขณะที่คุณกำลังอินกับ อิหร่านและUS
เอาจริงๆนะ
มันมีอีกสงครามหนึ่ง
ที่ฉันอยากให้คุณเข้าใจ

และถ้าคุณอ่านข่าวแบบผ่าน ๆ
คุณจะงงทันทีว่า
“เดี๋ยวนะ ปากีสถานเคยหนุนตาลีบันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ยิงกันเอง”

ฉันจะเล่าง่ายๆให้เห็นภาพชัด ๆ
เรียงลำดับแบบไม่ข้ามฉาก
ฉันจะเล่าเหมือนเรากำลังดูซีรีส์การเมือง 6 ตอนติด

ตอนที่ 1 — เส้นพรมแดนที่ไม่มีใครยอมรับ

ก่อนจะมีตาลีบัน
ต้องเข้าใจก่อนว่า
ปากีสถานกับอัฟกานิสถาน “ระแวงกัน” มาตั้งแต่เกิดประเทศค่ะคุณ

เพราะใคร …

ปี 1893 อังกฤษลากเส้นพรมแดนชื่อ Durand Line
ตัดชนเผ่าปัชตุนออกเป็นสองฝั่ง

ครอบครัวเดียวกัน
ถูกแบ่งไปคนละประเทศ

อัฟกานิสถานไม่เคยยอมรับเส้นนี้อย่างเต็มใจ
มองว่ามันคือเส้นที่จักรวรรดิสร้าง

ดังนั้นชายแดนนี้ไม่เคยสงบจริง ๆ
มันคือแผลเก่า

ตอนที่ 2 — ปากีสถานเลือก “เลี้ยงงูเห่า” (1979–1990s)

ปี 1979 โซเวียตบุกอัฟกานิสถาน
สหรัฐฯ ต้องการหยุดโซเวียต
จึงเทเงินและอาวุธผ่านปากีสถาน

ปากีสถานกลายเป็นฐานฝึกนักรบ
ในโรงเรียนศาสนา

เด็กหนุ่มจำนวนมาก
ต่อมาจะกลายเป็น “ตาลีบัน” ที่คนทั้งโลกคุ้นชื่อ

พอสงครามกับโซเวียตจบ
อัฟกานิสถานเข้าสู่สงครามกลางเมือง

ปากีสถานคิดแบบนักวางหมากว่า
ถ้ามีรัฐบาลอัฟกันที่เป็นมิตร
จะช่วยถ่วงดุลอินเดียได้

จึงสนับสนุนตาลีบันเต็มตัว

ปี 1996 ตาลีบันยึดคาบูล
ปากีสถานคือผู้สนับสนุนหลัก

ตอนนั้นความสัมพันธ์คือ “พันธมิตร”

ตอนที่ 3 — โลกเปลี่ยน แต่เครือข่ายไม่หาย (2001–2021)

หลังเหตุ 11 กันยายน
สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถาน
โค่นตาลีบัน

ปากีสถานประกาศร่วมมือกับสหรัฐฯ

แต่ในความเป็นจริง
เครือข่ายตาลีบันบางส่วน
ยังใช้พื้นที่ชายแดนปากีสถานเป็นที่หลบซ่อน

เกมซ้อนเกมดำเนินไป 20 ปี

จนกระทั่งปี 2021
สหรัฐฯ ถอนทหาร
ตาลีบันกลับมาครองอำนาจ

หลายคนในปากีสถานคิดว่า
นี่คือชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์

แต่เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้นค่ะคุณ

ตอนที่ 4 — ตาลีบันอีกกลุ่มที่กัดเจ้าของบ้าน

ตรงนี้คือหัวใจของเรื่อง

TTP หรือ ตาลีบันปากีสถาน (จำชื่อนี้ให้ดี)
มีแนวคิดคล้ายตาลีบันอัฟกัน
แต่ต้องการล้มรัฐบาลปากีสถาน

หลังปี 2021
เหตุโจมตีในปากีสถานพุ่งขึ้นทุกปี
รุนแรงที่สุดในรอบสิบปี

6 กุมภาพันธ์
มือระเบิดฆ่าตัวตายในมัสยิดที่อิสลามาบัด
ตาย 32 บาดเจ็บกว่า 170

รัฐบาลปากีสถานกล่าวหา
ว่าการฝึกและวางแผนเกิดในอัฟกานิสถาน

แม้บางเหตุจะถูกอ้างโดยกลุ่มไอเอส
แต่ความเชื่อของอิสลามาบัดคือ
อัฟกานิสถานกำลังเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ของศัตรู

