- สภาวธรรมและกฎธรรมชาติ ในมัชเฌนธรรมเทศนา
มัชเฌนธรรมเทศนานั้น โดยตรงก็คือ อิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาทหรือปัจจยาการ อันเป็นกฎธรรมชาติ หรือ ธรรมดาของความเป็นไปตามเหตุปัจจัย พ่วงด้วยไตรลักษณ์
อย่างไรก็ดี ในกฎธรรมชาตินั้น ก็มีสิ่งที่เป็นไปตามกฎ คือสิ่งที่เป็น และเป็นไปตามเหตุปัจจัย ได้แก่ สภาวธรรมทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกที่เป็นสังขตธรรมหรือสังขาร การที่จะรู้เข้าใจกฎธรรมชาติ ก็ควรต้องรู้จักสิ่งที่ขึ้นต่อกฎ ซึ่งจะเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นไว้ก่อน
ดังนั้น ในการบรรยายเรื่องมัชเฌนธรรมเทศนาต่อไปนี้ จึงจะยกเรื่องสภาวธรรมขึ้นมาเป็นตัวตั้ง ให้รู้จักสภาวธรรมนั้นไว้ก่อน
สภาวธรรมที่ว่านี้ หมายถึง สังขตธรรม หรือบรรดาสังขารดังที่ว่าแล้ว และสังขตธรรมนั้น ที่ควรจะรู้เข้าใจให้ดีที่สุด ก็คือขันธ์ ๕ ที่เป็นชีวิตคน เพราะเป็นเรื่องใกล้ชิดติดตัว และเป็นชุมนุมที่ประชุมสังขตธรรมหรือสังขาร ซึ่งพรั่งพร้อมที่สุด มีทั้งรูปธรรม และนามธรรม
ดังนั้น ต่อจากนี้ จะบรรยายโดยเริ่มด้วยเรื่อง ขันธ์ ๕ เป็นสภาวธรรมตัวตั้ง แล้วพูดถึงกฎธรรมชาตินั้นๆ ตามลำดับต่อไป.
💬
รูปธรรม สิ่งที่มีรูป, สภาวะที่เป็นรูป. คู่กับ นามธรรม
นามธรรม สภาวะที่น้อมไปหาอารมณ์, ใจและอารมณ์ที่เกิดกับใจ คือ จิต และ เจตสิก, สิ่งของที่ไม่มีรูป คือรู้ไม่ได้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย แต่รู้ได้ทางใจ
นาม ธรรมที่รู้จักกันด้วยชื่อ กำหนดรู้ด้วยใจ เป็นเรื่องของจิตใจ, สิ่งที่ไม่มีรูปร่าง ไม่ใช่รูป แต่น้อมมาเป็นอารมณ์ของจิตได้ 1. ในที่ทั่วไปหมายถึงอรูปขันธ์ ๔ คือ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ 2. บางแห่งหมายถึงอรูปขันธ์ ๔ นั้นและนิพพาน (รวมทั้งโลกุตตรธรรมอื่นๆ) 3. บางแห่งเช่นในปฏิจจสมุปบาท บางกรณีหมายเฉพาะเจตสิกธรรมทั้งหลาย
สภาวะ ความมีอยู่เป็นอยู่ตามธรรมดาของมัน, สิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่ตามธรรมดาของมัน, สภาวธรรม; บางครั้งใช้ในความหมายเดียวกับ สภาพ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น