เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) อิบราฮิม อาซีซี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน เปิดเผยว่ายูเครนกลายเป็นเป้าหมายของอิหร่านเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยยูเครนให้การสนับสนุนด้านโดรนแก่อิสราเอล จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้และเป็นเป้าหมายของอิหร่านอย่างชอบธรรมตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศของยูเครนแถลงว่าคำข่มขู่จากอิหร่านนั้น "ไร้สาระ"
รายงานระบุว่าเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่ามีสิบกว่าประเทศที่ร้องขอความช่วยเหลือจากยูเครนในการสู้รบกับโดรนของอิหร่าน แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีไม่ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญของยูเครนผ่านการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) ว่าสหรัฐฯ มีโดรนที่ดีที่สุดในโลกอยู่แล้ว ไม่ได้จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากยูเครน
(แฟ้มภาพซินหัว : กลุ่มควันลอยขึ้นมาหลังจากเกิดการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 13 มี.ค. 2026)
💣ยูเครนส่งผู้เชี่ยวชาญโดรนนับร้อย
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันทางอากาศชาวยูเครนจำนวน 200 นาย กำลังอยู่ในตะวันออกกลางเพื่อช่วยรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยเฉพาะโดรนโจมตีราคาถูก ที่ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการทำสงครามสมัยใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง
ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ยกตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงต่อแนวโน้มการสู้รบ โดยชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่โดรนของอิหร่านแต่ละลำมีราคาประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.6 ล้านบาท แต่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรกลับต้องใช้ขีปนาวุธที่มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 130 ล้านบาท ในการยิงสกัด
ทั้งนี้ ยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัสเซียได้เร่งกำลังการผลิตโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ที่ออกแบบโดยอิหร่านเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ปัญหาขาดแคลนอาวุธป้องกันทางอากาศตามมาตรฐานที่ชาติตะวันตกยังทำให้รัฐบาลยูเครนต้องพลิกแพลงและพัฒนาระบบป้องกันแบบหลายชั้น ซึ่งรวมถึงเครื่องมือสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินขนส่งที่ดัดแปลงใหม่เพื่อไล่ล่าโดรนจากกลางอากาศ ตลอดจนกองกำลังภาคพื้นดินที่ใช้ปืนกลหนักและขีปนาวุธแบบพื้นสู่อากาศ
ประธานาธิบดีเซเลนสกีจึงเสนอที่จะแบ่งปันสิ่งที่ยูเครนได้พัฒนาขึ้น โดยระบุว่า ประเทศของเขามีศักยภาพในการผลิตโดรนสกัดกั้นได้ประมาณ 2,000 ลำต่อวัน และรัฐบาลยูเครนสามารถจัดสรรโดรนจำนวนครึ่งหนึ่งจากที่ผลิตได้ให้แก่บรรดาพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนย้ำว่าต้องการเงินและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นค่าตอบแทนสำหรับการช่วยประเทศออกกลางในการป้องกันการโจมตีจากโดรนของอิหร่าน
เกาะติดสงครามอิหร่าน 18 มี.ค. 69 อิหร่านยอมรับ ลาริจานี เสียชีวิต
งานดี รายได้สูง หรือตั๋วมรณะ? รัสเซียลวงแรงงานแอฟริกันเป็นทหารแนวหน้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น