ปากีสถานมองว่าตาลีบันอัฟกัน
อย่างน้อยก็ “มองอีกทาง”

ความอดทนเริ่มหมดลง

ตอนที่ 5 — หยุดยิงที่เปราะบาง และไฟที่ปะทุ

ตุลาคมที่ผ่านมา
กาตาร์กับตุรกีช่วยไกล่เกลี่ย
เกิดการหยุดยิง

แต่ชายแดนถูกปิด
การค้าลดลงประมาณ 80%
ผู้ลี้ภัยอัฟกันกว่า 2 ล้านคนถูกส่งกลับ
อีก 2 ล้านยังค้างอยู่ในปากีสถาน

แรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมสูงมาก

21 กุมภาพันธ์
มือระเบิด TTP สังหารทหารปากีสถาน 2 นาย
รวมถึงนายพันโท

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ปากีสถานทิ้งระเบิดใน Nangarhar และ Paktika
อ้างว่าสังหาร TTP 70 คน

รัฐบาลอัฟกันบอกว่าพลเรือนตาย
และประกาศจะแก้แค้น

27 กุมภาพันธ์ 2026
กองกำลังอัฟกันโจมตีด่านปากีสถาน
อ้างว่าสังหารทหาร 50 นาย
ปากีสถานยอมรับ 12

จากนั้นปฏิบัติการ Righteous Fury ก็เริ่ม

เครื่องบินรบโจมตีคาบูล
กันดาฮาร์
คลังอาวุธ
ฐานทัพ

รัฐมนตรีกลาโหมพูดคำว่า
“open war”

ตอนที่ 6 — เกมที่อันตรายกว่าที่คิด

ปากีสถานเหนือกว่าทางอากาศ
ตาลีบันไม่มีเครื่องบินรบ
แต่มีโดรน

ซาอุฯ รัสเซีย จีน อิหร่าน
รวมถึงสหประชาชาติ
รีบเรียกร้องให้ยับยั้ง

เพราะถ้าเรื่องนี้บานปลาย
มันไม่ใช่แค่สองประเทศ

จีนมีโครงการเศรษฐกิจมหาศาลในปากีสถาน
ภูมิภาคนี้เชื่อมเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง เอเชียใต้

ถ้าความขัดแย้งขยาย
ผลกระทบจะไกลกว่าภูเขาฮินดูกูช

คำถามใหญ่ที่สุด

ปากีสถานจะโค่นตาลีบันไหม

ทางทหารเหนือกว่า
แต่ประวัติศาสตร์ชัดเจน

อังกฤษเคยล้มเหลว
โซเวียตเคยล้มเหลว
สหรัฐฯ ก็เคยล้มเหลว

ถ้าตาลีบันล่ม
TTP กับตาลีบันอาจรวมตัวเต็มรูปแบบ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า
นั่นอาจเป็น “หายนะที่ใหญ่กว่า”

ขอซ้ำอีกที ไม่ให้คุณงงอีก

ปากีสถานเคยสนับสนุนตาลีบัน
เพราะผลประโยชน์ตรงกัน

แต่วันนี้
ตาลีบันอีกกลุ่มกำลังกัดรัฐปากีสถานเอง
และรัฐบาลอัฟกันถูกกล่าวหาว่าไม่จัดการ

นี่ไม่ใช่ศัตรูใหม่
แต่คือผลลัพธ์ของไฟที่เคยถูกเลี้ยงไว้

มีอีกสงครามหนึ่ง
ที่คุณควรเข้าใจ

เพราะมันไม่ได้เริ่มวันนี้
และอาจยังไม่จบง่าย ๆ











พิธีชำระล้างวิญญาณ

 Facebook



ตามที่เห็นได้ ผู้นำทางศาสนาคนนี้จูบเยาวชนที่มาร่วมงานในฐานะส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่อ้างว่าเป็นการ "ชำระล้างวิญญาณ" และดึงเอาความชั่วร้ายที่พวกเขามีอยู่ภายในออกมา




วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ขัดแย้งจนประกาศสงครามได้อย่างไร




Facebook


💣อัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ขัดแย้งจนประกาศสงครามได้อย่างไร


รากเหง้าของสงครามระหว่างอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ต้องย้อนไปถึงยุคอาณานิคม เมื่ออังกฤษได้ลากเส้นพรมแดนที่ชื่อว่า “Durand Line” ทิ้งไว้ให้ทั้ง 2 ประเทศ

(เส้นพรมแดนมีความยาว 2,640 กิโลเมตร ยาวกว่าชายแดน-ไทยเขมร 3 เท่านิดๆ )

เส้นแบ่งนี้ไม่ได้ขีดตามภูมิศาสตร์แต่กลับลากผ่ากลางใจกลางของกลุ่มชาติพันธุ์ปาทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอัฟกานิสถาน ผลที่ตามมาคือชาวปาทานถูกแยกให้กลายเป็นคนละสัญชาติ

ฝั่งปากีสถานยอมรับเส้นแบ่งนี้แต่ชาวปาทานไม่เคยยอมรับและเดินข้ามไปมาหาสู่กันตลอดเวลา ส่งผลให้กลุ่มก่อการร้ายใช้ช่องโหว่นี้ข้ามไปกบดานอีกฝั่งได้ง่ายขึ้น

ฝ่ายปากีสถานที่ยอมรับเส้นแบ่งนี้ต้องการสร้างรั้วและบังเกอร์ป้องชายแดน ส่วนฝ่ายอัฟกานิสถานไม่ยอมทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเรื่อยมา

นับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่กองกำลังสหรัฐฯ และนาโต้ถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน มีการปะทะกันระหว่างกองกำลังอัฟกานิสถานและปากีสถานมากถึง 75 ครั้ง

💥สาเหตุของสงครามรอบนี้

ชนวนเหตุก่อตัวจากการปะทะกันตามแนวชายแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ เดือนสิงหาคมปี 2025

เมื่อฝั่งอัฟกานิสถานพยายามจะสร้างป้อมยามและสิ่งปลูกสร้างใหม่ในบริเวณจุดผ่านแดนสำคัญที่ปากีสถานมองว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ขณะที่ฝั่งปากีสถานเองก็เดินหน้าล้อมรั้วลวดหนามและสร้างป้อมถาวร

การเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดนี้นำไปสู่การใช้ปืนใหญ่ยิงโต้ตอบกันอย่างหนักเป็นครั้งแรก บริเวณจุดผ่านแดนสำคัญ นำไปสู่การสั่งปิดด่านพรมแดนอย่างไม่มีกำหนด

ในพื้นที่ทับซ้อน Durand Line ตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เกิดเหตุปะทะด้วยอาวุธเบาและปืนใหญ่รวมแล้วกว่า 5 ครั้งใหญ่ โดยแต่ละครั้งเกิดจากการที่ปากีสถานพยายามจะล้อมรั้วลวดหนามเพิ่มเติม ขณะที่ฝ่ายอัฟกานิสถานพยายามเข้าขัดขวางและทำลายรั้วเหล่านั้นทิ้ง เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความตึงเครียดสะสมที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

จนความขัดแย้งครั้งล่าสุดเริ่มขึ้นเช่นเดียวกับการปะทะกันครั้งก่อนๆ แต่ละฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นฝ่ายโจมตีก่อน

ฝ่ายอัฟกานิสถานกล่าวว่าได้เปิดปฏิบัติการขนาดใหญ่เมื่อคืนนี้ ทำให้ทหารปากีสถานเสียชีวิต 10 นายและยึดฐานที่มั่นได้ 13 แห่ง เพื่อตอบโต้การโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งพวกเขากล่าวอ้างว่ามีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน ขณะที่ปากีสถานแย้งว่าเป้าหมายการโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์คือค่ายและที่ซ่อนตัวของกลุ่มติดอาวุธ

ฝั่งปากีสถานตอบโต้ด้วยความโกรธแค้น พวกเขาได้ตัดสินใจเปิดฉากโจมตีทางอากาศและทิ้งระเบิดอย่างหนักหลายระลอกเข้าใส่ 3 เมืองสำคัญของอัฟกานิสถาน โดยทางรัฐบาลปากีสถานเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า Operation Ghazab Lil Haq

