วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สิ่งทั้งหลายเป็น สภาวะ คือมีภาวะของมัน ไม่เป็นของใคร ไม่ขึ้นต่อใคร

 ธรรมดาของธรรมชาติ สู่การแต่งสรรจัดการของมนุษย์

ทำความเข้าใจถ้อยคำ เช่นว่า “ธรรม” ว่า “สภาวะ”


- สิ่งทั้งหลายเป็น “สภาวะ” คือมีภาวะของมัน ไม่เป็นของใคร ไม่ขึ้นต่อใคร

คำศัพท์ที่มีความหมายครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรๆ ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็คือ “ธรรม” ดังที่แยกเป็นรูปธรรม และนามธรรม ไม่มีอะไรพ้นออกไปจากนี้ ไม่มีอะไรไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม คำว่าธรรมนั้น ใช้กันในความหมายต่างๆ มากมายนัก แม้แต่ที่จุกจิกปลีกย่อยหยุมหยิมทั่วไปหมด บางครั้งก็ชวนให้สับสน เช่น เรียกความดีงาม ความถูกต้องว่า “ธรรม” อะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดีงาม ก็ไม่เป็นธรรม แต่เป็นอธรรม กลายเป็นว่ามีสิ่งที่นอกเหนือออกไป ซึ่งไม่ใช่ธรรม นี่คือความสับสนสำหรับคนผู้ยังไม่คุ้นเพียงพอ ที่จะเห็นบริบทแล้ว รู้ทันและเข้าใจได้

ด้วยเหตุนั้น ในหลายโอกาส ท่านจึงนิยมใช้คำที่สื่อตรงไปยังความหมายที่ต้องการ และคำหนึ่งที่นิยมใช้มากคือ “สภาวะ” ซึ่งมีความหมายว่า สิ่งที่มีภาวะของมันเอง หรือมีอยู่ตามธรรมดาของมัน ที่เกิดมีเป็นไปตามเหตุปัจจัยหรือไม่ เป็นต้น (ไม่มีใครเป็นเจ้าของครอบครองสร้างสรรค์บันดาลสั่งการบัญชามันได้) บางทีก็ใส่ “ธรรม” ต่อท้ายติดไว้ เป็น “สภาวธรรม” (สิ่งที่มีภาวะของมัน ไม่เป็นของใคร ไม่ขึ้นต่อใคร) ดังเช่น น้ำ ไฟ กาย ใจ ตา หู รูป เสียง กลิ่น ดิน ลม

แต่ถึงจะอย่างไรก็ตาม “ธรรม” ก็ยังเป็นคำที่ใช้เป็นสามัญที่สุด เมื่อธรรมมีความหมายครอบคลุมหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ก็จึงมาจัดแบ่งแยกประเภทสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ด้วยคำว่า “ธรรม” นี้ อย่างที่รู้จักกันดีที่สุดซึ่งพบมาแล้ว ก็คือ แยกเป็นรูปธรรม และนามธรรม (หรือรูปธรรม และอรูปธรรม)

💬


ธรรม สภาพที่ทรงไว้, ธรรมดา, ธรรมชาติ, สภาวธรรม, สัจจธรรม, ความจริง; เหตุ, ต้นเหตุ; สิ่ง, ปรากฏการณ์, ธรรมารมณ์, สิ่งที่ใจคิด; คุณธรรม, ความดี, ความถูกต้อง, ความประพฤติชอบ; หลักการ, แบบแผน, ธรรมเนียม, หน้าที่; ความชอบ, ความยุติธรรม; พระธรรม, คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงธรรมให้เปิดเผยปรากฏขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สังขตธรรม - สังขาร อสังขตธรรม - วิสังขาร

  สังขตธรรม - สังขาร อสังขตธรรม - วิสังขาร การแยกประเภทของธรรมอีกแบบหนึ่ง ซึ่งสำคัญยิ่งสำหรับการศึกษาในที่นี้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องเหตุ...