ฝ่ายกฎหมาย ‘ยิม เลียก’ ออกแถลงการณ์โต้ข้อกล่าวหา
แค่ใช้บริการแลกเงิน ยืนยันไม่เคยถือสัญชาติไทย
กังวลกระบวนการสอบสวนกระทบสิทธิเด็ก
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท เด็นตันส์ พิสุทธิ์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ นายยิม เลียก (Mr Leak Yim) และ นางวิรินยา ยิมจ์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน กรณีข้อกล่าวหาและกระบวนการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าลูกความไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามที่ถูกพาดพิง
แถลงการณ์ระบุว่า นายยิม เลียก ไม่เคยถือสัญชาติไทย และไม่เคยมีหนังสือเดินทางไทย ดังนั้น ข่าวเกี่ยวกับ “การเพิกถอนหนังสือเดินทาง” จึงไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีสัญชาติและหนังสือเดินทางไทยให้เพิกถอนตามกฎหมาย
ส่วนประเด็นการเดินทางออกนอกประเทศ ฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า เป็นการเดินทางตามแผนธุรกิจที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหลายเดือน และผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ ไม่ใช่การหลบหนีหรือเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายตามที่ปรากฏเป็นข่าว
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุว่า รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ถอดชื่อ นายยิม เลียก ออกจากร่างกฎหมาย “U.S. Dismantle Foreign Scam Syndicates Act” แล้ว โดยเห็นว่านี่เป็นข้อเท็จจริงระดับสากลที่ควรนำมาพิจารณาอย่างเป็นธรรม
ขณะที่ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น เช่น นายเฉิน จื้อ สำนักงานกฎหมายยืนยันว่า นายยิม เลียก “มิได้เป็นคู่ความ” และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลที่ถูกอ้างถึง อีกทั้งไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์ร่วม การร่วมลงทุน หรือธุรกรรมทางการเงินร่วมกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการนำชื่อไปเชื่อมโยงโดยปราศจากฐานข้อเท็จจริง อาจไม่สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรม
สำหรับประเด็นการธุรกรรมวันที่ 3 มีนาคม 2564 ซึ่งปรากฏชื่อ นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ อยู่ในรายการธุรกรรม ฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า นายยิม เลียก กับนางสาวแตงไทย ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือความเกี่ยวข้องใดๆ ระหว่างกัน โดยเงินที่โอนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการภายในของผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
ส่วนกรณีการโอนเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศกัมพูชาเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท แถลงการณ์ระบุว่า เป็นการทำธุรกรรมผ่านระบบ “บัญชีตัวแทนรวม (Pooled Accounts)” ซึ่งเป็นกลไกมาตรฐานในภูมิภาค โดยเงินจำนวน 30 ล้านบาทที่เข้าบัญชีในประเทศไทย เป็นผลจากกระบวนการหักทอนทางบัญชีภายในของผู้ให้บริการ ไม่ใช่การทำธุรกรรมโดยตรงกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง
ฝ่ายกฎหมายยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลจังหวัดชลบุรีที่ระบุว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนเงินตรา มิใช่อาชญากรที่เกี่ยวข้องกับลูกความโดยตรง
แถลงการณ์ยังแสดงความกังวลต่อกระบวนการสอบสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เจ้าหน้าที่ออกหนังสือเชิญบุตรชายวัย 6 ปีของลูกความเข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเงินออมส่วนตัว โดยชี้ว่าอาจเป็นการกระทำเกินสมควรแก่กรณี และกระทบสิทธิเด็ก พร้อมยกคำกล่าวของครอบครัวว่า “ในฐานะพ่อ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือการปกป้องลูกชาย”
นอกจากนี้ ทางฝ่ายกฎหมายยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการส่งหนังสือราชการ โดยระบุว่ามีการแจ้งในระยะเวลากระชั้นชิด และมีการเผยแพร่ข้อมูลการสอบสวนผ่านสื่อก่อนที่ลูกความจะได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดีและชื่อเสียงทางธุรกิจ
แถลงการณ์ยังตั้งคำถามถึงกรณีการตรวจสอบหรืออายัดทรัพย์สินในประเด็นเดิม ซึ่งบางรายการเคยผ่านกระบวนการชี้แจงและได้รับการคืนทรัพย์แล้ว โดยเห็นว่าอาจเป็นความซ้ำซ้อน
ฝ่ายกฎหมายยืนยันว่า ลูกความยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่ถูกต้อง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและกระบวนการตามกฎหมาย
ธรรมนัส ปัดเอี่ยวคดี 'เบน สมิธ' ชี้เรื่องเกิดก่อนรู้จักกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น