เป้าหมายสำคัญของฝูงบินรบปากีสถานคือเมืองยุทธศาสตร์ระดับประเทศอย่าง กรุงคาบูล ปักเตีย และกันดาฮาร์ ซึ่งทางปากีสถานอ้างว่าสามารถทำลายฐานทัพและคลังแสงสำคัญของกลุ่มติดอาวุธได้หลายแห่ง การยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ปากีสถานออกมาอธิบายว่าพวกเขาถูกยั่วยุด้วย "การยิงข้ามพรมแดนโดยไม่มีเหตุผล" จากฝั่งอัฟกานิสถาน

จนกระทั่งในช่วงสายตามเวลาประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของปากีสถาน ได้ออกมาประกาศกร้าวว่า "ความอดทนของพวกเราสิ้นสุดลงแล้ว" พร้อมกับประกาศสงครามกับอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ






เปิดกล้อง


Facebook


'มิรา' สาว MC เข้าพบตำรวจให้ปากคำ เผยไม่ได้โฟกัสว่ามือโอบเอวมั้ย





Facebook






รวยไม่หยอก ถึงว่า  








เกาะเวอร์จิน


💢 หากพูดถึงชื่อเกาะ Little St. James ในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ หลายคนอาจจินตนาการถึงน้ำทะเลสีครามและหาดทรายขาวละเอียด แต่สำหรับเหยื่อจำนวนมาก เกาะแห่งนี้คือ "คุกกลางทะเล" และสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การบงการของมหาเศรษฐีผู้ลึกลับนามว่า Jeffrey Epstein

จุดเริ่มต้นของอาณาจักรสีเทา


Jeffrey Epstein เริ่มต้นจากการเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ธรรมดาๆ ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกการเงินวอลล์สตรีทและกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ไม่มีใครรู้ที่มาของความมั่งคั่งที่แน่ชัด สิ่งที่ทำให้เขาทรงอิทธิพลไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือ "คอนเนกชัน" เขามีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเหล่านักการเมืองระดับโลก ราชวงศ์ ศิลปินดารา และนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล โดยมี Ghislaine Maxwell อดีตแฟนสาวและมือขวาคนสนิท เป็นผู้ช่วยบริหารจัดการ "เครือข่าย" นี้


เกาะแห่งความลับ (Pedophile Island)
บนเกาะ Little St. James หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "เกาะกามโรค" Epstein ได้สร้างอาณาจักรส่วนตัวที่มีระเบียบวินัยเข้มงวด มีเครื่องบินส่วนตัวที่ชื่อว่า "Lolita Express" คอยรับส่งแขก VIP และเด็กสาวจำนวนมากที่ถูกล่อลวงมาด้วยคำสัญญาเรื่องทุนการศึกษาหรืออนาคตในวงการบันเทิง

พยานและเหยื่อเล่าว่า ที่นี่มีการบังคับใช้แรงงานและล่วงละเมิดทางเพศอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ปรนเปรอ" แขกผู้มีเกียรติของ Epstein ซึ่งเชื่อกันว่าข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็น "เครื่องมือแบล็กเมล" เพื่อรักษาอำนาจและอิทธิพลของเขาไว้

เอกสารลับที่ถูกเปิดโปง
หลังจากการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ Epstein ในคุกเมื่อปี 2019 เรื่องราวที่ดูเหมือนจะจบลงกลับถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อศาลสหรัฐฯ สั่งให้เปิดเผยเอกสารคดีจำนวนมหาศาลในปี 2024 รายชื่อบุคคลสำคัญที่ปรากฏในเอกสาร (Epstein List) ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดี, เจ้าชาย, หรือมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า "ใครบ้างที่มีส่วนรู้เห็น?" และ "ทำไมความยุติธรรมถึงมาถึงช้านัก?"

บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
แม้ Epstein จะเสียชีวิตไปแล้ว และ Maxwell ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี แต่บาดแผลของเหยื่อยังคงอยู่ เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวฉาวของคนรวย แต่มันสะท้อนถึงช่องโหว่ของกฎหมายที่ยอมให้เงินและอำนาจอยู่เหนือศีลธรรม และการต่อสู้ของผู้หญิงที่กล้าลุกขึ้นมาเปิดโปงความจริงจนพังกำแพงแห่งความเงียบลงได้


 Facebook


ธุรกิจ ด่าเรียกสติ

💥 ธุรกิจ ‘ด่าเรียกสติ’ ให้ลืมคนเก่า บริการใหม่ในจีนที่ Gen Z ถูกใจหนักมาก


ความรักน่าจะเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของคนทุกเพศทุกวัย และปัญหานี้มักทำให้รำคาญใจไม่น้อย เพราะบางทีมันอาจทำให้กระวนกระวายใจจนไม่เป็นอันทำอะไรทั้งวัน

ในประเทศจีน ชีวิตรัก การหาคู่ครอง การแต่งงาน เป็นเรื่องใหญ่ของชาวจีน บางครั้งความรักกลายเป็นเรื่องเครียด เพราะคนอยากจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้

ทำให้เยาวชนจีนหมกมุ่นอยู่กับความรักจนกระทบกับชีวิตประจำวัน

ผุดไอเดียธุรกิจ คนยอมจ่ายเงินเพื่อรับคำด่าเตือนสติจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ตั้งตนเป็นผู้นำ บ้างมองว่ากระแสที่กำลังเติบโตนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของ ‘การประจานต่อสาธารณะ’

กระแสนี้เริ่มจากในไลฟ์สด เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งมาระบายความในใจให้คนแปลกหน้าฟัง ภูมิหลังของเธอได้รับการศึกษาอย่างดี มาจากครอบครัวร่ำรวย แต่กลับตกหลุมรักชายที่อายุมากกว่า ซ้ำยังยากจนและเขาไม่ได้รักเธอ

Taozai อินฟลูเอนเซอร์ที่ไลฟ์สตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย มีผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคน ด้วยสไตล์การพูดที่ตรงไปตรงมาและดุดันทำให้คนดูถูกใจเป็นอย่างมาก เขามักตอบกลับปัญหาด้วยถ้อยคำที่เรียกว่าฟังแล้วถึงกับตาสว่าง

สำหรับคนอื่นอาจดูเหมือนเป็นการประจานต่อหน้าสาธารณชน แต่สำหรับคนหนุ่มสาวจำนวนมากในประเทศจีนกลับชื่นชอบอย่างมาก และการถูกด่าแบบนี้ก็กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปบนโลกอินเทอร์เน็ต มีผู้คนนับพันแห่กันไปชมการถ่ายทอดสด

วิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคลิปหนึ่งของ Taozai คือการบอกกับชายคนหนึ่งที่บ่นแฟนสาวของตัวเองว่าเป็นคนไม่มีความทะเยอทะยาน เขาตอบกลับชายคนนั้นไปว่า “คุณก็พอกันนั่นแหละ มีแต่แมลงวันเท่านั้นที่เกาะอยู่บนมูลสัตว์”

นอกจากนั้นยังมีคอร์สแบบเสียเงิน โดยที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์จะเสนอบริการรับตำหนิเพื่อให้ได้สติ โดยที่ผู้ติดตามต้องจ่ายเงิน 1,800 หยวน (8,000 บาท) เพื่อสมัครสมาชิกรายปี ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การไม่ต้องรอคิวเพื่อเข้าร่วมการถ่ายทอดสด และการปรึกษาแบบตัวต่อตัวผ่านข้อความ

คำว่า “love brained” หรือสมองหลงรัก เป็นแนวคิดเฉพาะในประเทศจีน เอาไว้ใช้เรียกคนที่สูญเสียเหตุผลไปเพราะลุ่มหลงในความรัก หากเป็นประเทศไทยคงใช้คำว่า “ความรักทำให้คนตาบอด”

บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลายแห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ มีร้านค้าจำนวนมากเปิดจำหน่ายแพ็กเกจการให้บริการเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ ผู้ซื้อสามารถเลือกแพ็กเกจต่าง ๆ เช่น จ้างโทรไปตำหนิเป็นเวลา 30 นาที คิดราคา 60 หยวน (270 บาท) ซึ่งบางร้านมียอดขายต่อเดือนถึงกว่า 3,000 รายการ

ได้รับคำรีวิว เช่น คำติเตียนของที่ปรึกษาเป็นเหมือนการปลุกให้ตื่นใน 30 นาที ช่วยให้ลืมแฟนเก่าได้อย่างหมดจด ซึ่งประหยัดกว่าการไปพบนักบำบัดมาก

