💢ประเทศที่แม้โอกาสจะฟื้นฟูบูรณะก็แทบไม่หลงเหลือแล้ว
ภายใต้การสู้รบของสงครามกลางเมือง เศรษฐกิจของเมียนมาล่มสลายลงไปเรื่อยๆ อันเป็นผลทั้งจากการสู้รบ และการดำเนินนโยบายแบบทำลายตัวเองของรัฐบาลทหาร ประกอบกับการแซงก์ชั่นจากโลกตะวันตก ที่มีมาตั้งแต่หลังการรัฐประหาร
จริงอยู่ แม้ว่ารัฐบาลทหารจะจัดการจนสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้น มีเงินสกุลแข็งๆ สะสมไว้ได้มากพอจนสามารถรักษาความเป็นปกติบางส่วนเอาไว้ได้ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศกลับตกอยู่ในสภาพต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
ซ้ำเติมด้วยวิบัติภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเดือนมีนาคม 2025 ที่ว่ากันว่าสร้างความเสียหายใหญ่หลวงจนต้องใช้เวลานานหลายปีเพื่อฟื้นฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเนปยีดอ
ในขณะที่ความเสียหายต่อสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองแบบไร้กฎ ไร้กติกา แพร่สะพัดจนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุด
ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญกิจการเมียนมา ระบุเอาไว้ว่า ผู้คนมากกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศเมียนมา ตกอยู่ในสภาพต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน ราว 3.5 ล้านคนในจำนวนนี้ตกอยู่ในสภาพพลัดถิ่น ไร้ที่อยู่อาศัยในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง บริการด้านสาธารณสุขนอกเมืองใหญ่อย่างย่างกุ้ง หรือเนปยีดอ จำกัดจำเขี่ยอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลทหารไม่แม้แต่จะใส่ใจในด้านการสาธารณสุขนอกเขตเมืองหรือหัวเมืองที่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของตน
ระบบการศึกษายังไม่ได้ฟื้นตัวจากสภาพหลังการรัฐประหารใหม่ๆ เมื่อครูและนักเรียนพากันผละงานประท้วงฝ่ายทหาร ทุกวันนี้ 3 ใน 4 ของเยาวชนในวัยเรียน อายุระหว่าง 18-24 ปีไม่ได้รับการเรียนการสอน การฝึกทักษะใดๆ การเกณฑ์ทหารระลอกใหม่ที่เริ่มต้นในปี 2024 ยิ่งผลักดันให้ผู้คนออกจากระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น
นักศึกษาทั้งชายและหญิงที่ชาญฉลาดเลือกที่จะหลบหนีเข้าป่า หรือไม่ก็ลักลอบหลบหนีไปลี้ภัยในต่างแดน
การล่มสลายของกลไกการปกครองของรัฐ ส่งผลให้องค์กรอาชญากรรมอย่างแก๊งสแกมเมอร์แพร่ระบาด โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และนับวันยิ่งขยายตัวจนถึงจุดที่ทางการจีนรับไม่ได้ ต้องกดดันให้รัฐบาลทหารเมียนมาปราบปราม ทำลายอาคารสถานที่ จับกุมแกนนำ กลายเป็นข่าวใหญ่ไปในช่วงปีที่ผ่านมา
สถานการณ์โลกในปี 2026 ยิ่งซ้ำเติมชะตากรรมของเมียนมามากยิ่งขึ้นไปอีก
จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือแม้ให้การสนับสนุนทั้งยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารแก่รัฐบาลทหาร แต่ก็คงไม่เหมือนเดิม
และจีนยังคงมุ่งมั่นกับการหาผลประโยชน์ตนเองด้วยการใช้เมียนมาเป็นเส้นทางเพื่อเข้าถึงมหาสมุทรอินเดีย และเป็นแหล่งสำหรับสูบทรัพยากรธรรมชาติ
อาเซียนยังคงไร้บทบาทใดๆ ภายใต้กติกาไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และการใช้ฉันทมติในการดำเนินการในทุกเรื่อง
รัฐบาลอเมริกันภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ห้ามคนสัญชาติเมียนมาเข้าประเทศในเดือนมิถุนายน ก่อนจะตัดสถานะคุ้มครองผู้ลี้ภัยเมียนมาทิ้งไปในเดือนพฤศจิกายน
ทั้งหมดนี้ผลักดันเมียนมาไปสู่สถานะที่เป็นอยู่ กล่าวคือ ไม่เพียงเป็นรัฐที่ล้มเหลวไปแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นประเทศที่แม้โอกาสจะฟื้นฟูบูรณะก็แทบไม่หลงเหลือแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น