เมื่อลองเทียบราคาปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับนักจิตวิทยาในเมืองชั้นนำของจีน จะมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 500 ถึง 2,000 หยวนต่อชั่วโมง (2,250 ถึง 9,000 บาท)

นักจิตวิทยาเคยอธิบายว่า เมื่อคนเราถูกครอบงำด้วยอารมณ์ด้านลบ กลไกการป้องกันทางความคิดของสมองจะทำให้ไตร่ตรองตนเองได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น การตอบสนองจากภายนอกที่รุนแรงอย่างการตำหนิ มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ในตนเองได้มากกว่า

แต่ก็เป็นที่น่ากังวลว่าหากผู้ที่เรียกตัวเองว่าโค้ชด้านอารมณ์เหล่านั้นขาดคุณสมบัติและการกำกับดูแลที่เหมาะสม อาจทำให้บางคนเผยแพร่ทัศนคติผิด ๆ เกี่ยวกับความรักได้

ซึ่งการตำหนินั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์โรแมนติกเท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับการเรียน อย่างเช่นการสอนภาษาอังกฤษที่ครูใช้สไตล์การสอนแบบกลายร่างเป็นปีศาจเมื่อนักเรียนไม่ฟัง เป็นสไตล์ “รักแต่เข้มงวด” ซึ่งช่วยฟื้นฟูพลังงานและช่วยให้นักเรียนกลับมามีความมั่นใจในการเรียนอีกครั้ง

💢เศรษฐกิจอารมณ์หมื่นล้าน

หนังสือพิมพ์เหรินหมินเดลี่ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน อ้างรายงานอุตสาหกรรมที่แสดงให้เห็นว่า ตลาดเศรษฐกิจด้านอารมณ์ของประเทศ (Emotional Economy) มีมูลค่าถึง 2.3 ล้านล้านหยวน (10,300 ล้านบาท) ในปี 2024 และคาดว่าจะเกิน 4.5 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2029

จากในปี 2024 ยอดขายลาบูบู้ส่งให้บริษัทป๊อปมาร์ททำรายได้สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท และในเดือนมกราคม โรงงานแห่งหนึ่งในจีนผลิตตุ๊กตาผิดรูป ทำให้ตุ๊กตาม้าอันเป็นของมงคลต้อนรับปีใหม่กลับมีใบหน้าปากคว่ำเหมือนกำลังร้องไห้

แต่ความผิดพลาดนั้นกลับสร้างความสำเร็จแบบไม่คาดคิด มันกลายเป็นไวรัลสุดฮาของชาวเน็ตจีน คนตั้งชื่อให้ว่า cry-cry horse หรือ “ม้าขี้แย” มีผู้ชมปาไปกว่า 100 ล้านวิวบน Weibo จนโรงงานต้องรีบปรับสายการผลิตชั่วข้ามคืน จากเดิมที่ใช้สายการผลิต 2 สาย เพิ่มเป็น 10 สาย

สะท้อนแนวโน้มว่าเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตวิทยาต่อความเหนื่อยล้าทางสังคม เนื่องจากของเล่นนุ่มนิ่มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางอารมณ์สำหรับผู้บริโภคที่กำลังเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนและความกดดันในแต่ละวัน

แม้ว่าเศรษฐกิจเชิงอารมณ์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังคงได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาของแพลตฟอร์มดิจิทัลและความขัดแย้งทางสังคมที่เกิดขึ้นใหม่

💢เศรษฐกิจเชิงอารมณ์ Emotional Economy

เศรษฐกิจเชิงอารมณ์คือการเปลี่ยนจากการบริโภคที่เน้นประโยชน์ใช้สอยไปสู่ประสบการณ์ที่ส่งเสริมความสุขในใจ ผู้บริโภคจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ช่วยบรรเทาความวิตกกังวล หรือสอดคล้องกับค่านิยมของพวกเขา ก้าวข้ามขีดจำกัดของราคาและฟังก์ชันการใช้งาน ใช้ความรู้สึกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

เศรษฐกิจเชิงอารมณ์ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภครุ่นใหม่ (Gen Z) ครอบคลุมสินค้าสะสม เช่น ลาบูบู้ วัฒนธรรมสินค้าที่ระลึก (guzi) เช่น เข็มกลัด ป้าย อันเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะ เกม และนิยายที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์และสร้างพื้นที่เซฟโซน รวมไปถึงสัตว์เลี้ยง และประสบการณ์ส่วนบุคคล

อย่างไรก็ดี บริการที่เน้นเรื่องความรักและบริการที่ไม่เหมือนใครกำลังเติบโตอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การเช่าคนรักเสมือนจริง บริการเป็นคู่สนทนาทางอารมณ์ และแม้แต่บริการด่าเรียกสติ ได้บ่งชี้ถึงความต้องการการปลดปล่อยอารมณ์อย่างเป็นระบบ





วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ประท้วงนโยบาย ทาคาอิจิ

Facebook



ลุกฮือ! ประท้วงนโยบาย “ทาคาอิจิ” ชี้เป็นอันตรายต่อประเทศ นำพาญี่ปุ่นเข้าสู่ “ความขัดแย้ง + สงคราม”

ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมารวมตัวกันในกรุงโตเกียวเมื่อเย็นวานนี้ (24 ก.พ.บริเวณหน้าอาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชูป้ายที่มีข้อความว่า "คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" และ "อย่าปล่อยฟาสซิสต์ออกจากกรง" พร้อมร่วมกันตะโกนคำขวัญเช่น "ไม่เอาสงคราม"

แสดงพลังจากกลุ่มประชาสังคมหลายกลุ่มที่รวมตัวเพื่อ ประท้วงการผลักดันนโยบายที่สุ่มเสี่ยงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งรวมถึงการเร่งแก้รัฐธรรมนูญ การขยายขีดความสามารถทางทหาร และการส่งเสริมบทบาทของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ โดยกลุ่มผู้ประท้วงสะท้อนถึงความกังวลต่อทิศทางอนาคตของประเทศ

สำนักข่าวซินหัวรายงานถึงความเห็นของ โนริโกะ คาชิกาวะ หนึ่งในผู้ประท้วง ที่กล่าวกับนักข่าวว่า เธอ "คัดค้านนโยบายของทาคาอิจิ 100%" พร้อมเตือนว่า ญี่ปุ่นกำลังถูกนำพาเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมทำสงครามอยู่ตลอดเวลา และชี้ว่าหากประเทศยังคงถูกขับเคลื่อนไปสู่ความขัดแย้ง "ในท้ายที่สุดแล้วก็จะนำมาซึ่งการทำลายตัวเอง" พร้อมแนะว่า ญี่ปุ่นควรก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ผ่านการหารือและวิถีทางการทูต มากกว่าการตรากฎหมายที่ขัดขวางการสื่อสารหรือการสร้างบรรยากาศที่แข็งกร้าวต่อภายนอก

นอกจากนี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยรายหนึ่งเผยว่า เธอรู้สึกกังวลกับการดำเนินนโยบายล่าสุดของรัฐบาล และกล่าวว่า "นโยบายเหล่านี้ดูเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อทำสงคราม" พร้อมแสดงความหวังว่าจะได้เห็นรัฐบาลที่สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิได้ย้ำความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเรียกร้องให้มีการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างเต็มรูปแบบ การขยายการส่งออกอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้าง และการเพิ่มสมรรถนะด้านข่าวกรองแห่งชาติ

ซึ่งยังไม่รวมต่อประเด็น ความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้นหลังจาก ทาคาอิจิ ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือไต้หวัน โดยประกาศว่าญี่ปุ่นอาจตอบโต้ด้วยกองกำลังหากจีนโจมตีไต้หวัน สร้างความไม่พอใจต่อจีนอย่างมาก โดยมองว่าคำกล่าวนี้แทรกแซงกิจการภายในอย่างรุนแรงและท้าทายผลประโยชน์หลักเรื่องการรวมชาติ






วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

โชคดีที่ตายก่อน

 คนจ่ายหาย-คนตายเพิ่ม วิกฤตเงินฌาปนกิจ เสี่ยงล้มเป็นโดมิโน นักวิชาการเสนอมาตรการฟื้นระบบ


ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งสูง "ความตาย" ไม่ใช่แค่เรื่องของความโศกเศร้า แต่มันคือ "ค่าใช้จ่าย" ก้อนโตสำหรับคนข้างหลัง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จึงเป็นเสมือน ‘ตาข่ายรองรับ’ ชั้นสุดท้ายของคนตัวเล็กๆ ในสังคมไทย ทว่าวันนี้ตาข่ายที่ว่ากำลังเริ่มขาดวิ่น และเสี่ยงที่จะขาดสะบั้นลงเป็นทอดๆ

รศ. ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง หลังการสั่งยุบสมาคมฯ ไปแล้ว 10 แห่ง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่มันคือสัญญาณอันตรายที่อาจนำไปสู่ภาวะล้มละลายทางความเชื่อมั่น ของสมาคมฯ อีกกว่า 3,800 แห่งทั่วประเทศ




วัดกัมพูชาสร้างเศียรพระในต้นโพธิ์ เลียนแบบโบราณสถานวัดมหาธาตุ














ชุดเขมร ชุดไทย

  Facebook











วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

 ส่องประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ เคยซื้อดินแดนใดมาแล้วบ้าง ? - BBC News ไทย


ซื้ออะแลสกาจากรัสเซีย (ปี 1867)


หลายคนไม่เข้าใจถึงความมุ่งมั่นของวิลเลียม ซิวาร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในการซื้อดินแดนอาร์กติกอันห่างไกลอย่างอะแลสกาจากจักรวรรดิรัสเซียในปี 1867


ซิวาร์ดเชื่อว่าดินแดนแห่งนี้มีคุณค่าในเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เพราะจะช่วยยับยั้งไม่ให้อังกฤษเข้ามาแทรกแซงในอเมริกาเหนือ และจะทำให้สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ขณะที่รัสเซียเชื่อว่าตนกำลังกำจัดดินแดนที่มีมูลค่าเพียงน้อยนิด แต่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูง และถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่อการโจมตีจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในขณะนั้น



 

ดราม่าหนัก! นักบวชชาวมุสลิมเดินตามร้านอาหารในตุรกี เรียกร้องให้หยุดกินและถือศีลอด - YouTube


ไทม์ไลน์ จันทรุปราคาเต็มดวง วันมาฆบูชา 3 มี.ค. 69 เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ ตอนไหน



๔ ปีแล้วยังไม่ชนะ

 ส่องสถิติ ครบรอบ 4 ปี รัสเซียยกทัพบุกยูเครน



การรุกรานยูเครนโดยรัสเซียเมื่อ 4 ปีก่อน ได้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแก่พลเรือน และเป็นบททดสอบอันโหดร้ายของเหล่าทหารหาญ พร้อมทั้งสั่นคลอนระเบียบความมั่นคงของโลกในยุคหลังสงครามเย็น

การสู้รบก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในวันอังคารที่ 24 ก.พ. 2569 และยังไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะยุติลงในเร็ววัน

สหรัฐอเมริกาได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างคณะตัวแทนจากมอสโกและเคียฟ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันสันติภาพของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการประสานความแตกต่างในประเด็นสำคัญ เช่น อนาคตของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง และความมั่นคงหลังสงครามของยูเครน ยังคงเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า

ทหารของทั้งสองประเทศจำนวนหลายพันหลายหมื่นนายได้พลีชีพในสนามรบ ขณะที่พลเรือนชาวยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงจากรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับและน้ำประปาไม่ไหลต่อเนื่องมานานหลายปี ส่วนฝ่ายยูเครนก็หันมาใช้โดรนเพื่อโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเช่นกัน

ต่อไปนี้คือข้อมูลสรุปของความขัดแย้งผ่านตัวเลขต่าง ๆ นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน



สงครามครบ 4 ปี ชาวยูเครนต้องการสันติ รัสเซียลั่นยังไม่บรรลุเป้าหมาย



Facebook


Facebook

Facebook


ผู้นำอิหร่านเตรียมหนีไปรัสเซีย-โอมาน รัฐบาลจ่อพัง! - YouTube






ออกแขกกันนานล่ะ

เมกาก็ติดพันอยู่ทางโน้น   สหรัฐยัน สงครามอิหร่าน ไม่กระทบการขายอาวุธล็อตใหญ่ให้ ไต้หวัน ที่เผชิญแรงกดดันจากจีนเพิ่มขึ้น